The Imitation Game (2014 , Morten Tyldum, UK+US)

the-imitation-game-e1418954178453

one of my favorite gay film this year

this film linked back to the origin of Posthuman concept whichit was developed by queer and feminist

This film should be screening with Paris Is Burning to dicussed about the word ‘Imitation’ which it was use in posthuman and queer

Benedict Cumberbacth was perfect as a real hipsters. His hair undercut , wearing vintage ,doing nice artistic pattern and riding a bike !

………………………………………………………..

1. ในหนังเรื่อง Paris Is Burning ซึ่งเป็นหนังสารคดีว่าด้วยกระเทยเดินประกวดโชว์เก๋ จะมีการอธิบาย ‘ อภิธานศัพท์ตุ๊ด’ คำนึงที่ถูกอธิบายคือ Realness ซึ่งไม่ได้แปลว่าแต่งหญิงแล้วเหมือนหญิงแต่อย่างใด แต่หมายถึงการที่ตุ๊ดแอ๊บแมนแล้วเหมือน ดำแอ๊บขาวแล้วเหมือน หรือจนแอ๊บรวแล้วเหมือน จะเป็นหญิงก็เป็นหญิงสุดๆ จะเป็นคนรวยก็ดูรวยสุดๆ การปลอมแปลงสถานะทางสังคมขณะเดินประกวด โดยไม่ตกหล่นคือพลังของRealness จะมีการตัดสินโดยเจ๊ๆเจ้าของบอลรูม คำว่าRealness จึงคือความหมายที่ใกล้เคียงกับคำว่า Imitation มันคือการปลอมแปลงตัวเองเพื่อเข้าไปในสังคม แปลงตุ๊ดเป็นแมน หรือแปลงผู้ชายเป็นผู้หญิง แปลงคนจนเป็นคนรวย
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Realness ที่นี่
http://thegenderoffender.blogspot.com/…/paris-is-burning-an…

2. แนวคิด post human จริงๆเริ่มต้นจากสายตระกูลพวก feminist กับ queerที่มองการถูกกดขี่ของตัวเอง แล้วเห็นความรู็สึกฟุ้งซ่านว่ามนุษย์นั้นเป้นศูนย์กลางของจักรวาล ยัดเยียด ผู้หญิง ตุ๊ด สัตว์ สิ่งของให้มีลำดับชั้นต่ำลงไป การผ่าตัดแปลงเพศคือรูปร่างต้นแบบอันหนึ่งของการ ‘ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ ‘ ก่อนที่มนุษย์จะเอาเทคโนโลยีมาใส่ในร่างกายตัวเอง หรือมนุษยืสร้างไซบอร์ก (หรือคอมพิวเตอร์ที่รู้คิดแบบมนุษย์) ก่อนที่มนุษย์จะพบว่ามนุษย์เองเป็นเพียงส่วนประกอบของจักรวาล เรามีศักดิ์ไม่ได้ต่างจากหมา จากต้นไม้ จากเก้าอี้ จากฝูงผึ้ง จากเซลล์เดียว
จากการคิดแบบตุ๊ดๆ เราจึงพบว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่ง และการมอง ‘โลกผ่านสายตาว่ามนุษย์สูง’ เป็นการมองโลกที่ไม่ถูกต้อง สักวันมนุษย์จะพัฒนาสายพันธ์ุจนไม่เหลือเนื้อหนังร่างกายมนุษย์อีก มนุษย์จะผสานกับคอมพิวเตอร์ อวัยวะเทียม แล้วนั่นยังเป็นมนุษย์ไหม หรือมันคืออีกหนึ่งการปลอมแปลง
3.ดังเช่นคำถามในตอนท้ายของทัวริ่งที่เขาชวนตำรวจเล่น เกมปลอมแปลง เขาถามว่า ระหว่างเขากับคอมพิวเตอร์ใครดูจริงมากกว่ากัน คุรแยกออกไหมว่าเมื่อคุณถาม แล้วมีคนตอบมันเป็นคำตอบของมนุษย์ หรือคำตอบของคอมพิวเตอร์ มนุษย์เหนือกว่าคอมพิวเตอร์ แล้วเสตรทมันเหนือกว่าตุ๊ดจริงๆเหรอ

