pic02-big

1.ทำความเข้าใจกันก่อนว่าโฟกัสของเรากับหม่อมน้อยไม่ได้อยู่ที่สุนทรียะทางศิลปะของหม่อมแต่อย่างใด เพราะเมื่อว่ากันที่สุนทรียะของหนัง นี่คือหนังที่ถ่ายโลโม่ทั้งเรื่องจนทุ่งนาเหลืองเรืองรองผิดธรรมดาตลอดเวลา มีฉากแบบเรือไตตานิคในกรุงเทพ หรือฉากขาวดำแบบ sin city หรือหากจะพูดในเรื่องการแสดง นอกจากตัวนำ นักแสดงทั้งหมดก็อยู่ในอาการ เล่นใหญ่เล่นเยอะ เล่นย้วยราวกับผู้ชมหรีตาดูเลยต้องแสดงให้เห็นชัดๆ กล่าวตามจริง อาการรักอดีตอันเรืองรองราวกับโฆษณารีเจนซ๊่โดนตัดงบของหม่อมน้อยนั้นไม่มีอะไรที่น่าสนใจมากๆนัก มันคือการผลิตซ้ำอดีตอันเรืองรองเกินจริงของความเป็นไทยที่อาจจะไม่มีอยู่จริง จนยิ่งกว่าละครหลังข่าว

2.แต่ความพิเศษของเรากับหม่อมน้อย esp. หนังเรื่องนี้ คือพลังของการตีความ โดยเราขอเลือกเน้นการตีความที่แตกต่างจากตัวนิยายต้นฉบับ (แน่นอนว่าขี้เกียจทำการบ้านว่ามันแตกต่างจากหนังคุณเชิดอย่า่งไรเพราะเราลืมไปหมดแล้ว) การตีความของหม่อมน้อยผลักเรียมไปไกลกว่าจุดเดิมได้อย่างไรนี่คือส่วนที่เราสนใจ ทึ่ง แม้จะไม่ได้แปลว่าเห็นด้วย แต่มันน่าทึ่งมากๆ

Read More

 

historica08

 

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร ปรากฏ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม -มิถุนายน 2557

 

หญิงร้ายชายชั่วลักลอบคบชู้จนถูกจับได้แล้วสั่งล่ามโซ่ไว้ด้วยกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย คดีไม่คลี่คลายของการที่โจรป่าฆ่านักรบเสียแล้วเอาเมียมันมาบ้างว่าโจรมันเลวแต่บ้างก็ว่าผัวมันเหยาะแหยะ หนักข้อก็ว่าเมียนั่นและคบชู้โจรฆ่าผัว และไอ้เด็กจัญไรที่แม่คลอดแล้วตายทิ้งมรดกเลือดนอกอกไว้ให้พ่อคุณหลวงดูต่างหน้า ต่อมาก็ฟาดแม่เลี้ยงเอาเยี่ยงพ่อไม่บังเกิดเกล้าที่คลำไม่มีหางเป็นลุยดะ กงกำกงเกวียนก็เลยเวียนกันไปอยู่เช่นนั้น

กล่าวตามลำกับเหล่านี้คือตวละครจาก ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’ของ มาลับ ชูพินิจ ‘ราโชมอน’ ฉบับแปลๆแปลงๆของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช (ที่ดัดแปลงจากบทภาพยนตร์ของ อากิระ คุโรซาว่า ที่ดัดแปลงมากจากเรื่องสั้นสองเรื่องของ ริวโนะสุเกะ อะคุตะงาว่าอีกที) และเรื่องสุดท้าย จาก ‘เรื่องของจัน ดารา’ โดย อุษณา เพลิงธรรม นิยาย/เรื่องสั้นทั้งสาม เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคมการอ่านของไทย เป็นหลักหมายสำคัญของการอ่านวรรณกรรมไทยช่วงผลายพุทธศักราชสองพันสี่ร้อยมาจนถึงยุคต้นสองพันห้าร้อย ซึ่งนอกจาเรื่องทั้งหมดจะอยู่ในห้วงร่วมยุคเหลื่อมสมัยกันแล้ว มพิศผาดเผินทั้งสามเรื่องไม่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันจวบจนกระทั่งในรยะเวลาไม่กี่ปีหลังนี้เองเรื่องทั้งสามถูกนำมาดัดแปลงเปนภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องโดยผู้กำกับคนเดียวกันนั่คือหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือที่รู้จักกันในามหม่อมน้อย ผู้กำกับหนังที่เคยทำหนังอย่าง ช่างมันฉันไม่แคร์(ที่แทรกบรรยากาศหลังหกตุลาไว้อย่างน่าตื่นเต้น) , ความรักไม่มีชื่อ หรือ นางนวล และเป็นหม่อมน้อยนี้เองที่ชี้ให้เราเห็นความเกี่ยวพันกันในระดับโครงสร้างของเรื่องทั้งสาม รวมถึงยืมมีดของเรื่องเล่ามาใช้ในหารส่งสาส์นต่อสังคมร่วมสมยอย่างน่าสนใจ

