
ผู้กำกับตกอับที่เลิกทำหนังแล้วไปเป็นอาจารย์ที่มหาลัยบ้านนอก เดินทางกลับเข้ากรุงโซลเพื่อเยี่ยมเพื่อนสนิท ระหว่างรอเพื่อนพบสาวนักแสดงที่ตอนนี้เป็นอาจารย์เหมือนกัน ทำท่าจะชวนไปนั่งร้านกาแฟแต่ก็เปล่า เขาไปนั่งกินเหล้ารอเพื่อนในบาร์ ไปเจอพวกเด็กหนุ่มๆชวนกินเหล้ากัน เด็กพวกนี้เป็นนักเรียนหนัง แต่จำผู้กำกับไม่ได้ หนังเขาก็ไม่เคยดู พอกรึ่มได้ที่เขาก็ชวนเด็กหนุ่มๆไปดื่มต่อ ไปได้ครึ่งทางก็หัวเสียไล่พวกเด็กๆกลับหาว่ามาก๊อปท่าทางเขา จากนั้นเขาไปหาแฟนเก่าที่เขาทิ้งไป ร้องให้ฟูมฟายตีอกชกหัว ผมรู้แล้วว่าชีวิตนี้ขาดคุณไม่ได้ ฟูมฟายได้ที่ก็ได้กัน พอตอนเช้าก็บอกว่าเราจะไม่พบกันอีก แบบนี้ดีที่สุด
แล้วเขาก็เจอเพื่อนก่อนเจอเพื่อนก็เจอสาวนักแสดงคนเดิมอีก เพื่อนพาสาวมาด้วย เป็นอาจารย์เหมือนกันเลยไปกินดื่มกัน เพื่อนท่าจะชอบอาจารย์ แต่ยายอาจารย์ท่าจะชอบเขา พวกเขาไปนั่งในผับชื่อนิยาย นางเจ้าของร้านโอ๊ยหน้าเหมือนแฟนเก่า เขาเลยปักใจจะไปร้านนี้ทุกวัน วันต่อมาเพื่อนพาไปพบอดีตพระเอกของเขาที่ตอนนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์เป็นนักธุรกิจ ก็ไปกินดื่มกันอีกไอ้พระเอกด่าเขาเห็นแก่ตัวแต่ก็ไม่ได้ต่อยกัน พวกเขาไปกินร้านนิยายอีก เพื่อตามอาจารย์สาวอีก เขาแอบชอบเจ้าของร้่านหน้าเหมือนแฟนเก่าอีกแอบจูบกันด้วยกินกันจนเช้า
วันต่อมาเขาก็เจอนักแสดงอีก นัดเพื่อนอีก แล้วเพื่อก็พาอาจารย์มาอีก เขาก็ไปกินร้านเดิมอีก เล่นเปียโนอีก แล้วแอบจีบจ้าของร้านอีก แล้วก็คราวนี้ก็สมหวัง เขาได้กับเจ้าของร้าน ฟูมฟายอบกผมรักคุณเหลือเกิน แฟนเก่าส่งข้อความมาก็ไม่แคร์ (บอกแล้วว่าอย่าติดต่อกันอีก) พอตอนเช้าเสร็จสมอารมณ์หมายก็บอกเจ้าของร้านว่าเราอย่าเจอกันอีกเลย แบบนี้ล่ะดีที่สุด
เขาโทรหาเพื่อนอีก แต่เพื่อนไม่ว่างเหมือนกันกับวันแรก เขาเดินไปเจอนักแสดงสาวอีก แล้วก็ผ่านไปอีก เหตุการณ์วนซ้ำไปมาไม่เปลี่ยนคนไม่เปลี่ยนที่ แต่มันก็เหมือนกับทุกคนเป็นปลาทอง วนซ้ำกันไปนับตั้งแต่วันที่เขามาถึง