4. ในแง่นี้ The Imitation Game จึงเป็นหนังที่เหมาะเจาะในการใช้อธิบาย เบสิคคอนเซปต์ของโพสต์ฮิวแมน มากๆ และมันจึงไม่ใช่หนังที่ว่าด้วย ‘แกงค์นักวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์เครื่องถอดรหัสEnigma แล้วทำให้สัมพันธมิตรชนะสงคราม เป็นฮีโร่ช่วยเหลือผู้คนในมุมลับที่ในที่สุดถูกสังคมทำลายเพราะเป็นรักร่วมเพศ’ แต่มันยคือหนังที่พูดเรื่อง ‘การปลอมแปลงเพื่อเอาตัวรอดในหลายระดับ ตั้งแต่ การปลอมแปลงของบิวเพื่อเอาตัวรอดจากนาซีในยุคสมัยหนึ่งซึ่งเทียบได้กับการปลอมแปลงเพื่อเอาตัวรอดของเกย์จากมวลมหาประชาชนสเตรทที่มองเกย์ด้วยคอนเซปต์เดียวกับนาซีมองยิว’ แต่ก็อีกเหมือนกันที่หนังดิ้นหนีไปจากตรงนั้น เพราะสิ่งที่หนังโฟกัสคือความหมกมุ่นในการสร้างเครื่องถอดรหัส ของทูริ่ง ซึ่งเป็นการทำให้ คอมพิวเตอร์มีศักยภาพของมนุษย์ คอมพิวเตอร์กลายเป็นมนุษย์ และพิสูจน์ว่าถ้าคอมพิวเตอร์เป็นคนได้ รักร่วมเพศก็เป็นคนเท่ากัน แต่ทูริ่งไม่ได้เป็นนักสิทธิสตรีหรือแอคทิวิสท์เกย์ เขาเป็นนักคณิตศาสตร์คอนเซปต์ที่ว่าทั้งหมดจึงไม่ใช่การเรียกร้องสิทธิเกย์แย่างตรงไปตรงมา แต่มันอยู่ในการเรียกเครื่องว่าคริสโตเฟอร์ตามชื่อรักแรก และการที่เขายอมทำทุกอย่างเพื่อจะอยู่กับเครื่องมากกว่าคน ยอมฉีดฮอร์ดมนเพื่อจะอยู่กัยคริสโตเฟอร์ของเขา เขาจึงไม่ใช่นักต่อสู้ แต่เป็ฯรูปแบบที่ดีของสาธกในการยกมาต่อสู้สิทธิรักร่วมเพศ และหนังเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นหนังสงคราม แต่เป็นหนังเกย์ที่แข็งแรงมากๆ

5. ถ้าคอนเซปต์ของEnigma คือการเข้ารหัส หนังเน้นตลอดเวลาในขณะที่ทูริ่งดิ้นรนจะหาวิธีเข้ารหัสของนาซี เพื่อถอดความหมายออกมา เขาไม่สามารถถอดรหัสความหมายของการปฏิสัมพันธ์ของมนุษยืเสตรทได้ เขาไม่เข้าใจมุกตลก ไม่เข้าใจการพูดความหมายโดยนัยของเพื่อนร่วมงาน ไม่เข้าใจการส่งสัญญาณเพื่อจีบกันของมนุษย์ แต่เขาสนใจการถอดความของมัน น่าสนใจว่า การเข้ารหัสทางอารมณ์ นี่ทำให้มมนุษย์รู้สึกว่าตัวเองเฉลียวฉลาดกว่าสัตว์ มันคือภูมิปัญญาที่มนุษย์ต้องเกทกันเอง การที่ทูริ่งไม่สามารถเข้าใจการเข้ารหัสของอารมณ์มนุษย์ นั้นน่าสนใจ เพราะมันล้ออยู่กัยบการที่เขาเชื่อว่า รหัสเหล่านี้มีโครงสร้างที่ตายตัว และการที่เขคนหาโครงสร้างเพื่อถอดรหัสออกมาได้ ไม่ได้ทำให้เขาเป็นพวกเดียวกับมนุษย์ (a.k.a. สเตรท, นาซี) แต่เป้นการยืนยันว่านาซี (a.k.a. สเตรท มนุษย์) ก็งั้นๆ ไม่ได้ฉลาดหรือเหนือกว่า คน/สัตว์/สิ่งของที่ถูกทำให้เป้นอื่นอย่าง เขาหรือคริสโตเฟอร์

