The Battle of Algiers (1966, Gillo Pontecarvo,ITL)

Saadi Yacef, as revolutionary leader El-hadi Jaffar (second from

 

1.จริงๆนี่อาจจะเป็นหนังที่เป็นต้นทางของหนังแบบZero Dark thirty ก้ได้ ซึ่งบิเกโลว์คงไม่ได้คิดถึงหรอกแต่มันมีอะไรเชื่อมกันคือมันเป็นหนังที่พูดถึงการปฏิบัติการมากกว่าตัวคน มันเป็นหนังที่ตัวละครเป็นโมเดลของการปฏิบัติการ ในที่นี้คือ ขบวนก่อการร้ายในอัลเจียร์และทหารฝรั่งเศส แต่มันไปไกลกว่ามากๆเพราะมัน แสดงให้เห็นภาพปฏิบัติการตอบโต้ของทั้งสองฝ่ายในรูปแบบกึ่งสารคดี คือมันเป็นสายตาแบบที่ไม่มีการดรามาไตซ์ใครเป็นฮีโร่หรือตัวร้ายทุกคนล้วนอยุ่ในวงจรของการปลดแอกประเทศ และการพยายามทำลายล้างผู้ก่อกบฏของเจ้าอาณานิคม

2.หนังมีฉากที่งดงามมากๆเริ่มด้วยการที่ตำรวจเข้าไปวางระเบิดพวกอาหรับในคาสบาห์ พวกอัลเจียร์เลยล้างแค้นด้วยการวางระเบิดสามแห่งพร้อมกันในวันเดียว แต่แทนที่หนังจะำไปโฟกัสที่สามสาวที่เป็นมือระเบิด หนังกลับให้เวลากับภาพของคนที่บังเอิญอยูที่นั่นตอนที่ระเบิด คนที่มากินกาแฟ มาเต้นรำ แล้วต้องตายเพราะโดนระเบิด หนังใช้เพลงประกอบเดียวกันทั้งต่อความตายของคนอัลเจียร์และคนฝรั่งเศส สายตางดงงามของหนังทำให้การวางระเบิดนี้เป็นเรื่องหดหุ่ของวงจรสงครามไม่จบสิ้น

3.ฉากสื่อมวลชนถามนายพลทร่มที่ส่งมาเป้นหัวหอกปฏิบัติการในวันที่เขาพาผู้ก่อการร้ายมาแถลงข่าวก็เป็นฉากที่รุนแรงมากเพราะมันตอบโต้ปรัชญาของผู้ก่อการร้ายในการต่อต้านเจ้าอาณานิคม ยุทธวิธีที่ที่พวกทหารใช้การเปลี่ยนคำเรียกจำพวกการทรมานเป็นการไต่สวน มันมีข้อถกเถียงที่น่าสนใจและเจ็บปวดมาก บทตรงนี้น่าคัดลอกมาอ่านมากๆ

4.อีกฉากที่ดีมากคือการพูดถึงการผละงานแปดวันของนอัลเจียร์ที่พยายามประท้วงแบบไม่รุนแรง สิ่งที่พวกฝรั่งเศสทำคือการบุกจับคนที่ผละงานลากผู้ชายทุกคนไปรวมกันเพื่อหาว่าใครเป้นผู้ก่อการร้ายมาก ปารประท้วงแบบสันติวิธีลงเอยด้วยการไล่ล่าคนแบบนองเลือด และทหารฝรั่งเศสก็เข้ามทำลายร้านค้าบังคับให้คนไปเปิดร้านขายของด้วยปืนยุทธวิธีตีโต้ไปมาในหนังถูกถ่ายในฐานะสารคดีและการจำลองเหตุการณ์ที่เว้นระยะไม่ให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วม มันเลยเป็นทั้งหนังข่าว และภาพยนตร์และภาพบันทึกเหตุการณ์ท่ี่รุนแรงทั้งทางอารมณืและทางความคิดมากๆ

5.conflict ที่โหดมากคือนายพลที่รับผิดชอบปฏิบัติการนี้โด่งดังมาจากการเป็นพวกต่อต้านนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง จุดหนึ่งเขาคือคนรักชาติที่สู้เพื่อฝรั่งเศส แต่ชาตินิยมก็ทำให้เขาโหดในระดับนาซีเสียเองเมื่อเขาเข้ามาเป็นตัวหลักในการปราบกบฏอัลเจียร์ เขาเองก็พูดเรื่องนี้ตอนสัมภาษณ์สื่อมวลชน แล้วเราก้ได้เห็นการมทำงานของชาตินัยมว่ามันไมไ่ด้ให้ผลแต่สิ่งดีงาม เพราะเมือ่เราคลั่งในชาติพันธุ์ตัวเอง ในด้านกลับเราก็ต้องขจัดชาติอื่นออกไป ขขบวนการชาตินิยมเกิดขึ้นจากผลของการล่าอาณานิคม แต่ตัวมันก็คือด้านกลับของเจ้าอาณานิคมด้วยนั่นแหละ

6.และที่น่าทึ่งที่สุดคือการที่หนังไม่ให้เราจับใครเป้นตัวละครหลัก มันตรงกับอุดมการณืของหนังที่พูดว่าเราอาจจะก่อการร้าด้วยปืน ด้วยความรุนแรง แต่สิ่งสำคัญคือการต่อสู้ของประชาชนต่างหาก ถึงที่สุดผู้ก่อการถูกฆ่าจนหมดแล้วบังเกิดความเงียบอยู่สองปีจึงเกิดการประท้วงใหญ่ที่มีคนถูกทหารฝรั่งเศสฆ่าตายเป็นจำนวนมาก เป็นการประท้วงของผู้คนมือเปล่าๆที่รุนแรงมากๆ หลายภาพก็น่าจะเป็นภาพข่าว ฉากการประท้วงครั้งสุดท้ายในหนัง ผู้คนปรากฏออกมาจากสายหมอก แล้วเดินหน้าเข้าสู้กับทหารฝรั่งเศส ภาพบรรยายว่ามีเสียร้องประหลาดของผู้คน เสียงร้องที่ไม่เป็นภาษาจับใจความไม่ได้ แต่มีจังหวะสม่ำเสมอ ดังระงมไปทั่วคาสบาห์ทั้งวันทั้งคืน มีคนตายเป้นจำนวนมาก สองปีหยังจากนั้นอัลจีเรียจึงได้รับอิสรภาพ เราได้เห็นว่ามันมาจากจากเลือดจริงๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s