THE VVITCH (2015, Robert Eggers, US)

เรื่องมันคือครอบครัวพ่อแม่และลูกห้าคนที่ออกจากศาสนจักรจั้งเดิมของชุมชน มาตั้งรกรากอยู่กลางป่า ผเชิญหน้ากับสิ่งลึกลับในป่า ซึ่งอาจเป็นแม่มด ลูกทารกคนเล็กถูกลักตัวไปต่อหน้าพี่สาวคนโต น้องชายเคร่งศาสนากำลังผเชิญกับบาปของการกลายเป็นวัยรุ่น เด็กฝาแฝดชายหญิงเกลียดชังพี่สาว พ่อกับแม่ระหองระแหงกันเรื่องการออกจากอาณาจักรของพระเจ้า เรื่องการออกจากอังกฤษมาอยู่ในแดนเถื่อน มีความชั่วร้ายอยู่ในป่า แต่สิ่งชั่วร้ายที่แท้คือกล่าวหากันเองว่าใครสักคนอาจเป็นแม่มด ความเกลียดชังปะทุแตกขึ้นภายในโลกที่มีแต่พวกเขาเอง กับภยันตรายทั้งสัตว์ร้าย ปีศาจ ป่า ลมฟ้าอากาศ ฤดูหนาวที่กำลังมาถึง นี่คือโทษของการแยกตัวจากชุมชน โทษของความเชื่อที่ไม่ตรงกับความเชื่อส่วนใหญ่ หรือมันคือการแสดงให่้เห็นว่าพระเจ้าที่เขาศรัทธาอาจไม่มีอยู่ และโลกของชายเป็นใหญ่ที่ถูกสั่นคลอนโดยการแยกตัวโดดเดี่ยว สถาบันครอบครัวใต้ศาสนาที่ไม่ได้ทำให้เข้มแข็งแต่ทำให้เปราะบางเพราะทุกคนคือสายสืบของพระเจ้าในการกล่าวหากันเอง แล้วยังมีแม่มด!

เอาจริงๆหนังไม่ได้น่ากลัวแบบแหลมๆ แบบที่เล่นกับความกลัวผิวเปลือกในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้เล่นกับความคลุมเครือ ความกลัวของมันเกิดจากความกดดันของผู้ชม ซึ่งได้เห็นแม่มดตั้งแต่ห้านาทีแรก ไม่ใช่หนังว่ามีแม่มดจริงไหม เพราะแม่มดอยู่ข้างนอกนั่นแน่นอนความกลัวจึงอยู่กับการที่เมื่อแม่มดลงมือ โธมัสซิน เด็กสาวตัวหลักของเรื่องจะต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกสงสัย เริ่มจาดเธออยู่กับน้องเล็กตอนถูกลักตัว เธอแกล้งเด็กฝาแฝดว่าเธอเป็นแม่มด เธอคือตัวละครที่ถูกวางให้เป็นเหยื่อล่อ ลูกสาวคนโตที่ทำงานหนักทุกอย่าง แม่เกลียดเธอเพราะเธอทำน้องหาย พ่อใส่ใจลูกชายมากกว่า และเธอเองอาจจะถูกขายออกไปจากบ้าน สิ่งที่ทำให้หนังน่ากลัวจึงไม่ใช่แม่มด แต่คือสถานะของการถูกกดขี่ตลอดเวลาของเธอ มันจึงไม่ใช่หนังแม่มด แต่เป็นหนังล่าแม่มด ที่ผู้ชมต้องเอาใจช่วยเหยื่อที่ถูกกล่าวหา ถูกประนาม และมันไปถึงจุดสูงสุดตรงที่การประณามนั้นมาจากครอบครัวของตัวเอง

มันจึงเป็นเรื่องของสถาบันครอบครัวที่ศาสนาไม่อาจเยียวยา มันไม่ใช่หนังครอบครัวสู้ผี แต่เป็นหนังผีในครอบครัวเสียเอง อันที่จริงจุดยืนมันค่อนข้างน่าสงสัย เพราะมันพูดว่าครอบครัวนี้มีความเห็นทางศาสนาไม่ตรงกับชุมชน จึงขับตัวเองออกมาอยู่ชายขอบ หนังเป็นการลงโทษครอบครัวที่ไม่ประพฤติในจารีตสังคม แต่ดูเหมือนจารีตสังคมคือการตีความเชิงศาสนาไม่ตรงกัน และการออกมาของครอบครัว ไม่ได้เป็นไปเพราะเขาอยู่นอกศาสนา เป็นเพราะเขาเคร่งศาสนามากเกินไป แต่ศาสนาไม่ได้ปกป้องพวกเขาจากผีร้าย ศาสนาต่างหากที่ทำให้พวกเขามองหาผีร้าย ศาสนาจูงมือพวกเขาไปหาแม่มด ไม่ใช่ตัวแม่มดแต่เป็นการล่าแม่มด

