The Boy (2015, Craig Macneill, US)

the-boy

1. พลอตคือ เดวิด มอร์ส กับลูกชายเก้าขวบเปิดโมเต็ลโดดเดี่ยวอยู่ริมถนนชนบทสายขึ้นเขา เมื่อก่อนคนชอบมาพักชมวิวแต่ตอนนี้ไม่มาอีกแล้ว แม่เด็กหนีไปกับชายอื่น และพ่อก็เหนื่อยหน่ายไปวันๆ เด็กไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม วันๆก็เลี้ยงไก่ เก็บซากสัตว์ตายตามถนนมาแลกตังค์ งานอดิเรกคือวางเหยื่อล่อสัตว์ไปให้รถทับ จะได้เก็บเงินไปหาแม่ วันนึงเด็กล่อกวางไปบนถนน แล้วรถที่มาชนกวางก็เลยพังไปด้วย เจ้าของรถเลยมาติดอยู่ในโรงแรม เวลามีครอบครัวมาพักเด็กก็เหมือนจะติดครอบครัวพวกนั้น แต่ก็ทำอะไรประหลาดๆน่ากลัว จนมาถึงคืนที่พวกเด็กวัยรุ่นจากในเมืองมาเช่าโรงแรมจัดงานพรอม แล้วทุกอย่างก็วินาศสันตะโร

2.หนัง เงียบ ช้า หนัก เหมือนโทนของหนังเคอรร์ริแกน มันไม่ใช่หนังขายความหวือหวาเด็กฆ่าคนหรือสร้างปมทางจิตแบบถูกบูลลี่ หรือแสดงให้เห็นว่าเป้นจิตไร้เดียงสาที่บิดเบี้ยวไป ที่หนังฉายภาพ คือเด็กเปรตจากข้างใน เพราะทุกอย่างมันดูแห้งแล้งว่างเปล่าไปหมด ไม่มีอะไรเหลือเลย ไม่มีใครให้พูดด้วย มีแต่ความกดดันที่รอวันระเบิด หนังให้เวลาเป็นชั่วโมงกับความว่างเปล่า ความน่าเบื่อพวกนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าการฆ่า เป็นทั้งความสำราญใจและการกระตุ้นเตือนว่ายังมีชีวิตอยู่ การฆ่าในหนังสมเหตุสมผลโดยไม่ต้องอ้างเหตุผล เพราะทุกอย่างมันว่างเปล่ากดดัน ไร้ทางออกและน่าเบื่อไปจนหมด จิตใจของเด็ก ในโลกอันไม่มีอะไรเลยนั้นถูกถ่ายทอดด้วยงานภาพงานเสียงและการแสดงที่น่าทึงมาก มันเยือกเย็นแต่มีไฟเผาอยู่ข้างใน

3.ฉากที่สุดขีดที่สุดจึงเป็นฉากที่เด็กไปนอนบนถนนตรงจุดที่ไปเก็บซากสัตว์บ่อยๆ เพราะการเข้าใกล้ความตายเท่านั้นที่จะทำลายความเหลือทนของชีวิตได้ มันมีทั้งความกลัวที่จะตายและความตื่นเต้นของการเข้าใกล้การฆ่าและความตาย ซึ่งถูกเล่าผ่านการชำแหละกวาง และเด็กซึ่งวนเวียนอยู่กับห้องโรงแรม กองสุสานรถ และการฆ่ากระต่าย ไก่ กระรอก พ่อที่passiveมากๆ จนไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ (รักเดวิด มอร์ส มานานมากๆๆ ดีใจจริงๆที่เห็นเขาอยู่ในหนังแบบนี้มากกว่าจะเป็นตัวประกอบโง่ๆในหนังฮอลีวู้ด) ฉากการคลานไปหาพ่อช่วงท้ายเรื่อง คือการขาดออกจากกันของพ่อกับลูกที่อยากเป็นพ่อแต่ค้นพบว่าการเป็นพ่อนั้นไร้ความหมาย

4.จริงๆหนังอาจจะยั่วล้อ psycho หรือ Bates Motel แต่นี่ไม่ใช่ความฉึบฉับแบบ ฮิทช์คอก มันคือความเนิบช้าอันรุนแรงแม้ไม่มีฉ่ากอะไรเลย แบบเคอริแกน คิดถึงเคอริแกนมากๆๆๆๆๆๆ

5.ปล. โปรแกรมที่น่าฉายจริงๆในรอบหลายปีนี้คือโปรแกรม THIS IS AMERICA โดยฉายหนังเรื่องนี้กับ Winter’s Bone , Wendy And lucy , Lost Rivers Cold Comes The Night , Beaat of a Southern Wild , Ballast อาจจะรวม Blue Ruin เข้าไปด้วยกไ้ด้ เพราะนี้คือหนังอินดี้เนิบช้าที่สะท้อนความพังพินาศของอเมริกาโดยไปจากสุนทรียะแบบ ฮอลลีวู้ด เป็นหารรับเอาโลกหนังอาร์ตยุโรป มาผสมใหม่ และเพิ่งเกิดในสิบปีนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s