เทริด (2016, เอกชัย ศรีวิชัย ,ไทย)

1. Surprise!!! มันเป็นหนังท้องถิ่นนิยมแบบที่เราควรจะต่อต้าน แต่มันเป็นหนังที่เชื่อในตัวมันเองอย่างมากแม้พลอตจะเหมือนหนังพม่ายุค 50’s แต่มันเองก็จริงจังแบบเดียวกับหนังพม่ายุคนั้นด้วย(อธิบายเพิ่มเติม หนังพม่ายุค 50’s ที่เคยดูอย่างน้อยสองเรื่อง เป็นหนังเมโลดราม่าคล้ายหนังไทย ว่าด้วยเรื่องรักหนุ่มสาว ความเข้าใจผิด โครงกระดูในตู้ ความลับของครอบครัว ซึ่งหนังจริงจังกับการเป็นหนังดราม่ามากๆและการที่มันได้รับอิทธิพลจากอินเดียทำให้หนังพม่าจะมีฉากร้องรำทำเพลงที่งดงามมากๆ หนังที่นึกถึงตอนดู เทริด คือ Yatanabon ซึ่งเราเคยฉายไปเมื่อต้นปีที่แล้ว) และมันน่าตื่นต้นตรงที่ เราควรจะต่อต้านหนังท้องถิ่นฝ่ายขวาทำให้ดำรงคงพันธุ์ฝ่ายขวา แต่ในประเทศนี้กระทั่งหนังแบบนี้ก็ยังมีนัยยะท้าทายฝ่ายขวาจากส่วนกลางอีกทีนึง ด้วยการเป็นเรื่องของท้องถิ่นทั้งหมดที่กรุงเทพไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเลย

ที่พรึงเพริดที่สุดคือหนังมันเล่าเรื่องเดียวกับ X-Men Apocalypse!

2.เรื่องมันคือความขัดแย้งของศรัทธาครูโนราห์ที่สิงห์ลูกชายไม่ยอมสืบสานความเป็นโนราห์ต่อ แต่หันมาชื่นชอบดนตรี ซึ่งไม่ใช่การเป็นเสกโลโซหรือปูพงษ์สิทธิ์ แต่เป็นการเป็นอะไรแบบวงกางเกง วงกลม วงพัทลุง คือดนตรีไฮบริดเพลงแบบพี่เสกเข้ากับเพลงแบบมาลีฮวนน่าหรือหลวงไก่ ที่เนื้อหาเป็นวัยรุ่นมากๆ (ซึ่งแน่นอนว่าแถวนี้มันฮิตจริงๆ) งานจ้างงานหนึ่งเจ้าภาพเห็นสิงห์ถือกีตาร์ก็บอกว่าโนราห์อะไรมีกีตาร์ไปเลยไป สิงห์ทะเลาะกับพ่อ ทำเทริดประจำวงหักแล้วหนีออกจากบ้านที่พัทลุงมาอยู่กับลุง พุฒ ล้อเหล็ก นักมวยในสงขลา

ที่สงขลา สิงห์ ไปร่วมกับบอลลูกพี่ลูกน้องทำวงเล่นในตลาดเมืองเก่า(วงนี่น่าจะคาเมโอ้ วงร๊อคภาคใต้ไฮบริดมากันทั้งวงการ ,หลวงไก่ กับ เดช อิสระก็มาคาเมโอ้ด้วย ยกกันมาทั้งภูมิภาค) แล้วบังเอิญไปช่วยเหลือสาวสวย น้องสายทิพย์จากการถูกจิ๊กโก๋ทำร้าย สายทิพย์นี่เป็นโนราห์วัยรุ่น ที่แม่ได้เงินมาจากนายหัวอำนาจมาตั้งคณะ ตั้งใจจะให้ลูกสาวแต่งงานกับลูกชายนายหัวอำนาจ แต่อันมารักกับสิงห์เสียก่อน

ในอีกทางหนึ่งพ่อครูมาเข้าทรงแล้วบอกว่าไอ้สิงห์ต้องตายถ้าไม่เอาขันหมากมาขอขมา มาเปนโนราห์ ตัดจุกสวมเทริดโดยต้องไม่ปาราชิกมีเมียไปก่อน ถ้าไม่ทำตามนี้จะเอามันไปอยู่ด้วย

