Under The Skin(2014, Jonathan Glazer, US)

Under-the-SKin-2

เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์

1.เวลาดูหนังมนุษย์ต่างดาวเกือบทั้งหมดมักเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวภายใต้กรอบคิดของมนุษย์โลก มนุษย์ต่างดาวเป้นแบบจำลองเครื่องมือทดสอบมนุษย์โลก มนุษย์ต่างดากลุ่มที่มาบุกโลกจะถูกโลกสั่งสอนว่าโลกนั่นสวยงาม กล้าหาญเสียสละจนมนุษยืต่างดาวต้องพ่ายแพ้ กลุ่มที่มาเรียนรู้โลกจะพบว่าความเป็นมนุษยืนั้นยิ่งใหญ่ น่ารัก อ่อนโยนและยอมรบนับถือมนุษย์ กล่าวถึงที่สุดมันคือการใช้ตรรกะของมนุษย์มาครอบทับมนุษย์ต่างดาว ทำเพื่อเชิดชูมนุษย์โดยให้มนุษย์เรียนรู้ตัวเองผ่านภับคุกคามจากนอกโลก ดังนั้นไม่ว่ามนุษย์ต่างดาวจะมีปัญญาล้ำเลิศแค่ไหนมันก็เป็นสิ่งของชั้นรองในหนังเพราะสิ่งสำคัญคือมนุษย์ ระบบศีลธรรมของผู้ทำและผู้ชมคือระบบของมนุษย์ เราตัดสินว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นมนุษย์ต่างดาวดีหรือชั่วโดยพิจารณาจากระบบศีลธรรมของมนุษย์

แต่ในหนังเรื่องนี้หนังกลับเล่าผ่านมุมมอง /ระบบศีลธรรมแบบมนุษย์ต่างดาว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าหนังพูดแทนมนุษย์ต่างดาว (เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มสร้างระบบคิดของมนุษยืต่างดาว เราก็เอาระบบคิดของเรานั่นแหละมากลับตรรกะใหม่ สุดท้ายมันคือเหล้าเก่าในขวดใหม่เป็นแบบจำลองธีคิดของมนุษยืซึ่งมันเวิร์คสำหรับหนังเอามนุษย์ต่างดาวมาวิพากษ์มนุษย์) แต่หนังกลับแสดงให้เห็นว่าตรรกะใดๆของมนุษย์นั้นใช้ไม่ได้ ไม่เข้ากัน ไม่ถูกต้องสำหรับมนุษย์ต่างดาว พลอตของหนังมีเพียงมนุษย์ต่างดาวปลอมตัวเป็นหญิงสาว ล่อพวกมนุษย์ผู้ชายไปสูบเลือดกินเนื้อ เหลือแต่ผิวเปลือกล่องลอยในหลุมดำเคว้งคว้างและมนุษย์ต่างดาวไม่สามารถประนีประนอมกับตรรกะนี้ได้

 

2. มนุษย์ในเรื่องถูกถ่ายในฐานะของมดปลวก นอกจากมนุษย์ต่างดาวแล้วมีมนุษย์แค่สองคนเท่านั้นที่หนังโฟกัสมากพอ นอกจากนั้นมนุษยืถูกถ่ายผ่านสายตาของมนุษย์ต่างดาวในฐานะผู้จับจ้องมองเหยื่อ การจับจ้องเพศชายในเรื่องน่าสนใจดี เพราะในขณะที่หนังกรพะแสหลักเพศที่จะถูกจับจ้องมักเป็นเพศหญิงผ่านสายตาของเพศชายแต่ในเรื่องนี้กลับเป็นเพศชายที่ถูกจับจ้องซ้ำหนังยังเลือกคนที่ไม่ได้เป็นนายแบบมาถูกจับจ้อง มันเลยทั้งกลับหัวการเป้นวัตถุทางเพศและต้านการเป็นวัตถุทางเพศ แ่ละเพราะคนพวกนี้ไม่ได้เป็นวัตถุทางเพศสำหรับการจ้องมองแต่เป็นอาหาร

