Our Little Sister (2015, Hirokazu Kore-eda,JP)

11334291_879592215441140_4030373848251741195_o

1.หนังมันปราณีตมากๆ โครีอีดะยังคงแม่นในทุกจังหวะ การร้อยเรียงภาพ การให้เห็นและไม่ให้เห็น การนำพาคนดูไปที่ริมขอบผาของอารมณื แล้วเลี้ยงคนดูให้เดินบนขอบผานั้นอย่างงดงามโดยไม่ร่วงหล่นลงไปในหุบเหวของความฟูมฟายดราม่า หรือไม่ถอยกลับลงไปสู่ความหนืดเนือยน่าเบื่อ ไม่ขายอารมณืกุ๊กกิ๊กอ่อนหวาน แต่สุขุมนุ่มนวลแบบผู้ใหญ่ และยังคงให้แสงฉายส่องในปริมาณที่เหมาะสมลงในความหม่นหมองของเรื่อง ทอนทุกสิ่งที่จะทำให้เกิดการเล่นใหญ่ออกไป ทุกอย่างจึงเหมือนถูกหล่อเลี้ยงด้วยภาพเสียงเรื่องการแสดงแสงอาทิตย์และลมทะเลที่พอเหมาะพอดี

2.ขณะที่Like Father,Like Son พูดเรื่องความเป็นพอและการสิบสายเลือดของสังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ ที่ผู้ชาย/พ่อ ถูกท้าทายเพราะจารีตเก่าไม่สามารถไปกันได้กับความเลื่อนไหลในสังคมปัจจุบัน ลูกที่ไม่ใช่สายเลือด สายเลือดที่ไม่ใช่ลุกทำให้การสืบสายเลือดเกิดปัญหาขัดแย้ง และความเป็นชายถูกท้าทาย -ผ่านเรื่องของพ่อกับลูกชาย Our little Sister ซึ่งแรกทีเดียวทำท่าจะมีศูนย์กลางอยู่ที่พ่ออีกครั้ง โดยเล่าเรื่องของสามพี่น้องที่พ่อทิ้งครอบครัวไปอยุ่กับเมียน้อย ต่อมาเมียน้อยตาย พอ่ไปอยู่กับเมียคนที่สาม เอาลูกติดไปด้วย ทีนี้่พ่อตาย น้องสาวคนละแม่เลยไม่มีใครเหลือในโลกอีกต่อไป พี่สาวทำสามจึงตัดสินใจรับร้องคนเล้กมาอยู่บ้านเพื่อเป็นน้องสาวคนที่สี่

3.แต่นี่ไม่ใช่หนังของพ่อ ในทางตรงกันข้ามมันคือหนังที่เข้าคู่กับ Like Father , Like Son เพราะมันพูดถึงแม่ต่างหาก หนังทั้งเรื่องคือโลกของผู้หญิงที่เราล้วนต่างเป็นแม่ให้แก่กัน โฟกัสของหนังคือพี่ใหญ่ซัทจังที่ต้องเลี้ยงน้องๆมาเองโดยอยู่กับยาย เพราะหลังพ่อไป แม่ก็หนีไปอยุ่ที่อื่นด้วย ซัทจึงจึงกลายเป็นแม่ของน้องๆที่เหลือ และการรับซึสึน้องคนเล็กมาอยู่ด้วยเป็นทั้งการท้าทาย แม่เลี้ยงคนใหม่ (ที่เธอเกือบปะทะด้วยในงานศพพ่อ) และท้าทายแม่ของตัวเองด้วยการรับ ‘ลูกของผู้หญิงที่ทำลายครอบครัว’ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งครอบครัว ในจุดหนึ่งเธอคือด้านตรงข้ามทั้งของแม่เธอเอง และของผู้หญิงที่ทำลายครอยครัวของเธอ เธอเป็นพี่ใหญ่ที่จะสืบทอดความเป็นครอบครัวแทนพ่อกับแม่ที่ทิ้งไป และน้องๆทั้งสอง โยจจัง สาวธนาคารที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย กับ จิกะ สาวเพี้ยนร้านขายรองเท้า ก็เติบโตใต้ร่มเงาของซัทจัง และยาย -แม่ของแม่ โดยมีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อมากน้อยลดหลั่นกันไป กล่าวให้ง่ายคือทั้งสี่เป็นคนนอกของครอบครัวญี่ปุ่นแบบเก่าที่มีการสิบสัมพันธ์ทางสายเลือดแน่นหนา

4.แต่ถึงที่สุด ซัทจังกลับต้องมายืนในตำแหน่งทั้งของแม่ และของผู้หญิงที่พรากพ่อไป เมื่อเธอกลายเป็นผู้หญิงที่รักผู้ชายของคนอื่น หนำซ้ำผู้ชายยังชวนเธอ หนีไปด้วยกัน ซัทจังกลายเป็นทั้งแม่ที่จะทิ้งครอบครัวไป และเป็นผู้หญิงที่เข้าไปทำลายครอบครัวคนอื่น ในจุดนี้ แม่ที่เธอต่อต้านมาตลอดกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของเธอ ของความเป็นหญิงเสียเอง

