The Rover (2014, David Michod , Australia)

 

rplifestill1

กราบตีน โรเบิร์ต แพททิสัน. ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้เข้าโรงที่นี่ (แม้จะมีคนดูแค่สองคน)

1.หนังมีส่วนคล้ายคลึงกับหนังอย่างThe Road มากจนอาจจะเป็นคู่แฝดกันกลายๆ หนังเล่าเรื่องผู้ชายสองรุ่น ผู้ใหญ่ /วัยรุ่น เดินทางไปด้วยกันหลังโลกล่มสลาย สังคม dystopia ที่เต็มไปด้วยอันตรายมากมาย เรียนรู้เรื่องการเอาตัวรอดในโลกที่รีเซตระบบสังคมและการคิดเชิงศีลธรรมใหม่หมด แต่ในขณะที่The Road โฟกัสไปที่ เด็กที่เกิดในโลกใหม่ เด็กที่ไม่เคยเรียนรู้ ไม่ทันเรียนรู้โลกก่อนโลกใหม่ ระบบคิดศีลธรรมแบบการเอาตัวรอดของพ่อ กลายเป็นโฟกัสที่เด็กตั้งคำถามตัวละครในThe Road เป็นไปเพื่อทดสอลขอบเขตของระบบศีลธรรมใหม่ การฆ่าเพื่อเอาตัวรอด ความไม่มีน้ำจิตน้ำใจ วิธีคิดแบบโลกใหม่หลังล่มสลาย ถูกทดสอบซ้ำผ่านทางเด็กที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเคยมีชุดศีลธรรมแบบอื่นบนโลก

2. ในขณะที่The Rover เซตสถาณการณืคล้ายคลึงกัน คือไม่ใช่โลกที่เพิ่งล่มสลาย แต่เป็นโลกที่ล่มสลายไปแล้วสิบปี ระบบศีลธรรมใหม่ถูกเซตขึ้นมาแล้ว และคนยอมรับกับมันเรียบร้อยแล้ว (ในขณะที่The Road มันแทงจตรงนี้ด้วยเด็กที่เกิดในระบบใหม่นี่ตั้งข้อสงสัย) ประเด็นของRover จึงไม่ใช่ระบบศีลธรรมใหม่ที่ถูกท้าทาย (ทำไมเราต้องฆ่ากันกเวย มนุษย์ที่แท้เป็นส่ิงชั่วหรือดี การเอาตัวรอดแค่ตัวเองจะทำให้โลกมันดีขึ้นไหม) แต่กลับไปโฟกัสยัง การฆ่าแทน

3. แต่หนังไม่ได้มาตั้งคำถามกับการฆ่าในทำนองว่าเราจะฆ่ากันจรองๆหราคะ ที่หนังทำคือการฉายภาพการฆ่าในฐานะของสิ่งปกติ การฆ่าในหนังไม่ได้เป็นการเอาตัวรอด แล้วก็ไม่ใช่เรื่องของฆาตกรโรคจิต การฆ่าไม่ได้เป็นไปเพื่อความสะใจ แต่การฆ่าเป็นแค่วิธีการหนึ่งในการจัดการปัญหา ในการมีชีวิต เมื่อฆ่าแล้วก็แล้วกัน กล่าวให้ถึงที่สุดใ นโลกของThe Rover ไม่มีความเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษย์ไม่มีความจำเป็นเป็นสิ่งล้นเกิน เราจะดำรงคงอยู่ได้ด้วยการปกป้องความเป็นมนุษย์เฉพาะแต่ตัวเราเอง ของใครก็คนนั้นต้องรักษา เมื่อตัวเอกฆ่าคน เขาไม่ได้สะใจ เขาแค่ต้องทำ การที่ตัวละครอีกตัวมานั่งฟูมฟายกับการฆ่าทำให้ทุกอย่างพังพินาศ โลกในหนังไม่มีอาชญการรม เพราะอาชญากรรมในโลกเก่าเป็นเเรื่องสามัญในโลกใหม่ ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้มีความมุ่งหมายอะไรมากไปกว่าการทำงานตามหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องของความยุติธรรม แต่เป็นเพียงการจัยตามหน้าที่ ในระดับปัจเจกจึงไม่มีความหมายที่จะต้องเคารพกฏกหมาย การไร้กฏหมายทำให้ไร้ความเป้นมนุษย์ สำหรับเขาการฆ่าโดยไม่ได้รับการลงโทษเป็นทั้งบาปและความเพลิดเพลิน ฉากหนึ่งเขาสารภาพกับทหารว่าชีวิตไร้ความหมายเมื่อฆ่าโดยไม่ถูกจับ ไม่มีการไต่สวน เขาไม่ต้องอธืบายว่าเขาฆ่าทำไม ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีคุณธรรม การฆ่าเป็นการฆ่า อย่าถูฏจับเป็นอันใช้ได้

