Captain America:​ Civil War (2016. John Russo +Anthony Russo, US)

ไม่นึกว่าจะมีวันที่อินกับหนังตระกูลอเวนเจอรส์ อย่างรุนแรง ตอนแรกคิดว่าแค่ไม่หลับก็โอเค เพราตราบใดที่มีสตาร์คในเรื่องก็อยากให้มีคนเอามีดไปแทงมันให้ตายตลอดเวลา แถมภาพนี้ไม่มีพี่ธอร์ (อร๊างงงงงงง) ด้วย

แต่พบว่าตัวเองอินกับ สตีฟ – บัคกี้ อย่างรุนแรง ซีนกัปตันไปช่วยผัในเบอร์ลินมันพีคมากๆ มันไปสู่ระดับ โลกนี้ไม่มีใครเข้าใจเราสองคน เราสองคนหนีไปด้วยกันเถอะ ซีนที่รุนแรงมากๆคือซีนสตีฟคว้าเฮลิคอปเตอร์แล้วเบ่งกล้ามทุกมัด กล้องจับอยู่ราวสามสิบวินาที พร้อมแคปชั่นในหัว ‘ตัวเองงงงง อย่าทิ้งเค้าปายยยยยย’

เอาจริงๆนอกจากความโรมแนติคบอร์เดอร์ไลน์ของสตีฟ บัคกี้ ก็ยังชอบประเด็นเซ็นไม่เซ็น เมื่อพจิารณาว่า กัปตันที่ถูกยกเป็นตัวแทนของเจตจำนงเสรี มันคือเจตจำนงเสรีของUS ที่จะโนสนโนแคร์ ข้อตกลงของ UN สิ่งที่กัปตันพูดในโลกจริงมันย้อนเป็นว่า US ทำตามเจตจำนงของตัวเองด้วยการบุกอิรักสิจ้ะ แต่ในระดับปัจเจกว่า UN จะเอาพวกเขาไปเป็นเบี้ยมันเวิร์ค เพราะมันส่งเสริม individualism เสรีภาพที่เข้าตีนกัปตัน ‘อเมริกา’ มากๆ

คล้ายๆแบทซุป ซุปกับกปัปตันคือ อเมริกายุคสงครามโลก พ่อคยหล่อคนดีกู้โลก ในขณะที่แบทกับสตาร์คก็คือพวก คอมมิวนิสต์เสรีนิยม (ตามคำของซีเซกฉ่าย) คือพวกนายทุนที่ ให้กูรวยแล้วกูจะช่วยโลก (ไปอ่านเพิ่มเอาเองในหนังสือซีเซกฉ่าย) ซึ่งน่าหมั่นไส้กว่าพี่อเมริกันคุณพ่อรู้ดีแต่ใจซื่อเป็นไหนๆ(ที่จริงก็น่าหมั่นไส้พอๆกัน) แต่ความกระอักกระอ่วนจริงๆที่หนังเล่นคือ ไม่ว่ามึงจะเป็นแบบไหนมันมีเหยื่อ และการที่ตัวร้ายในภาคนี้เป็น เหยือของการกู้โลก ไม่ใช่พวกหวังครองโลก มันเลยมีน้ำหนักว่า ปฏิบัติการของมึงมีปัญหาในตัวมันเอง มันเลยดีที่เลือกจบโดยไม่พยายามเชิดชูว่า มึงซวยช่วยไม่ได้ตายไปซะ ต้องเสียสละอะไรงี้ เพราะเหยื่อมันย้อนกลับมาหาตัวอเวนเจอรส์เอง กัปตันเลยต้องเสียผัว (เอ๊ย เพื่อนรัก) และสตาร์คต้องเจอความจริงอันเลวร้าย

การที่หนังดีลกับประเด็นคนบริสุทธิ์ที่ต้องซวย ท้าทายความชอบธรรมของหนังพอสมควร (แต่แน่นอนหนังมันต้องตีสองหน้าอยู่แล้ว) ซึ่งจริงๆก็ชวนให้คิดถึงเรื่องที่แบทซุปควรขยี้แต่ไม่ขยี้คือ โอกาส 0.01% ที่ฮีโร่จะมีpotentialในการทำลายคนอื่น การจัดการด้วยความกลัว คือการจำกัดขอบเขตอำนาจของฮ๊โร่ แต่ Civil War มันตีความเข้าข้างตัวเองว่าถ้าเราเป็นคนดีแล้วไซร้ เจตจำนงที่ดีจะทำให้เราไม่ตกเป็นเครื่องมืิอของการเมือง ซึ่ง individualism มันมีปัญหาในตัวมันเอง (มาดูแถวนี้ก็ได้) พอมันเอาเรื่องของเหยื่อมาล้างแค้นมาบาลานซ์ก็ทำให้เรารู้สึกทอนทั้งความเกลียด และความชอบลง ชอบความกระอักกระอ่วนตรงนี้มากๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s