ครูศรัทธาความดันขึ้นเบาหวานขึ้นตาลูกไม่กลับบ้าน หมอบอกว่าตาบอดได้ แต่โนราห์ก็ยากจนต้องออกไปเล่น จนยิ่งแย่ไปอีก

สิงห์พาสายทิพย์หนี ได้กันแล้วโดนตามล่า หนีมาเจอพ่อ เลยรู้ว่าพ่อป่วย สิงห์เลยกลับมาสืบสานความเป็นโนราห์ต่อจากพ่อ

เรื่องเป็นนิทานฝ่ายขวาโนราห์สมบัติชาติ เด็กหลงทางไปกับวงดนตรีจะกลับมาสืบสานรากเหง้าของไทยมากๆ ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นและถูกโหมให้หนักขึ้นด้วยการเป็นเมโลดราม่าอีกชั้นที่น่าตกใจมากๆในตอนท้ายเรื่อง การพยายามโรแมนติไซส์ทำให้มันเกินเลยจากการแค่เป็นพรอพากันด้าดาดๆแล้วเปิดเผยคุณค่าที่มันยึดถืออกมาจริงๆอย่างน่าสนใจมากๆๆๆๆๆ

3. ต่างจาก ผู้บ่าวไทบ้าน หนังท้องถิ่นนิยมเรื่องนี้ไม่ได้พูโคอนฟลิกต์ของท้องถิ่นกับกรุงเทพ (หรือท้องถิ่นกับโลก)แบบที่ผู้บ่าวไทบ้านพูดถึง หนังจึงเป็นอะไรที่ใต้มากๆ นั่นคือตัวท้องถิ่นไม่ยอมที่จะรู้สึกแปลกแยกกับกรุงเทพ และพยายามอย่างยิ่งที่จะให้โนราห์ไม่ได้เป็นศิลปะของท้องถอ่น แต่เป็นมรดกของชาติ คู่ตรงข้ามของโนราห์จึงไม่ใช่ ‘การเข้ากรุงเทพ’ แต่เป็นวงร็อคตะวันตก (ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่ตะวันตก แต่เป็นการรับเอาตะวันตกมาเป็นผลผลิตในภาค) และอันที่จริงมันไม่ได้เป็นปัญหาที่แท้ ของโนราห์ หนังไม่ได้ทำตัวเรียกร้องความสนใจว่าโนราห์กำลังจะตาย มันพูดอย่างนั้น แต่ความขัดแย้งจริงๆ หัวใจที่จริงคือการสูญเสียอำนาจของ วิถีโนราห์ และการพยายามเรียกคืนอำนาจแบบนั้นอย่างละมุนละม่อม และถึงที่สุด ศัตรูของหนังคือการผิดจารีต ซึ่งย้อนมาตั้งคำถามสำคัญได้ทันทีว่า ศัตรูที่อยู่ข้างนอกคือจารีตต่างหาก แต่นี่คือหนังที่ทำโดยคนผู้สยบยอม และได้รับอำนาจจากจารีต ศัตรูของจารีต จึงคือการผิดจารีตต่างหาก

4. จากนี้น่าจะมีการเปิดเผยเนื้อหาภาพยนตร์นะ จริงๆมันเดาไม่ยากหรอก แต่มันก็เป็นความลับของหนังเหมือนกัน

ความขัดแย้งสำคัญในหนังที่หนังพยายามจะพูดจริงๆคือการที่ถึงที่สุดสิงห์ทำผิดจารีตของพระเจ้า (ในที่นี้คือพ่อครู) ความขัดแยงในระดับมนุษย์นั้นสามารถแก้ไขได้ง่านสำหรับชาวใต้ (ในที่นี้พูดถึง texas ละกัน ) โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐ นั่นคือพึ่งพาความเป็นพวกพ้องและอำนาจ การพาหนีของสิงห์กับสายทิพย์คลี่คลายได้ง่ายแสนง่านเมื่อพ่อของสิงห์ กับ นายหัวอำนาจ ที่เป็นเจ้าพ่อและส่งคนมาจัดการสิงห์นั้น เป็นพวกพ้องเดียวกัน รัฐไม่ต้องสอดมือยุ่งเกี่ยว ทุกอย่างแก้ไขได้ในท้อวงถิ่นด้วยวิธีคิดแบบรักพวกพ้อง (การอยู่แบบไม่มีพวกพ้อง หรือหวังพึ่งพิงรัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่เป็นคนมีพวกพ้อง และเสี่ยงมากที่เราจะขัดแย้งกับพวกพ้องของจนท.รัฐ จึงเป็นเรื่องอันตรายมาก)

