Something Better To Come(2015,Hanna Polak,Poland)

hannapolak_091

1.สารคดีตามติดชีวิตเด็กเชเชนที่ หลังจากบ้านถูกทำลาย เธอกับพ่อแม่ก็ไปอาศัยอยู่ใน Svalka ซึ่งคือกองขยะขนาดมหึมาเท่าตึกสิบเจ็ดชั้น และ กว้างสองไมล์ Svalka ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเครมลินไม่กี่สิบกิโล และในกองขยะมหึมานั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก มันเป็นดงคนเถื่อนของแท้ ไม่มีตำรวจ ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีอะไรนอกจากการับจ้างเป็นลูกจ้างมาเฟีย หรือคุ้ยขยะ หรือร่วมในกระบวนการรีไซเคิลขยะ บ้านของคนในนั้นก็ทำจากอะไรก็ได้ที่หได้จากกองขยะ เอามามัดๆตอกๆ ต่อๆกัน สิ่งเดียวที่เป็นความหวังของคนในนั้นคือวอดก้าเถือนที่อันตรายถึงตายถ้ากินมากๆ คนเหล่านี้อยู่ตามกองขยะ อาจตายได้ทุกเมื่อ มีคนขับรถขนขยะทับคนตายเรื่อยๆ พวกเขามองไม่เห็น และก็ไม่สนใจถ้าคนพวกนี้จะตายไป ไม่มีอะไรน่าดูที่นี่ น้ำได้จากการเอาหิมะไปหลอมให้ละลาย อาหารหาจากกองขยะ

ไม่มีอะไรดีที่นี่ ไม่มีอดีต และไม่มีอนาคต มีคนมาแล้วไป เกิดแล้วตาย มีไม่กี่คนที่ไปจากที่นี่ได้ ส่วนที่เหลือก็กลายเป็นขยะนั่นแหละ

หนังตามเด็กคนนี้ตั้งแต่เธออายุ 10 ขวบ จนเธอออายุ 24 แปลว่าหนังใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 14 ปี 14 ปีในกองขยะกลางเครมลิน และชีวิตที่ยิ่งกว่าเรื่องเศร้าเรื่องไหนๆทั้งหมดในโลกรวมกันของยูลาและแม่ของเธอ และผองเพื่อนของเธอในกองขยะ นี่คือหนังที่เข้าคู่กันได้กับ Petition ของZhao Liang ที่ตามบรรดาผู้ร้องเรียนในหมู่บ้านสลัมร้องเรียนในปักกิ่งเป็นสิบปี และนี่คือหนังที่ทำให้ Boyhood ไร้ความหมายไปเลย

2.หลังจากนี้เปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์

ด้สวยความที่ซับเจคต์กับคนทำอยู่ด้วยกันนานมาก เราเห็นตั้งแต่ยูลาเป็นเด็กจนเธอเต็มสาว และเป็นแม่คน ตัวซับเจคต์กับคนทำก็จะผูกพันกันประมาณนึง แต่ดูเหมือนคนทำเลือดเย็นมากพอที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตของยูลา ช่วยเธอมากกว่าตามถ่ายเธอ ความเลือดเย็นของคนทำนำมาซึ่งฉากที่รุนแรงทางอารมณ์มากๆๆๆๆในหลายๆฉากบางฉากนี่ถึงขั้นช๊อค เราอาจจะเป็นคนทำช่วยฉีดยาแก้อักเสบให้คนในชุมชนขยะ หรือเห็นเธอสนิทสนมกับยูลา แต่ชีวิตของยูลา ไม่โดนเธอแทรกแซงเลยขจนน่าตกใจ

ฉากหนึ่งที่รุนแรงมากๆคืออยู่ดีคืนหนึ่งแม่ของยูลาก็เดินมาบอกว่า เธอโดนข่มขืน แล้วไม่มีใครทำอะไรได้ นอกจากให้แม่ไปล้างตัว กินวอดก้าแล้วก็ร้องให้ หรือเมื่อในเวลาต่อมา เมื่อเธอแต่กเนื้อสาวเราก็เห็นตรงหน้าว่าเธอผูกพันกับหนุ่มร่วมชุมชน ถึงที่สุดเธอท้อง หนังหล้าขนาดตามเธอไปดูเธอทะเลาะตบตีกับแม่ที่ด่าเธอว่าไม่รู้จักคิด แต่ก็พาเธอไปหาตา ที่ไล่ตะเพิดเธอ หนังถ่ายตาที่บอกว่าเธอเป็นอีร่าน ถ้ามึงอยู่บ้านกูกูจะฆ่ามึง ฉากนึงกล้องเหมิอนจะโดนตาตบด้วย แล้วหนังก็ตามไปถึงฉากที่รุนแรงจนต้องร้องออกมาคือหลังจากคลอด เธอทิ้งลูกไว้ในโรงพยาบาล กล้องตามฉากนี้อย่างหนักหน่วงมากหรือพูดง่ายๆคือคนทำหนังมีส่วนร่วมในการทำอาชญากรรมของเธอ เราเห็นเธอเก็บข้าวของ ทิ้งลูกไว้ในห้อง กล้องยังอ้อยอิ่งอยู่กับเด็กที่แหกปากร้องอีกสองสามนาที ก่อนจะตามเธอออกมา และหลังจากฉากนี้เราไม่อาจกล่าวหาใครที่ทิ้งลูกว่าเป็นแม่ใจยักษ์ได้อีก มันมีเหตุผลร้อยพัน ที่เธอจะไม่อยากให้ลูกโตในกองขยะ ไม่อยากให้ลุกถ่วงเธอให้จมลงไปด้วย ในกองขยะนี้ ถึงที่สุด ผลของการทิ้งลูกทำให้เธอทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อจะไปให้พ้นจากที่นั้น จากวอดก้าเถื่อนมีพิษ จากความตายในทุกมิติ จากชีวิตที่สัตว์อาจจะยังมีคุณภาพที่ดีกว่า