แม้งานทั้งสี่ชิ้นของหม่อมน้อยจะถูกมองว่ารกรุงรังด้วยไวยากรณ์ภาพยนตร์ที่ฟูมฟายเกินพอดี หรือหมกมุ่นอยู่ในจินตนาการพาฝันของเนื้อหนังมังสา หรือแม้แต่ทำลายบทประพันธ์ลงอย่างน่าเสียดาย แต่ไม่ว่าจะมีข้อหาอย่างไร ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีการตีความบทประพันธ์ใหม่ของหม่อมน้อยนั้นน่าสนใจศึกษาโดยละเอียดอย่างยิ่งดังที่เราจะได้กล่าวต่อไป

Read More

 

rplifestill1

กราบตีน โรเบิร์ต แพททิสัน. ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้เข้าโรงที่นี่ (แม้จะมีคนดูแค่สองคน)

1.หนังมีส่วนคล้ายคลึงกับหนังอย่างThe Road มากจนอาจจะเป็นคู่แฝดกันกลายๆ หนังเล่าเรื่องผู้ชายสองรุ่น ผู้ใหญ่ /วัยรุ่น เดินทางไปด้วยกันหลังโลกล่มสลาย สังคม dystopia ที่เต็มไปด้วยอันตรายมากมาย เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดในโลกที่รีเซตระบบสังคมและการคิดเชิงศีลธรรมใหม่หมด แต่ในขณะที่The Road โฟกัสไปที่ เด็กที่เกิดในโลกใหม่ เด็กที่ไม่เคยเรียนรู้ ไม่ทันเรียนรู้โลกก่อนโลกใหม่ ระบบคิดศีลธรรมแบบการเอาตัวรอดของพ่อ กลายเป็นโฟกัสที่เด็กตั้งคำถามตัวละครในThe Road เป็นไปเพื่อทดสอลขอบเขตของระบบศีลธรรมใหม่ การฆ่าเพื่อเอาตัวรอด ความไม่มีน้ำจิตน้ำใจ วิธีคิดแบบโลกใหม่หลังล่มสลาย ถูกทดสอบซ้ำผ่านทางเด็กที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเคยมีชุดศีลธรรมแบบอื่นบนโลก

2. ในขณะที่The Rover เซตสถาณการณืคล้ายคลึงกัน คือไม่ใช่โลกที่เพิ่งล่มสลาย แต่เป็นโลกที่ล่มสลายไปแล้วสิบปี ระบบศีลธรรมใหม่ถูกเซตขึ้นมาแล้ว และคนยอมรับกับมันเรียบร้อยแล้ว (ในขณะที่The Road มันแทงจตรงนี้ด้วยเด็กที่เกิดในระบบใหม่นี่ตั้งข้อสงสัย) ประเด็นของRover จึงไม่ใช่ระบบศีลธรรมใหม่ที่ถูกท้าทาย (ทำไมเราต้องฆ่ากันกเวย มนุษย์ที่แท้เป็นส่ิงชั่วหรือดี การเอาตัวรอดแค่ตัวเองจะทำให้โลกมันดีขึ้นไหม) แต่กลับไปโฟกัสยัง การฆ่าแทน

Read More

m1

อยากเขียนบทความขนาดยาวถึงน้าหม่ำ โฟกัส แหยม1, 3 วงศ์คำเหลา และเรื่องนี้ เขียนชื่อว่า History of thai cinema. เคลียร์ชีวิตได้แล้วจะเขียนจริงๆ. ในแง่การยั่วล้อ การเป็ essay /dialogueมันไปสุด แต่มันไม่ถึงสวรรค์เพราะมันเล่าเรื่องไม่ได้เลย