5.ในขณะเดียวกันหนังก็มีแม่คนอื่นๆเช่นป้าร้านอาหารที่ดูแลเด็กๆมาตั้งแต่ยังเล้ก วิธีที่โยจจังดูแลซัทจัง และจิกะเป็นคนเงียบๆที่เฝ้าดูคนอื่นๆ หรือคุณน้าที่แวะมาเยี่ยมทำให้ผู้หญิงทุกคนในเรื่องทำหน้าที่เป็นแม่ให้แก่กันในโลกที่ายหายตัวไปหรือถูกกีดกันออกไปอยู่ข้างนอก

6.จริงๆแล้วหนังที่เข้าคู่กับหนังเรื่องนี้คือขั้วตรงข้ามของครอบครัวแบบตะวันตก นั่นคือ Summer Hours ของ อัสซายาส อันที่จริงเรามักคิดถึงคู่หนังแบบนี้บ่อยๆคือคู่หนังที่จะไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าอยู่ในอีกฝั่งหนึ่งของโลก คู่ที่นึกออกทันทีคือ ชีวิตของผัวเมียชราที่ไม่สนใจลูกใน Amour ของHaneke จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ง่ายๆ หรือเป็นสากล ในโลกฝั่งเอเซียแต่ชีวิตของคู่รักวัยชราฝั่งเอเซียคือการไม่ถูกสนใจแบบผัวเมียใน Tokyo StoryของOzu แทน เช่นเดียวกัน ในขณะที่Our Littel Sister ใส่ใจให้คุณค่ากับการสืบสายเลือดในเชิงประเพณี เช่นการอยู่บ้านเก่า หรือการดองเหล้าบ๊วย การทำอาหารสูตรคุณยาย คุณแม่ หรือการใส่ยูกาตะของคนรุ่นก่อนหน้า สิ่งที่เราพบในSummer Hours กลับคือการละท้ิงไปจากครอบครัวแบบดั้งเดิม เพื่อที่จะมีครอบครัวใหม่ในโลกแบบอื่นๆ เราจึงเห็นว่าSummer Hours วุ่นวนอยู่ในเรื่องการขายบ้านและมรดกที่ไม่มีใครมีปัญญาจะดูแล ในขณะที่Our Little Sister นั่นวุ่นอยู่กับการสืบทอดมรดก การต่อสู้เพื่อปกป้องมรดก และบ้านเดิม

7.แต่ความงามของหนังคือโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ตัวละครแต่ละคนล้วนเป้นคนนอกของครอบครัวแบบดั้งเดิม กล่าวคือไม่มีใครยึดถือประเพณีแต่งงานออกเรือนแบบหนังโอสุอีก ทุกคนมีความสุขในบ้านที่เป็นเหมือนหอพักหญิง และลุ่มๆดอนๆกับผู้ชายของตัวเอง ในขณะเดียวกันไม่มีใครมีความทรงจำที่สมบูรณ์ถึงครอบครัวแบบเก่า ซัทจังกับโยจจังโตท่ามกลางความแตกร้าว(แกงกะหรี่ซีฟู้ด) ขณะที่จิกะไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลือ (ที่เหลือคอืกะหรี่ชิกุวะของคุณยาย) ในขณะที่ซึสึมีความทรงจำของพ่อ (ขนมปังหน้าปลา) แต่เป็นคนนอกของครอบครัวนี้ คนนอกในแต่ละหนทางจึงกอปรรวมกันเข้าเป็นครอบครัวใหม่ การไหว้ยายที่ตายไปของซึสึคือความพยายามเป็นส่วนหนึ่งที่เธอได้รับมันจริงๆตอนที่เธอได้บรรจุความสูงของตัวเองลงกับพวกพี่ๆ และได้ผ่านประสปการณ์การสูญเสียแม่คนเดียวกันจริงๆไป ฉากที่ทะเล จึงเป็นฉากที่ครอบครัวกลายเป็นครอบครัวจริงๆขึ้นมา

8. หนังนุ่มนวลและอ่อนโยนมากๆ จนอดไม่ได้ที่จะหลงรัก ทุกคนงดงามและมีห้วงยามที่น่าจดจำบนจอ อย่างไรก็ตาม เราอาจะไม่ได้ชอบหนังอย่างรุนแรงในระดับเดียวกับที่เคยชอบ Still Wlaking เพราะว่าหนังเลือกทางที่นุ่มนวลนี่เองทำให้ความเจ็บปวดในจิตใจถูกเยียวยาแทนทีจะเปิดเผยออกมา ความนุ่มนวลแบบนั้นทำให้เรารู้สึกว่าทำไมเราถึงชอบหนังของโอสุมากๆ นั่นก็เพราะว่าหนังของโอสุ (ยกเว้นเรื่องที่ตั้งใจจะเป็นหนังตลก) นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันคือการวางมือแผ่วเบาลงบนรอยแผล การจ้องมองความเจ็บปวดอย่างเบามือที่สุดนุ่มนวลที่สุด ในขณะที่โครีอีดะ พยายามรักษาเยียวยามัน มันจึงเป็นความนุ่มนวลที่ทอนความเจ็บปวดออกแะลทำให้หนังมัน อ่อนโยนเกินไป นุ่มนวลเกินไปหน่อยสำหรับเรา แต่แน่นอนว่ามันห่างไกลจากความไม่ชอบมากๆๆๆๆ

Perfect and neat,He knows how to take us to the edge of emotions , but it was too tender to me

MY TOP THREE KORE-EDA

1.Distance
2.Still walking
3.Nobody Knows

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s