Norte, End of History (2013,Lav Diaz, Philippines)

norte-the-end-of-history-lav-diaz-04

1.ถ้าแบ่งหนังลาฟเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มชาวบ้าน ( Evolutionn,Heremias,Florentina) กับกลุ่ม ปัญญาชน (Encantos ,Melancholiaa, Century) Norte จะเป็นหนังกลุ่มปัญญาชน หนังกลุ่มชาวบ้าน มักจะเล่าชะตาชีวิตชาวบ้านที่ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของการเมือง ในขณะที่หนังกลุ่มปัญญาชนจะพูดถึงความผิดบาปของปัญญาชน ผิดบาปที่ไม่ใช่คนที่ตายจากพิษการเมือง จากการเป็นคนที่หนีไป คนที่มีส่วนร่วมกับอาชญากรรม Norte คือกลุ่มนั้น มันคือหนังที่ว่าด้วย
‘ความสำนึกผิดอันกลวงเปล่าของปัญญาชน และ ชะตากรรมอันล้นเกินของคนทุกข์ ‘

2.เราอาจจะบอกได้ว่า หนังไม่ได้พูดถึงวาคิมกับอิไลซา เขาและเธอเป็นเพียงส่วนหนึ่งในบททดสอบทางปัญญาและความคิดของฟา่เบียน นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ครอบครัวของวคิมจึงเป็นครอบครัวคนดีที่ดีราวกับแม่พระ หรือกล่าวอย่างเจ็บปวดตามที่มิตรสหายของวาคิมกล่าวไว้ว่า การเป็นคนดีนั้นมันเป็นเรื่องทารุณโหดร้าย พวกเขาคือแบบจำลองอันหนึ่งมากกว่าจะเป้นตัวละครหลักที่โดนเล่นงานทางจริยธรรมเท่ากับฟาเบียน อย่างไรก็ตามด้วยฉากสั้นๆของใบหน้าของแอนเจลี่ บริยานี และฉากอันรุนแรงที่สุดบนหน้าผาทำให้ตัวละครเหล่านี้เป็นมนุษย์อย่างดงาม

3.สัดส่วนของครอบครัวของวาคิม คือการคารวะอังเดร ทาร์คอฟสกี้ และ the Mirrorของเขา ซึ่ง Mirror คือภาพจำวัยเด็กของทาร์คอฟสกี้ มารดา ไฟ และเรื่องเหนือจริง ภาพด้านหลังของอิไลซาจ้องมองเปลวไฟคือภาพเดียวกับด้านหลังของแม่ และมวยผม จ้องมองบ้านลุกไหม้ ในขณะที่ฉากพ่อลอยได้ คือฉากเดียวกันกับการลอยจากเตียงในMirror ครอบครัวของวาคิม คือครอบครัวของทารืคอฟสกี้ ของคนทำหนังของลาฟ

4.แต่ตัวละครฟาเบียนนั้นมาจาก Crime and punsichment ของดอสโตเยฟสกี้ (ซึ่งรายังไม่ได้อ่าน) แต่หนังไม่ได้โฟกัสที่ความสำนึกผิดของอาชญากรเพียงแค่นั้น แต่มันไปไกลกว่านั้น ฟาเบียนไม่ได้เป็นแค่อาชญกร เขาคือนักคิด ที่ทดสอบอย่างสุดโต่งในความคิดของตนเอง ในฉากแรก เขาต่อต้านทุนนิยม ต่อต้าน มาร์กซิสต์ ต่อต้านเอกซิสตองเขียลลิสม์ เขาต่อต้านทุกสรรพสิ่งและทดสอบการต่อต้านของตัวเอง อย่างไรน่ะหรือ เมือ่ต่อต้านทุนนิยม เขาก็ทำลายนายทุน เมื่อต่อต้าน ค่านิยมแบบครอบครัวเขาก็ก่ออาชญากรรรมกับพี่สาว เขาตั้งใจทดสอบระบบจริยธรรมกับตัวเอง แต่ด้วยการพิสูจน์อย่างโง่เง่า เขาได้พาให้คนอื่นติดร่างแห ครอบครัวของวาคิมคือตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ในการทดลองของฟาเบียน ความซวยของวาคิม อันเป็นผลพวงของเขาเป็นเสมือนลมฟ้าอากาศที่ทำลายแผนการทดลองของฟาเบียน ความสำนึกบาปของเขาจึงไม่ใช่ความสำนึกบาปของการก่ออาชญากรรม แต่เป็นความสำนึกบาปที่ลากเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทดลองของเขาด้วย เขากลายเป็นอาชญากรตีสองหน้าแบบที่เขาเกลียดในที่สุด เพราะเขาปฏิเสธการรับผิด กาลงทัณฑ์ต่ออาชญากรที่ไม่ได้ถูกลงโทษคือความแผดเผาในจิตใจเช่นเดียวกับตัวละครในกลุ่มหนังปัญญาชนของลาฟ ที่ถูกแผดเผาด้วยไฟของความสำนึกบาปชั่วนิรันดร์