1. เราจะไม่เสียเวลามาวิพากษ์ เรื่องความรุนแรง การข่มขืน ปิตาธิปไตย อะไรอีก เอาไว้ไปเขียนใน จำเลยรัก รีเมค สวรรค์เบี่ยงรีเมค น้ำผึ้งขมรีเมคดีกว่า เอาสั้นๆว่าก็เหมือนหนังไทยทั่วไป มันโอเคกับความรุนแรง การตบตี การข่มขืน และการทำให้ผู้หญิงเป็นทาส แต่ไม่ใช่ประเด็นที่เราจะพูดถึงในเรื่องนี้

2. เราสนใจมันในแง่ของการเป็นหนังล้อเลียนขนบ ปัญหาของมันคือมันอยากเป็นหนังขนบจนตัวสั่น แต่ทำไม่สำเร็จ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องทั้งดีและไม่ดี ที่ดีคือการที่มันทำไม่สำเร็จ เพราะการล้อเลียนของมันได้สร้างกำแพงความกระอักกระอ่วนให้กับผู้ชมผ่านทางการสลับตำแหน่งแห่งที่จำเพาะของภาพจำพระนาง สลายบุคลิกพิมพ์นิยม ท่ังกริยาและรูปลักษณ์ ความกระอักกระอ่วนทำลาย อาการขยิบตาที่หนังไทยมักละเล่นกับผู้ชมมาแต่ไหนแต่ไรว่า ‘สมมติความตามท้องเรื่อง หนังขยิบตากับผู้ชมว่าจงเชื่อว่านางเอกที่สวยเด้งนั้นเป็นคนใช้ ผู้ชายนั้นเป็นผู้หญิงปลอมตัวมาแต่ไม่มีใครจับได้ การสลับตำแหน่งแห่งที่พวกนี้ทำให้อาการขยิบตาของหนังไม่สำเร็จมันจึงไม่เวิร์คต่อการเล่าเรื่อง ซ้ำยังเปิดเผยช่องโหว่ของตัวบทเดิมให้เห็นแผลชัดเจนขึ้น แต่ผลด้านลบคื มันเป้นหนังล้อขนบที่จะประสปความสำเร็จเมื่อมันพาผู้ชมไปถึงฝั่งฝันตามขนบด้วย การเตะตัดขาตัวเองทำให้ถึงอย่างไรหนังก็ไม่มีวันไปสุดทางได้แน่ๆ เราไม่มีวันเอาใจช่วย หรือยอมรับพระนาง เราถอยห่างออกจากตัวเรื่องเพื่อจะได้หัวเราะ แต่เราก็ไม่ถูฏเรื่องพาฝันไปด้วย

Read More

IMG_5832_resize

 

หนังยาวประมาณ90 มีช่วงเวลาที่เราชอบหนังสุดๆประมาณสิบห้านาที ที่เหลือเกลียดหนังมาก แต่ในที่สุด สามสิบวินาทีสุดท้ายที่น่ากังขาของหนังทำให้เราชอบหนังเรื่องนี้มากๆทั้งที่ยังกังขาอยู่ว่ามันคือความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ

1. จุดที่ชอบหนังมากๆอยู่ในช่วงไคลแมกซ์ท้ายเรื่องที่ทุกอย่างพินาศจนถึงขีดสุด ในช่วงการเปิดตัวปอบและการสู้ปอบ หนังได้พาเรากลับไปคารวะหนังผีฮ่องกงยุคแปดสิบที่เคยโด่งดัง รอยต่อจากหนังผีโป๊เปลือยของชอว์มาถึงหนังผีตลก ที่เน้นการสู้ผีแบบตลกๆในหนังชุดผีกัดอย่ากัดตอบและหนังผีอีกพะเรอเกวียน (และแน่นอนที่สุดหนังผีกลุ่มนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของหนังผีในบ้านเราหรือพูดให้ถูกต้องเกิดมาพร้อมกันกับหนังชุด บ้านผีปอบ ที่ทำให้หนังผีการหนีผี อัพเลเวลจากยุคผีไทยๆแบบแม่นาค) การที่หนังกลับไปบูชาและยั่วล้อ ทั้งการเลือกเล่นกับข้อจำกัดของผี หรือการเล่นกัยการผเชิญหน้าผีแบบตรงๆ ที่ทั้งน่ากลัวและตลก เป็นฉากที่เรียกความรู้สึกของหนังยุคนั้น (แน่นอนว่าไม่ใช่หนังอาร์ตอะไร เป็นเพียงวันชื่นคืนสุขวัยเด็กของคนดูหนังจีน) กลับมาได้อย่างสวยสดงดงาม ฉากบรูซลี ฉากห้องไปจนถึงฉากเชือกถือเป็นช่วงมาสเตอร์พีซที่มาเต็มมากๆ