6. อีกส่วนที่ผลักหนังให้เข้าเค้ามากๆคือความสัมพันธ์ของเขากับโจแอน (เคียร่า ไนท์ลีย์) ที่ฉายภาพการก้าวข้ามยุคเหยียดผู้หญิง เมื่อเขาทำทุกอย่างเพื่อให้เธอได้มาช่วยคิดในฐานะนักคณิตศาสตร์ รวมถึงการปลอมแปลงเข้ารหัสเป็นคนงานธุรการ หรือการปลอมแปลงด้วยการหมั้นกัน การที่ทูริ่งเป็นเฟมินิสต์ในแง่ของการทำงาน (คือการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงทำงานเท่าผู้ชาย) ก็ถูกขัดขาในทำนองว่า เป็นตุ๊ดแอ๊บแมนมีแฟนเป็นหญิง ดังนั้นฉากที่งดงามที่สุด และบอกว่าสองคนนี้ดก้าวพ้นคอนเซปต์สเตรท หรือโฮโม คือฉากที่โจแอน ‘ยอมรับ’การอยู่กินแบบเพื่อนสาวกับทูริ่ง ซึ่งแน่นอนว่าในสังคมจับเท็จ (สงคราม /สเตรท) ไม่ยอมให้เกิดขึ้น ถึงที่สุดคนที่น่าจะเข้ากันได้ที่สุดในโลกสองคนต้องพรากจากกันและลงเอยอย่างโศกนาฏกรรม

7.ระดับของการปลอมแปลง (a.k.a. realness) ในหนังจึงมีทั้งระดับของการปลอมแปลงรหัสของพวกนาซี การตีสองหน้าของสายลับรัสเซีย และการที่ Mi6 ยอมให้มี ไปจนถึงการปลอมแปลงของเกย์ในโลกสเตรท และการปลอมแปลงของคอมพิวเตอร์ในโลกของมนุษย์ และหนังพิสูจน์ว่า ความรู้เอาเองว่ากูนี่ยิ่งใหย่ของมนุษย์ ไม่ได้ต่างจากการทำเช่นเดียวกันของ สเตรท และนาซี คนอย่างทูริ่งไม่ใช่นักต่อต้าน เขาเป็นทั้งเหยื่อและเป็นทั้งคนที่เปิดเผยให้เห็นว่า นาซี สเตรท มนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ทุกอย่างถูกกอดรหัสได้ และทุกอย่างอาจจะเท่าเทียมกันว่ามากกว่าที่ความเป็นมนุษย์ ศาสนา หรือลัทธิการเมือง จะเข้าใจได้

8.เสียดายเหมือนหนังต้องเล่นสองหน้าทั้งเป็นหนังร้าวรานของการปลอมแปลงตัวเองกับหนังเร้าใจเรื่องสงครามโลก โดยส่วนตัวจึงพบว่าหนังไม่กัดกินดิ่งลึกอย่างที่ควรจะเป็นชนิดที่การแสดงระดับทอปของ คัมเบอร์แบทช์ และเคียร่า ไนท์ลีย์ก็ยังไม่พอจะทำให้เรารู้สึกรุนแรง อย่างที่มันควรจะเป็น (แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เลย)

ถึงที่สุด นี่คือหนังที่คม สนุก และไปได้ไกลมากๆเรื่องหนึ่ง

ปล. หลังจากเล่นเป็นเกย์ฉลาดแปลกแยกมานักต่อนัก บทบาทที่เราอยากเห็นคัมเอบณืแบทช์เล่นคือ การเป็นสเตรทโง่ๆในหนังรอมคอม หรือเป็นพวกคนชั้นล่างทึบๆในหนังของไมค์ ลีห์อะไรอย่างนั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s