A Devilish Murder (1956, Lee Young-min,STKR)

สุดขีดที่สุดในสามโลก ยิ่งดูหนังผียุคเอเซียยุคก่อนหนัามากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นว่ The Ring และ Ju-On นี่มันเป็นเจ้าอาณานิคมหนังผีเอเซียมากเท่านั้น เพราะมันลดทอนความหลากหลายไปหมดเลย หนังผีเกาหลียุค 60 -70’s นั่นไซคีเดลิก โกธิค เลอค่ามากๆๆๆ

หนังเริ่มจากผู้ชายคนหนึ่งไปชมนิทรรศการภาพวาดแมวแล้วพบว่าในแกลเลอรี่นั้นว่างเปล่า ไม่มีรูปภาพหรือผู้คน นอกจากรูปวาดสีแดงรูปเดียว เป้นรูปเมียเก่าของเขาเอง เขาตกใจลนลานหนีออกจากแกลเลอรี่ ไปพบแทกซี่คันหนึ่ง แทกซี่ไม่พาไปส่งบ้าน บอกว่าคืนนี้เป็นคืนผีเดือดผีจะออกมาอาละวาด เขาถูกพาไปส่งที่บ้านหลังหนึ่ง จิตรกรในบ้านนั้นเป็นคนวาดภาพนั้น เขาส่งภาพให้ชายหนุ่ม ก่อนจะถูกผีสาวในชุดฮันบก เขาพารูปเมียเก่าของเขากลับบ้าน ที่บ้าน แม่และเมียใหม่กับลูกๆของเขาค่อยๆถูกผีสาวฮันบกไล่ฆ่าทีละคนสองคน เช่นเอาหินทุบไปโยนทิ้งแม่น้ำ หรือจิกหัวไปจากหน้าต่างชั้นสอง ทำให้เป็นบ้า จนกระทั่งอยุ่ดีๆมีหญิงสาวอีกคนปรากฏตัวขึ้นมอบหินก้อนหนึ่งให้ชายหนุ่มบอกว่าให้เขาเอาไว้ปราบผีแล้วหายตัวไป

ที่แท้หล่อนเป็นผีแมว ที่เกิดจากการที่แม่ผัวตัวแสบกับลูกพี่ลูกน้องของหล่อนที่เป็นคนมช้ในบ้านรวมหัวกันฆ่าหมกศพในวัด แล้วเลื่อนตัวเองมาเป็นสะใภ้ ด้วยความแค้น วิญญาณผีสาวให้แมวน้อยที่ติดอยู่ในหลุมกินเนื้อจนเกลี้ยงแล้วกลายร่างเป็นปีศาสจแมวสาวมาล้างแค้น

ถ้าพลอตแซบไม่พอ งานสร้างนั้นแซบกว่า ด้วยการถ่ายทำแบบโกธิคที่ไม่รีเลทอะไรกับโลกภายนอก เลนส์บิดภาพขอบจนเบลอ ทุกอย่างอยู่ในเงามืดตัดสว่าง จนเหมือนหนังฟิล์มนัวร์ และการสร้างฉากเซตฉากที่ดูง่อยๆแต่น่ากลัวมาก ผนังบ้านืดทึมที่สกปรกตลอดเวลา เหมือนตัวละครถูกขังในนรก ทุกอย่างไม่สว่างสดใส เหมือนบ้านร้าง เหมือนบ้านผีสิง ตัวละครเกาหลีที่เล่นใหญ่อลังการดาวล้านดวงกับเทคนิคผีแบบโบราณเช่นการเมคอัพ หรือการหายตัว หรือลำแสงเลเซอร์ ทำให้หนังออกมาน่าตื่นเต้นมาก และที่สำคัญการที่หนังชั่วโมงแรกเป็นเหมือนเอาไคลแมกซ์มาขึ้นจอก่อนจะเอาส่วนปูพื้นไปเล่าในสิบห้านาทีสุดท้าย ทำให้หนังหลอกหลอนผู้ชมที่ไม่รู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งสิ้น โดนผีหลอกไปชั่วโมงนึงโดยไม่เข้าใจอะไรเลยมันช่างสะพรึง และน่าตื่นเต้นยิ่งนัก

ติดือปหนังผีปลายปีโดยไม่ต้องเสียเวลา

อยากดูหนังไม่ต้องถาม ไปที่นี่ /me ก้มกราบตีนKOFIC แบบไม่แบมือ

https://youtu.be/rVVtAPh2M9Q

Advertisements