Sorrow and Joy (2013, Nils Malmors, Denmark)

Sorrow_and_Joy

หาหนังเรื่องนี้มาดูเพราะ Olaf Muller เขียนถึงใน Film Comment ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีที่ดูหนังเรื่องนี้ตอนที่กำลังเขียนเรื่องที่คล้ายกับหนังมากๆ อยู่ แต่มันช่วยให้คิดต่อยอดไปได้อย่างน่าตกใจ ที่แน่ๆคือหนังดีมากๆๆๆ ดีจนอยากกราบตีนคนทำ
หนังเล่าเรื่องจากเรื่องจริงของ Malmros เอง มันยากมากที่เราจะเขียนเรื่องโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเราออกมาเป็นหนัง แล้วเขาทำได้
เรื่องคือผู้กำกับหนัง แต่งงานกับครูสาวเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เธอเคยฆ่าตัวตาย พ่อเธอก็เป็นโรคซึมเศร้า อาของเธอก็เคยฆ่าตัวตาย เธอคุมอาการได้ดีแต่ต้องกินลิเทียมวันละสามเม็ด พอคบกับเขาเธอก็เลิกกิน ทั้งคู่ดูมีความสุขดี แต่เธอหึงหวงเขา แล้วเขาก็ทนเธอ ทั้งคู่แต่งงานกัน อาการของเธอแย่ลงเรื่อยๆ พวกเขามีลุกด้วยกันคนหนึ่ง หลังจากเธอแย่ลงมากๆ เขาต้องให้เธอไปอยุ่โรงพยาบาลกลับมาบ้านเฉพาะเสาร์อาทิตย์ วันหนึ่งเขาต้องออกไปสอนหนังสือ เลยขอให้แม่เธอมาอยู่เป็นเพื่อน พอกลับมา เขาพบว่าเธอเชือดคอลุกตัวเองโดยไม่รู้ตัว ตำรวจมาเคลีบร์ทุกอย่างแล้ว เธออยู่โรงพยาบาลบ้าและลุกสาวอยุ่ในห้องเก็บศพ
ย้ำอีกทีว่ามันเป็นเรื่องจริงของผุ้กำกับ เวลาเจอหนังแบบนี้ เราอาจจะคิดว่ามันเป้นหนังแสดงสภาพจิตของผู้หญิงบ้ากับลุกของเธอแบบ babadook หรือไม่ก็เป็นหนังที่สร้างประเด็นทางจริยธรรมามาดีเบตแบบหนังของดาร์แดนน์ แต่หนังไม่ใช่ทั้งสองอย่างและมันงดงามมากๆ


หนังเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมาไม่มีการใช้มุมกล้องสวิงสวายหรือการตัดต่อ ทั้งหมดคือการตั้งกล้องนิ่ง คนคุยกันแต่ละฉาก ตัดในส่วนที่พอดี จบฉากในจังหวะที่เหมาะสม เล่าเรื่องโดยไม่ทำให้มันดราม่า และไม่ได้ท้าทายผู้ชมชวนดีเบต ไม่แม้แต่จะแสดงสภาพจิตของตัวละคร แน่นอนหนังมันจึงออกมาแข็ง ยะเยือกมากๆ ต่นั่นคือสิ่งที่สุดขีดทีุ่สดของหนัง
ใหนังและในเรื่องจริง Malmros ไม่ได้โทษเมียของเขา เขาและครอบครัวของเขา และเธอต่อสู้เพื่อให้เธอไม่ถูกส่งไปโรงพยาบาลบ้าแบบขังลืม แต่ให้เธอไปอยุ่ในสถาบำบัดที่พอหายก็ออกมาได้ บรดาพ่อแม่ของเด็กๆที่เธอสอน ร่างpetitiบอกว่าอยากให้เธอกลับมาสอนเด็กๆ ทั้งหมดทั้งมวลมีเพียงเขาและเธอ ที่แหวกว่ายอยู่ในความผิดบาปอันเจ็บปวด
หนังตั้งคำถามแบบโลกที่หนึ่งมากๆว่ากระทั่งในโลกที่ซัพพอร์ตโศกนาฏกรรมนี้ทุกอย่าง ในโลกที่ทุกคนพร้อมจะให้อภัย เราจะสามารถแสดงความรู้สึกของเราอย่างไรในโลกแบบนี้กระทั่งการแสดงความรู้สึกเคียดแค้นก็ทำให้ผืดบาป หนังไม่ให้ตัวละครโหมอารมณืใส่กัน หรือเกลียดกัน พวกเขาเข้าใจกัน ต่อให้ทุกคนเข้าใจกันมันก็ข้ามไปไม่ได้ได้ง่าย เมียเขาอยู่ในอาการเมายา และทุกขืทรมานตลอดหลายเดือน เขาาพยายามดูแลเธอเท่าที่ทำได้ เก็ยความทรมานไว้กับตัว ไม่ใช่เพราะเป็นคนดี แต่เพราะไม่รู้จะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไร
หนังเต็มไปด้วยการพูดคุย เขากับแม่ของเธอ กับเธอ กับหมอที่รักษาเธอ เล่าเรื่องเขากับเธอ การทำหนังของเขา ความเศร้าที่เยียวยาไม่ได้ของเธอ
มันงดงามมากๆที่หนังห่างเหนทางอารมณืกับผู้ชม เพราะมันทำให้อารมณ์ของหนังท้าทายมากขึ้น เราโกรธแค้นไหมที่เด็กหกเดือนโดนเชือดคอ โดยแม่ของเด็กเอ แต่เมียของเขาเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกที่เขรัก ถ้าไม่มีเธออีลกของเขาก็ไม่เหลืออะไรอีก
ฉากที่รุนแรงมากฉากหนึ่งคือเขาเล่าให้หมอฟังว่าคืนก่อนที่เธอจะฆ่าลุก เขาอยุ่กับูกในบ้านสองคน ระหว่างหลับสนิท มีเสียงโครมครามที่หลังคา เขารีบผวาตื่น อุ้มลุกลงบัยได แล้วเผลอลื่นห ลุกหลุดมือเขา แต่เด็กไม่เป็นอะไร เขาถามหมอว่า ถ้าลุกคอหักตอนนั้น สิ่งที่เขาทำตอนครึ่งลับครึ่งตื่น จะต่างอะไรกับสิ่งที่เมียเขาทำตอนป่วยหนัก นอนไม่หลับมาเป็นอาทิตยื และทุกระทมโดยไม่มีสาเหตุ
หนังบอกกลายๆว่า บางอย่างความรักก็ไม่อาจเยียวยา แต่การไปด้วยกันกับมันอาจจะเป็นทางดีที่สุด ฉากสุดท้ายของหนังงดงามมาก เพราะพวกขเาอยุ่ก้วยกันจนถึงปัจจุบัน อาร์กูเมนท์สุดท้ายคือถ้าเขาเลิกทำหนัง เขาจะทำหนังสักเรื่องได้ไหมที่พูดถึงเรื่องนี้ และเขาบอกว่าเขาทำไม่ได้ เขาจะทำได้ไหม โดยไม่ต้ต้องมีฉากที่เมียเขาฆ่าลูก ผัวเมียนอนคุยกันเรื่องนี้มันเจ็บปวดมากๆ มันจไม่ไปไหน แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือกอดกันเอาไว้ให้แน่นพอ
นี่คือหนังที่ชอบที่สุดอีกเรื่องในรอบปี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s