2.อย่างไรก็ดีจุดที่น่ากังขาจุดแรกของหนังคือโปรดักชั่นมันง่อยมาก จนแทบไม่มีความสมจริงอะไร แต่ความไม่สมจริงจนเกินเลยนี่เอง (ไม่สมจริงแบบโรงงานอะไรที่ไหนอย่างไรไหนคนงาน ทำไมตัดไปตัดมามีแต่เด็กฝึกงาน) ทำให้มันก้าวข้ามไปสู่เทสต์แบบ ‘พจน์ อานนท์สไตล์’คือง่อยจนเวียร์ด พอถึงจุดหนึ่งเราก็รู้สึกว่ายิ่งมันดูลวกๆเท่าไหรร่มันก็ยิ่งตัดขาดตัวเองออกมาสร้างจักรวาลเฉพาะมากขึ้นเท่านั้น คนดูต้องทำใจมากขึ้นที่จะช่วยประคับประคองให้ยอมหนังได้ จนในท่สุดก็นำไปสู่สภาวะช่างแม่ง ความง่อย ความตัดไม่ได้เรื่องความไม่สมจริงอะไรทั้งสิ้น อันที่จริงก็เป็นเทสต์แบบคัลท์ๆของหนังเกรดต่ำอันหนึ่งเหมือนกัน

Read More

coldinthesun

ดินแดนยะเยือกกลางแสงตะวัน

หลังจากไปกางเตนท์ริมหาด เด็กสาวทะเลาะกับคนรักจนไม่ยอมเข้าเมืองไปกับเขา เขาก็โกรธเธอ เลยปล่อยเธอไว้ เธอขอชายคนหนึ่งติดรถเข้าเมืองไปขึ้นรถไฟ เขาบอกว่าได้สิ แต่ขอทำธุระก่อน เขาพาเธอมายังที่รกร้างแห่งหนึ่ง ระหว่างเขาลงไปทำธุระ เธอก็ออกจากรถ เกร่ไปน้าล้างหน้า เขาออกมาไม่เห็นเธอรออยู่ เลยขับรถจากไป มารู้ตัวอีกที รถก็ไปไกลลิบจนเธอตามไม่ทัน

ถูกทิ้งไว้ในแผ่นดินปลายขอบโลก ถนนทอดยาวผ่านทุ่งหญ้าที่ไม่มีผู้คน สุดทางที่ฝั่งทะเล เธอค้นพบประภาคารเดียวดาย ที่นั่นมีคนหนุ่มโดดเดี่ยวเฝ้าประภาคาร ทุกค่ำคืนเหม่อจ้องแสงไฟ เขาบอกให้เธอรอรถที่ริมทาง แต่ไม่มีรถผ่านมาเลยแม้แต่คันเดียว เธอรอจนเคลิ้มหลับ ตื่นมาก็ยังไม่พบใคร ที่สุดขอบผ้า ราวกับโลกทั้งใบหดเหลือเพียงเธอกับคนหนุ่มเดียวดาย เขาให้เธอนอนในห้องของเขา คนโดดเดี่ยวแปลกหน้า ค่อยๆเรียรู้กัน เฝ้ามองมหาสมุทรเดียวดายว่างเปล่า เขาไล่ให้เธอฟังเรื่องของเรือที่มิองไม่เห็นฝั่งในยามกลางคืน ไฟดวงเล็กๆที่เป็นสัญญาณอันตราย หรือหลาโลมาที่มาฆ่าตัวตายบนฝั่ง เธอขอให้เขาพาไป ดูซากเรือ เขาจึงขอยืมเรือจากชาวประมงพาเธอออกไป ในท้องเรืออันรกร้างที่ต้นไม้งอกขึ้นมาจากพื้นเรือ เขาเดินตามหาราวกับกลัวว่าเธอจะพลัดหลง เพื่อนคนเดียวที่เขามีจะสาบสูญไปตลอดกาล

Read More

screenshot-med-24

สุดขีดที่สุด สยบหนังเด็กผีทุกเรื่องในโลกหล้า!

