Right Now, Wrong Then (2015, Hong Sang Soo, STKR)

rightnowwrongthen

หนังมันหวานเว้ย มันคม โครงสร้างชัด แต่จัดเป็นหนังฮองซางซูที่อยู่ในฝั่ง ชอบน้อย เมื่อเทียบกับหนังไม่ดังของเขา

1. เรื่องคือพระเอกเป็นผู้กำกับที่มาฉายหนังในเมืองเล็กๆ นางเอกเป็นสิลปิน ไปเจอกันในวัด พระเอกก็ม่อนางเอกไปเรื่อย ชวนไปกินกาแฟ ตามด้วยไปดูรูปของนางเอก ม่อไปม่อมาก็ไปกินเหล้ากันนางเอกก็นึกได้ว่าโอ๊ะต้องไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนเลยพาพระเอกไป เพื่อนก็เริ่มเมาท์ว่านี่มัยผู้ำกับคนดังจอมเจ้าชู้แล้วเราก็ต้องลุ้นว่า ทั้งเมา ทั้งเหี้ยนี่จะได้หรือนก

ตัดไปครึ่งหลังเหตุการณืเดิมบังเกิดซ้ำ เปลี่ยนนู่นนิดนี่หน่อย แต่ที่สำคัญคือเปลี่ยนคาแรกเตอร์พระเอก เหตุการณ์เหมือนเดิมทุกประการ แต่แค่เปลี่ยนวิธีคิด มู้ดแอนด์โทนก็จะเปลี่ยนไปยังกะหนังคนละเรื่อง !

2.จริงๆตอนดูหนังจะนึกถึง Gyeongju ของ Zhang Lu ตลอดเวลา ซึ่งที่จริงตอนดู Gyeongju ก็จะนึกว่านี่มันเป็นฮองเวอร์ชั่นดีเพรส แต่พอมาดูฮองทำพลอตดแบบGyeongjuเลย (พระเอกเป็นคนดังต่างถิ่น เดินทางมาเมืองเล็กๆแล้วม่อสาวสวย) มันก็ดันกลับทำให้เราคิดเทียบไปหา Gyeongju (ซึ่งเป็นหนังเกาหลีที่ชอบที่สุดในปีที่แล้ว ชอบจนต้องเบียด Hill Of Freedom ตกไป ) ตลอดเวลา ถ้า Gyeongju เป็นฉบับดีเพรสของฮอง นี่็เป็นฉบับหวานของจางลู่ หรือฉบับผสมน้ำตาลของฮองเอง ซึ่งดีนะไม่ใช่ไม่ดี แต่มันไม่คันๆเจ็บๆแบบที่คุ้นๆ

3.Then & Now

สิ่งที่มันส์มากของฮองคือคราวนี้เขามั่นใจในหการหักกลางเรื่องใ้หเหตุการณ์เล่นซ้ำมากๆ (แหงสิมึง ทำแบบนี้มากี่สิบเรื่องแล้ว) ประเด็นของมันเจ๋งตรงชื่อ Right Now , Wrong Then เพราะตอนดูครึ่งแรกเราจะคิดว่าThen คือเหตุการณ์ที่เกิดก่อนในตอนนั้น เช่น ตอนกลางคืนเป็นNow เช้าวันนั้นก่อนจะค่ำก้ต้องเป็น Then ครึ่งแรกมันชื่อ Right then , Worng Now คือเช้าถูกบ่ายผิด เช้าม่อสาว ค่ำความลับแตก แต่พอเดินเข้าครึ่งหลัง Then กับ Now มันไม่ใช่เหตุการณืในตอน แต่เป็นเหตุการณืข้ามตอน Then กลายเป็นครึ่งแรก และNow กลายเป็นครึ่งหลัง ตามชื่อ Right Now Wron Then ครึ่งแรกเป็นพวกขี้เอาขี้โม้ ครึ่งหลังเป็นนักรักลุคคูล แต่ทั้ง Then และNow ไม่ได้จบแบบ ตอแหลมักนก ตลกมักได้ แต่มันอาจจะไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบ ระหว่างการเ้นแบบนึงกับอีกแบบนึง ว่าแบบนี้ถูกแบบนี้ผิด เพราะมันไม่ใช่ขั้วตรงข้าม แต่เป็น หลากหลายเวอร์ชั่นของชายขี้เอา

4, Right & Wrong

มันจึงไม่มีถูกผิดอะไรทั้งสิ้นในหนัง ไม่ว่าเราจะทำตัเป็นคนหน้าม่อแบบน่ารังเกียจ อาศัยความดังจะหลอกฟันสาว หรือจะเป็นนักรักที่มุทะลุ สุดท้ายเป้าหมายไม่ใช่ความัสมพันธ์ยืนยาวมากกว่าฟันแล้วทิ้ง การได้ หรือ นก จึงเป็นผลลัพธ์ และไม่ว่าเราจะเป็นตัวละครแบบA หรือแบบ B ก็ไม่มีรับประกันผลเพราะ B ไม่ใช่ Non A แต่ B คือ A.1 A.2 ไปเรื่อยๆ

แต่ที่ต่างออกไปคือการที่ หนังสามารถเปลี่ยนโทนตัวเองโดยการเปลี่ยนแค่แคแรกเตอร์ของตัวละครตัวเดียวในเหตุการณ์ที่เล่นซ้ำ วิธีที่เรามองโลก จะทำให้ Now และ Then มัน Right และ Wrong ได้อย่างไร มองจากตาพวกผู้ชายขี้เอา จะแบบไหนก็ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่มองจากสายตาอีกแบบครึ่งแรกคือความกระอักกระอ่วนป่วนจิตมาตรฐานคนขี้เอาแบบ ฮองซางซู แต่ครึ่งหลัง แม้ว่าอาการขี้เอาจะถูกซ่อนให้เป็นเรื่อ.โรแมนติคแบบเฟคๆ การได้กับการนก กลับให้ผลแตกต่างกันในแง่ของการเจ็บตัวที่น่าเย้ยหยัน หรือการเป็นเรื่องรักโรแมนติคปราศจากความหื่น การshift เล็กๆน้อยของการการกระทำ คำพูด หรือวิธีที่ตัวละครมองโลก สามารถทำให้มิติคู่ขนานของฮองแตกตัวไปเป็นโลกสองแบบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

5.เช่นกันคราวนี้ แม้แต่เทคนิคฮองยังจงใจ การซูมเข้าซูมออกแบบไม่เกรงฟ้ากลัวดิน การถ่ายที่ไหนก้ได้ ไม่แคร์การจัดฉากให้สวยงาม แค่ถ่ายติดคนพูดันก็พอแล้ว ฮองใช้อย่างมั่นหน้ามากๆ จนทำให้เทคนิคที่ปกติจะมาแบบเหวอๆไร้เหตุไร้ผล กลายเป็นเทคนิคโดดเด่นที่แสดงว่ายิ่งโลโซ หนังยิ่งน่าสนใจ เขาใช้เทคนิค (ถ้าจะเรียกว่าเทคนิค) นี้หลายครั้งกว่าเคย และมันมาแบบมั่นหน้ามากจนรู้สึกว่า อ๋อนี่ตั้งใจให้ดูเป็นหนังฮองมากๆ

6. กล่าวโดยสรุป ฮองซางซูพ่อทุกสถาบัน จบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s