ในจุดหนึ่งเมื่อหนังพูดถึงแม่มด มันย่อมหลีกเลี่ยงประเด็นพลังอำนาจของผู้หญิงไปไม่ได้ (ดังเช่นตัว W ที่หนังเขียนเป็นตัวVV ตัว V ที่เป็น V เดียวกับ Vagina ) ผู้กำกับให้สัมภาษณ์ประเด็นนี้ไว้ค่อนข้างละเอียดแต่ก็อยากเสริมนิดหน่อย ผกก.เล่าว่าแม่มดเป็นความกลัวของผู้ชายที่มีต่ออำนาจผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็เป็นทั้งความกลัวและแฟนตาซีของผู้หฯญิง(ในยุคสมัยนั้น)ที่ไร้อำนาจต่อกร วิธีเดียวคือการกลายเป็นแม่มด และมีพลังอำนาจ ซึ่งเป็นพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ อธิบายด้วยโลกของวิทยาศาสตร์/ศาสนาอันเป็นโลกของผู้ชายไมไ่ด้

มองในมุมนี้กลายเป็นแม่มด การกลายเป็แม่มด จึงเป็นทางออกคล้ายกับการเข้าป่าไปเป็นขบถของผู้หญิง (ในยุคสมัยนั้น -นำมาซึ่งการล่าแม่มดที่รุนแรงเหี้ยมโหด) ในอีกทางหนึ่ง มันทำให้นึกถึงความจริงในทำนองว่า สถาบันศาสนาและครอบครัวต่างหากที่สร้างแม่มดขึ้นมา หนังฉายภาพความล้มเหลวของพ่อผู้ซึ่งล่าสัตว์ไม่เป็นปลูกข้าวโพดไม่ขึ้น การพยายามธำรงสถานะของพ่อจึงยืนอยู่บนการกดขี่แรงงานและศีลธรรมจากลูกสาว (ว่าด้วยการขโมยถ้วยเงิน) แต่คนที่ออกแรงในการกำจัดผู้หญิงก็คือผู้หญิงด้วยกันเอง หรือแม่ผู้ได้รับอภิสิทธิ์จากผู้ชาย การล่าแม่มด ทำโดยผู้หญิงด้วยกันเอง แม่มดไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการประกอบอาชญากรรม แต่สิ่งที่ทำให้ครอบครัวพังลงคือครอบครัวด้วยกันเอง ไม่ใช่แม่มด การล่าแม่มดสร้างแม่มด ไม่ใช่แม่มด การที่พ่อถูกปีศาจ(แพะ = ผู้ชาย) ฆ่าตายในกองฟืนท่วมถึงหลังคา การผ่าฟืนนั้นเป็นสิ่งเดียวที่พ่อทำได้ดีในฐานะผู้ชาย ทางออกของความเป็นชายที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากผ่าฟืน ขณะที่ลูกชายที่สือทอดความเป็นชายมาตายเพราะความเป็นชายในตัว การเติบโตจาเด็กเป็นผู้ใหญ่ผู้ชาย (ผ่านทางอารมณ์เพศ) ฆ่าความเป็นชายที่กำลังมาแต่ยังไม่ถึง ในขณะที่สำหรับลูกสาว มีแต่การฆ่าแม่จึงเป็นการปลดปล่อยตัวเองออกจากสถาบันครอบครัว จากผู้หญิงที่ยอมตามในโลกชายเป็นใหญ่และใช้อภิสิทธิ์นั้นมาจัดการผู้อื่น การเข้าไปในป่า ไปเป็นแม่มดจริงๆ เลยเป็นทางออกแฟนตาซีแบบสตรีนิยม อย่างน้อยก็ในสมัยนั้น

อย่างไรก็ตามแพะดำผู้นำทางเธอก็ปรากฏร่างเสียงในฐานะเพศชาย ลูซิเฟอร์เป็นชาย เป็นเพียงการหลบไม่พ้นของบรรดาสตรีจากผู้กดขี่และผู้ปลดปล่อยซึ่งเป็นชาย

อย่างไรก็ตาม การอธิบายหนังในกรอบเฟมินิสม์ อาจจะเชยและน่าเบื่อเมื่อเรามองว่าสิ่งทำสำคัญที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการฉายภาพแม่มดจากโพ้นศตวรรษให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความกลัวจริงๆ หนังรวบรวมจากเรื่องเล่า ตำนาน นิทานของนิวอิงแลนด์จากยุคนั้น กระทั่งบทสนทนาก็คัดลอกมาจริงๆ (ภาษาอังกฤษยุคนั้นเท่จริงๆ) ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำรีเสิร์ชอย่างหนักหน่วง คนในสมัยปัจจุบันอาจจะจินตนาการความกลัวแม่มดของคนในอีดตไม่ได้แล้ว และนี่คือการกลับไปเข้าใจความกลัวในอดีตว่าแม่มดเคยในกลัวขนาดไหนในศตวรรษที่ 18

แม้อาจจะไม่ใช่หนังสยองขวัญทีชอบสุดๆ(ด้วยเหตุผลโง่ๆว่ามันเนี้ยบเกินไป) แต่นี่คือหนังที่น่าจดจำที่สุดเรื่องนึงขอ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s