เรื่องมีอยู่ว่าน้องสาวพาผัวหใม่และลูกๆ เข้าใจว่าลูกติดตัวเองหนึ่ง ลุกติดผัวหนึ่ง ลูกผัวคนนี้หนึ่ง ไปเยี่ยมบ้านพี่สาวที่มีลูกอีกสองคนฉลองคริสมาสต์ ตัวนางเอกเป็นลูกติดแม่วัยรุ่นที่เบื่องานมาก ยกเว้นว่าเธออยากมายั่วลุงสุดหล่อของตัวเอง แล้วเด็กๆไม่รู้ป่วยเหี้ยไรสักอย่าง จากนั้นก็ลุกขึ้นมาไล่ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง

มันรุนแรงมากๆ เพราะหนังเด็กผีเรื่องอื่นๆ เด็กมันเป็นลุกคนอื่น เด็กแถวบ้าน เ ด็กแปลกหน้าไล่ฆ๋าคนแปลกหน้า แต่นี่คืลูกตัวเองไล่ฆ่าพ่อแม่ แล้วเป็นเด็กวัยซนน่ารัก ที่เอามีดแทงตาแม่ หรือผลักแม่ตกสนามเด็กเล่นกระดูกหักทะลุขา แล้วเราจะฆ่าลูกเรามั้ยถ้าลูกเราจะฆ่าเราแล้วเอาตุ๊กตาเสียบในท้อง เวียร์ดสัสๆๆๆ และเวียร์ดไปได้ถึงตอนจบ ยิ่งกระอักกระอ่วนมากเท่า่ไหร่หนังยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่านั้น ฉากการฆ่าเด็กมันรุนแรงมากเพราะมันเป็นการฆ่าันภายในครอบครัวล้วนๆ

TOP HORROR FILM ปีนี้แน่ๆ หนังสยองขวัญอังกฤษนี่ประมาทไม่ได้เลย

หนังเด็กเรื่องอื่นๆที่เหมาะจะฉายกับเรื่องนี้เพื่อจัดโปรแกรมหนังวันเด็ก
1.Who Can Killed A Child (1976 , Narciso Ibáñez Serrador,SP)
ผัวเมียไปเที่ยวเกาะทั้งเกาะมีแต่เด็ก เพราะเด็กไล่ฆ่าผู้ใหญ่ตายห่าหมดแล้ว อีผัวกับเมียท้องแก่เลยต้องสู้กับเด็กผียกเกาะ

2.The Children (1980 ,Max Kalmanowicz, US)
เด็กผีในหมู่บ่านเล็กๆที่โดนต่างเข้า หรือโดนอะไรสักอย่าง แล้วถ้าไล่กอดใครคนนั้นจะระเบิดตายห่าเป็นเสี่ยงๆ ตอนฉายดังมาก แต่สาบสูญไปเลย หลังจากนั้น ฉบับที่ได้ดูก็เหมือนจะมาจาก VHS Rip

3. Dark Touch (2013, Marina de Van,Ireland)
เด็กผีพลังจิตสูงที่ทำลายล้างทุกครอบครัว สะกดจิตเด็กทั้งเมืองให้เดินไปตายในโรงเรียน ฟินมากๆ

4. Village of the Damn (1960 ,Wolf Rilla ,US)
อันนี้ดูกันไปค่อนโลกแล้วมั้ง (เคยดูแต่ฉบับรีเมค 95 เกือบหลับ ) คึกฤทะิ์เอามาเขียนใหม่เป็นกาเหว่าที่บางเพลง

5. Ils (2006,David Moreau +Xavier Palud, Fr + Romania)
ผัวเมียโคตรซวยโดนแกงค์ฆาตกรเด็กผีเปรตมาไล่ฆ่าในบ้าน เพราะมันเด็กมันเลยมุดท่อเข้ามาฆ่า อันนี้จะโหดสัสมากๆ แบบfrench extreme

6. The Good Son (1993,Joseph Ruben ,US)
ลูกตัวเองเป็นเด็กผีเปรตโรคจิต แต่ลูกคนอื่นเป็นเด็กดี ถ้าต้องเลือกช่วยจะช่วยใคร น่าจะดูกันหมดละมั้ง
เอ้อ เอลิจาห์ วู้ด ตอนเด็กน่ารักมากๆ

7. Orphan (2009,Jaume Collet-Serra,US)
อันนี้ไม่ต้องเล่า

8.Celia (1988 , Ann Tuner, Australia )
อันนี้สุด สุดขีดมาก เด็กหญิงชอบฝันเห็นผีมีย่าเป้นนักอ่าน เพื่อนบ้านเป็นคอมมิวนิสต์ ในยุคสมัย Rabbit Proof Fence มันเป็นทั้งหนังการเมืองที่เข้มข้น และหนังสยองขวัญเด็กผีเปรตที่แซ่บมากๆๆๆๆๆ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 114 other followers