4.ตัวละครเรย์เลยเป็นภาพเดียวกับลุกชายใน The Road เขายังไม่เข้าใจคุณค่าความหมายใหม่นี้ หนังเิร่มต้นจากการที่เขาถูกฆ่าแล้วรอดมา การฆ่าของเขาค่อยๆไต่ระดับมากขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะฆ่าในฐานะขงอการฆ่า แต่เมื่อมาถึงจุดที่เขาต้องฆ่าคนในครอบครัวเขาก็ต้องดีลกับความรู้สึกแบบมนุษย์ที่ยังหลงเหลือ

การฆ่าในหนังเรื่องนี้ต่างจาก The Road ที่การฆ่าเป็นตัวขับเคลื่อนพลอตหลัก ทดสอบศีลธรรม แต่การฆ่าในRover เป็นเพียงการฆ่า ความไร้เหตุผลของมัน ความไม่ใช่จุดพลิกผันของพลอตจริงจังของมัน ทำให้การฆ่ามันชืดชารสชาติ การฆ่าในโลกหลังล่มสลาย คือการบี้มดตาย เท่านั้น การที่ตัวละครบอกว่าเราไม่ควรลืมคนที่เราฆ่าไม่ใช่การแสดงภาพของคนที่ยังมีความเป้นมนุษย์หลงเหลือ แต่มันคือการดิ้นรนจะกลับไปเป็นมนุษย์กับเขาบ้าง และในฉากไคลแมกซ์เขาก็ได้เรียนรู้อีกครั้งว่าความเป้ฯมนุษย์คือปัญหา ความเป็นมนุษย์ในโลกหลังล่มสลายคือปัญหา การฆ่าที่เป้นการฆ่าอาจทำให้สรรพสิ่งพินาศลงไปได้

ฉากเฉลยท้ายเรื่องจึงทั้งเสียดสี และเจ็บปวด เมื่อเรารู้ว่าอะไรอยู่ในรถที่เขาตามฆ่าผู้คน เยื่อใยความผูกพันธ์แบบมนุษยืสุดท้ายของเขาถูกกลบฝัง ในขณะที่กับมนุษย์ด้วยกันก็แค่เผานังยางกลางแจ้ ง

5. Robert Pattinson มาไกลมากแล้วจากไอ้หน้าซีดเรื่องแสงในไทวไลท์ หรือรุ่นพี่ในแฮรี่ พอตเตอร์ เขาได้ไปนั่งรถของโครเนนเบิร์ก แล้วได้เล่นเรื่องนี้ แม้เราจะเห็นร่องรอยแบบลีโอนาโดในWhat’s Eating Gilbert Grapes ในช่วงท้าย แต่ดูเหมือนเขาเลือกทางที่ท้าทายกว่าลีโอ เลยนึกได้ว่าสิ่งที่ลีโอไม่เคยเปลี่ยนเลยคือทรงผม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s