5.การกลับมาแก้ไขบาปในอดีตของฟาเบียนเองทำให้เขาคิดว่าเขาสามารถกลับสู่ระบบการทดลองได้อีก การทดลองกับพี่สาวและหมา การพยายามตัดขาดตัวเองออกจากโลกด้วยการตือต้านทุกสรรพสิ่ง จริงอย่างที่เขาว่า แต่ในท้ายที่สุดเงินที่เขาเอามาแก้ไขตัวแปรในการทดลองกลับทำให้ทุกอย่างแย่ลงด้วยปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ชะตากรรมของวิคิมและอิไลซา ถูกท่วมทับด้วยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้ กฏหมาย หรือเงิน หรือปรัชญาใดๆก็ไม่อาจแก้ไขชะตากรรมของพวกเขาได้

6.นักปรัชญาไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ นักคิดถึงที่สุดก็เป็นลูกหลานของผู้คน มีคนที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ แม้จะต้องการปฏิเสธ และยังมีคนอื่นๆที่ต้องรับผลจากการกระทำของเขา การลงทัณฑ์ในบาปของฟาเบียนไม่ใช่การสำนึกบาปของอาชญากรรม แต่คือการทดลองที่ไม่มีวันประสบผลสำเร็จ ต่อให้เขาล่องเรือออกไปสุดขอบฟ้า การทดลองของเขาก็ไม่มีทางสำเร็จ ศีลธรรมที่แท้ผูกติดอยู่กับคบวามรับผิดรับชอบต่อผู้อื่น การปฏิเสธทุกอย่างไม่ได้ทำให้เราหลุดออกจากโลก แต่ทำใหเราไม่แยแสพอจะทำลายโลกโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่างหาก ความทุกข์ในจิตใจของฟาเบียนดำเนินไปเช่นนี้ แจนแม้ว่าเขาจะทำให้ครอบครัววาคิมกลับมาดีเหมือนเดิมหรือไม่ก็ไร้ควาหมาย

7.ครอบครัวของวาคิมก็เช่นกัน พวกเขาไม่ได้ทดลองอะไรนอกจากพยายามจะมีชีวิติยู่( จุดน่าสนใจจุดหนึ่งคือการที่พวกเขาไม่ยอมไปเป็นแรงงานนอกประเทศ ในขณะที่ ฟาเบียนคือลูกของพ่อแม่ที่ไปทำงานนอกประเทศ การย้อนแย้งของการอยู่ข้างในก็สิ้นหวัง ออกไปข้างนอกก็สิ้นหวัง) ถึงที่สุดไ่ว่าจะทำดีถึงเพยงไหนครอบครัวของวาคิมก็ถูกกำหนดด้วยชะตากรรม ชะตากรรมที่ทำให้วาคิมต้องเข้าไปอยู่ในคุกและอิไลซาต้องจบลงต่อให้ทั้งคู่รักกันเพียงใด รักลูกเพียงไหนก็ไม่มีวันหนีพ้น หากจะพูดให้เขาเค้าการเมือง อาจบอกได้ว่า คนอย่างวาคิมและอิไลซาก็เช่นเดียวกับรอบครัวชาวนาในEvolution แต่กกระสานซ่านเซ้นไปจากเงื้อมมือการเมืองในรูปบททดสอบจริยธรรมของคนชั้นกลาง ไม่ว่าจะหลบซ่อนเท่าไรก็ไม่อาจพ้น

8.ตัวละครหลักสำคัญในหนังของลาฟอีกตัวที่มีในทุกเรื่องคือผู้หญิงบ้า ในหนังมีผู้หญิงบ้าถึงสองคนสองชนชั้นพี่สาวของฟาเบียน อาจเป็นภาพแทนของผู้หญิงบ้าได้เท่ากับน้องสาวของอีไลซา ผู้หญิงบ้าในหนังของลาฟถูกแทนด้วยภาพของแผ่นดินแม่ คนดูแลลูกหลาน ถึงมี่สุดลูกหลานของวาคิม ก็อยุ่ในความดูแลของน้าสาวป้ำๆเป๋อๆ ฉากจบของหนังหวนให้คำนึงถึงฉากเปิดของevolutionอันเป็นเรื่องของเรนัลโด้ เด็กทารกที่ฮูลิง ผู้หญิงบ้าเก็บมาจากข้างถนน ในฉากเปิดของEvolution เรนัลโด้อยู่กับแม่ที่ทะเล เช่นเดียวกับที่อาเด็งน้องสาวพาหลานๆมุึ่งตรงไปยังทะเล (Hazel Orencio รับบทผู้หญิงบ้ามาแล้วสองครั้งในCentury และ Florentina)

9.นี่อาจจะเป็นหนังลาฟเรื่องแรกในยุคหลังที่มีสี และที่ไปพ้นจากการเป็นเรื่องการเมืองโดยตรง (ซึ่งเป็นรอยต่อจาก Florentina) ลาฟเริ่มแพนกล้อง ถ่ายโดยใช้มุม bird eye view (ในฉากความฝันที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ) ตัวหนังเป็นทั้งการคารวะต่อวรรณกรรมและภาพยนตร์ในตัวมันเอง นี่อาจจะไม่ใช่หนังที่ชอบที่สุดของลาฟ แต่คือหนังที่ปราณีตที่สุดและถึงพร้อมที่สุดของเขา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s