แต่สิ่งที่อยู่เหนือความขัดแย้งระดับมนุษย์คือความขัดแย้งกับพระเจ้า (ในที่นี้ศักดิ์ของจารีตในสังคมปิด มีอำนาจในระดับพระเจ้า ยิ่งจารีตผ่านร่างทรง ยิ่งมีอำนาจราวกับพระเจ้าทรานสเฟอร์ร่างกายในพิรามิด) ความขัดแย้งที่ไม่อาจแก้ไขได้คือความขัดแย้งของ God VS Men ดังนั้นจุดจบของสิงห์จึงเป็นไปเพราะความขัดแย้งของสิงห์กับพระเจ้าที่จะไม่ได้รับการอภัย สิงห์ปาราชิกไปมีเมีย สิงห์ไม่เอาขันหมากมาไถ่โทษ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่สามารถแก้ไขความผิดได้ อาถรรพ์ ไสยศาสตร์ จึงเป็นแกนกลางของการควบคุมผู้คน และในหนังเรื่องนี้ เราจะไม่เห็นการตั้งคำถามว่าถ้าพระเจ้ามีจริง พระเจ้าไปอยู่ที่ไหนตอยลูกผมโดนฆ่าแบบเดียวกับที่แมกนีโต้ถาม แต่มันคือการสยบยอมโดยสมบูรณ์ด้วยการบอกว่าเพราะมันทำผิดจารีตมันจึงต้องเป็นไป หรือกล่าวให้ถูกต้อง กรรมคือพลังพิเศษของพระเจ้าที่ศาสนาช่วยหนุนส่ง

5.หนังจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเชิดชูโนราห์ในฐานะมรดกของแผ่นดิน ซึ่งหนังทำได้ดีมากๆๆด้วยสองส่วน คือการถ่ายเรือนร่างของการฝึกซ้อมของสิงห์ด้วยสายตาเอกโซติคมากๆ ซ้อมในวัด ริมทะเลสาบ หรือในห้องแสงสาดส่องเรือนร่างซิกแพค กับอีกส่วนหนึ่งคือการทำหน้าที่เป็น Visual Anthropology บันทึกพิธีกรรมของโนราห์ ตั้งแต่การรำโนราห์ (ฉากโนราห์โรงครูแทงจระเข้นี่น่าตื่นเต้นมาก เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน) หรือการเป็นโนราห์ (ฉากรับเด็กเป็นโนราห์ที่มีการเอาเท้าเหยียบเครื่อง ลนไห และนาบบนหน้าเด็ก) หรือฉากการเป็นโนราห์ใหญ่ (ฉากตัดจุกสวมเทริด) หนังอาจจะให้เวลาน้อยไปหน่อย แต่ฉากพวกนี้ถูกถ่ายออกมาอย่างน่าตื่นเต้นมาก( กรณีทำให้นึกถึงหนังเรื่อง ‘นางตะเคียน’ หนึ่งในหนังที่โดน Underrated มากๆ ซึ่งหนังให้เวลายาวนานมากๆๆในการถ่ายฉากงานศพแบบพื้นบ้านของคนภาคกลาง บางทีก็นึกอยากฉายหนังเหล่านี้ในทีม Visual Anthropology โดยมีแกนกลางเป็น ลูกอีสาน ของวิจิตร คุณาวุฒิ)