3. หลังจากตามเธออยู่สิบปีจนเราไม่ได้เห็นแค่พัฒนาการของยูลา แต่ยังเห็นพัฒนากรของกล้องที่ใช้ถ่ายด้วย หนังก็มีสิบนาทีสุดท้ายที่รุนแรงพิสดารมากๆ ทั้งชีวิตและวิธีการเล่า กล่าวคือเธอเป็นคนหนึ่งในไม่กี่คนที่พ้นขุมนรกของกองขยะออกมาได้จริงๆ เธอทำงาน มีแฟนใหม่ พยายามใช้คอนเนคชั่นที่เคยมีเพื่อจะให้ได้แฟลต รับแม่มาอยู่ด้วย มีลูกกับผัวใหม่ หนังตัดภาพช่วงที่เธอไปคลอดลุกอีกครั้งขณะสามีและแม่เตรียมห้องรอที่บ้าน ด้วยสุนทรียะแบบ เทอร์เรนซ์ มาลิคชีวิตของเธอจู่ๆก็เหมือนฝัน เธอพ้นออกมาจากกองขยะ และเธอไม่ได้พูดในทำนองที่ว่า ใครก็พ้นไปจากมันได้ถ้าจะพยายาม สิ่งที่เธอบอกคือเธอเป็นคนที่โชคดีมากๆๆๆๆ ที่เธอพ้นออกมาได้ และเธอเสียใจกับเพื่อนของเธอ (หลายคนก็ตายไป หนีไป ต่อหน้าผู้ชมที่ตามเรื่อง) เธอคิดถึงลูกที่ทิ้งไป และเธอรู้ว่าเธอเลือกทางที่ดีที่สุดแล้ว ดนตรีและภาพตัดสลับรุนแรงภาพชีวิตของเธอที่อุ้มลูกโบกมือให้กล้อง รอวันกลับไปอยุ่กับสามีและแม่ สิบนาทีสุดท้ายของนั้นให้ความรู้สึกท้าทายสุดขีดว่ามันคือความฝันหรือความจริง เธอสมควรได้หรือไม่สมควรได้ มันพยายามจะบอกว่าหากพยายามเราก็ทำได้หรือมันแค่โ๙คดีมากๆๆๆที่หนังได้ซับเจคต์ที่ไม่ตายคากองขยะไปจริงๆ การโหมกระหน่ำทั้งชีวิต และ เทคนิคทำให้หนังทรงพลังมากๆๆๆๆในตอนจบ

หนังทำให้นึกถึงหนังสารคดี /ทดลอที่พูดถึงชีวิตโคตรบัดซบของตนรัสเซียอย่าง Ladoni (Artur Aristakysyan ,1993) มันชวนช๊อคมากๆที่หลายสิบปีผ่านไป ชีวิตของคนในหนังทั้งสองเรื่องยังซ้อนทับกันอย่างกับไม่มีอะไรเคลื่อนทีไปข้างหน้าเลย

4. ดูหนังเรื่องนี้ในเทศกาลสารคดรของไทเป ที่จัดที่ SPOT หัวซาน เทศกาลฉายหนังสารคดีเต็มเหยียดวันละห้ารอบหนึ่งอาทิตย์ติดกันสองโรงเต็ม หลายเรื่อง Sold Out และเรื่งที่ได้ดูนี่ก็เต็มจนต้องนั่งแถวหน้า ค่าตั๋วถูกการจัดการดีโรงเยี่ยม แอบโกรธแค้นที่เมืองไทยไม่มีอะไรแบบนี้บ้าง มันเหมือนไปเจอความฝันเหมือนตอนสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ที่ได้ดูในในโรงแบบนี้ที่มีอยู่จริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s