6.หน้าที่ของหนังจริงๆกลับเป็นการเชิดชูจารีต /พระเจ้า และบอกว่ามนุษย์นั้นเล็กจ้อยใต้จารีต ถ่าเป็นเช่นนั้น จารีต/พระเจ้า ก็ไมไ่ด้มีหน้าทรี่ในการทำให้มนุษย์เป็นอภิมนุษย์ แต่ทำหน้าที่ควบคุมมนุษย์ด้วยความกลัว และลงโทษมนุษย์ผู้ผิดจารีต ในแง่นี้ พ่อครูจึงไม่ได้ต่างเอบ ซาห์บาห์ นูห์ พระเจ้ามีไว้เพื่อควบคุมปกครอง และลงโทษ ผู้ไม่เห็นพ้องกับพระเจ้า แต่สำหรับศรัทธา (สมชื่อจริงๆ) เขาไม่ตั้งคำถามว่าทำไมพระเจ้าจึงลงโทษลูกชายของเขา เขายอมรับมันโดยสุดใจและศาสนายังหนุนส่งด้วยการทำให้หนึ่งในเหล่าอาชญากร ได้ล้างบาปด้วยการบวช ในขณะที่ Apocalypse พยายามต่อสู้กับพระเจ้า เทริดก็ยืนยันแบบประโยค there by a grace of god พระเจ้ามีอยู่ ก่อนจะสำทับผู้ชมอีกครั้งด้วย textท้ายเรื่องที่ตอกย้ำสาส์นสำคัญที่แท้ของหนัง คือการผิดจารีตต้องโดนลงโทษ

และนี่คือวิธีที่คนtexas ควบคุมผู้คนของตนในระดับแรกด้วยความเป็นพวกพ้อง ในระดับสองด้วยจารีตและพระเจ้า ด้วยการควบคุมสองชั้นนี้ (ไม่รวมชั้นกลางที่ว่าด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐพุทธเถรวาทโดยไม่ขัดขืน เป็นส่วนหนึ่งโดยสมบุรณ์ ) การเป็นมิวแทนท์ในสังคมปิดจึงเป็นเรื่องอันตรายมากๆ การเป็นอื่นจะเป็นเพียงสภาวะของวัยรุ่นชบถซึ่งจะจบลงเมื่อเวลามาถึง และกลับมาสู่จารีตเดิมกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ออกลูกออกหลาน(การออกลูกออกหลานสำคัญที่สุดเสมอ) เพื่อสืบสานระบบให้คงอยู่ต่อไป การไปสอนทั้งยังตาบอดของครูศรัทธา หรือการมีลูกของสายทิพย์จึงเป้นที่สุดของการดำรงคงอยู่ของระบบ

7. เลยพ้นไปจากเรื่องนี้ ดูเหมือนตัวหนังก็ออกแบบมาอย่างดี การวางเรื่องของนิทานโนห์ราห์ พระนาง นวลทองสำลี ที่มาพ้องกับชื่อแม่ของสิงห์ หรือการถ่ายฉากพรานเท่งจับนางโนราห์เพื่อสื่อความหมายสองชั้นในระดับของคอนฟลิคท์ตัวละครหรือเป็นภาพแทนของตัวละครก็ละเอียดมากๆ การถ่าย landscape ของพัทลุง กับสงขลาก็หมดจดมาก(เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่เคยไปเที่ยวพัทลุงจริงๆเลย) หลังจากฟอร์มาลีนแมน (หนึ่งในหนังที่เรารักมากเรื่องหนึ่ง) ก็มีเรื่องนี้(โดยผีมือคู่เดิม เอกชัย – ภาคภูมิ วงศ์จินดา )ก็ทำให้สงขลา(ทีเรารัก) เรืองขึ้นมาได้

ที่ชอบมากกว่านั้นคือนางเอกน่ารักมากๆ ดูเป็นสาวใต้ที่ไม่เวรี่กรุงเทพจนเกินไปนัก

และเหนืออื่นใด ชอบเพลงป๊อปใต้ที่ถูกบันทึกในเรื่องมากๆ ทั้งจับเธอแก้ผ้าอ้อร้อได้ถ้วย ไปจนถึง มหาลัยวัวชน แค่นึกว่าเอาหนังเรื่องนี้มาดูอีกยี่สิบปีข้างหน้าก็ตื่นเต้นแล้ว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s