3.การกลายเป็นอาหารของมนุษย์ คือการลอกเปลือกออกแล้วเอาเฉพาะเนื้อการลอกเปลือกสวมเปลือกดูเหมือนจะเป็นหัวใจของหนังผ่านทาง การถอด การใส่เสื้อผ้าซึ่งเป็นเปลือกของมนุษย์ มนุษย์ต่างดาวสวมเปลือกมนุษย์คือเนื้อหนังมังสา แล้วสวมเปลือกของมนุษย์ซึ่งคือเสื้อผ้า ก่อนที่เราจะมุ่งหมายไปสู่หลักพุทธแก่นๆเปลือกๆ ต้องบอกก่อนว่า มันไม่ได้มีเปลือกกับแก่น มันมีเปลือกกับเนื้อ เนื้อกินได้ เปลือกคายทิ้ง เปลือกของมนุษย์ในหนังเรื่องนี้ (skin) จึงไม่ใช่เรื่องการมองผ่านเปลือกให้เห็นเนื้อใน แต่มันคือการบอกว่ามนุษยืก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งอื่น เพราะสิ่งที่ทำให้แตกต่างคือเปลือก สิ่งที่อยู่ under the skin ไม่ใช่สิ่วงที่ทำให้มนุษย์แตกต่างกัน แต่ทำให้มนุษย์เหมือนกันหมด นั่นคือเนื้อสำหรับการเป็นอาหาร เป็นพลังงาน ดังเช่นฉากสายพานลำเลียงเลือดเนื้อเข้าไปในช่องทางสีแดง

เปลือกในหนังจึงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เหมือนกันแต่คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างกัน หนังไม่เชิดชูจิตใจมนุษย์ บอกเลยว่าเปลือกที่ล่องลอยในครรภ์ความมืดคือตรรกะแบบมนุษย์ซึ่งเป็นแค่อาหารของมนุษย์ต่างดาว

4.ภายใต้ตรรกะแบบนั้น หนุ่มหน้าช้างกับหนุ่มหล่อจึงไม่มีความแตกต่างกันเพราะไม่ว่าจะเป็นคนหน้าตาดีหรือไม่ ก็เป็นแค่เปลือก ข้างในมีเนื้อเหมือนกัน แต่ทุกอย่ามาพังพินาศเพราะเธอเห็นกระจก เห็นหน้าตาของตัวเองเห็นเปลือกของมนุษยืที่เธอเอามาสวมใส่ ตรรกะมนุษย์คือตัวป่วนพินาศทำลายความเป้นมนุษย์ต่างดาวของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถใช้ตรรกะแบบของเธอได้

5.ตรรกะของมนุษย์ต่างดาวคืออะไร ดูได้จากฉากที่สุดขีดที่สุดในรอบปี ฉากที่เธอเจอหนุ่มเชคที่ริมทะเล และจะกินเขา แต่เขาลงไปช่วยครอบครัวจมน้ำ เธอก็ตามไปกินเขาอีก เธอลากศพเขาไว้ทิ้งเด็กไว้มห้ตายโดดเดี่ยวสริมหาด พอไอ้มอเตอร์ไซค์(ไอ้มอเตอร์ไซนี่น่าสนใจมาก แม้เราจะเห็นหน้าตัวหนึ่งแต่เราไม่ได้เห็นหน้าตัวที่เหลือเลย ถ้ามันเป้ฯมนุษยืต่างดาวมันก็หุ้มเปลือกมนุษยื แล้วสวมเสื้อผ้าจนแทบไม่เป็นมนุษย์อีก เพราะมันเป็นทชุดนักแข่งมอเตอร์ไซค์กับหมวกกันน๊อค อันนี้คือขั้นสุดของ under the skin คือ skin ที่ลอกมนุษย์ถูกห่อด้วย skin ที่มนุษยืเอาไว้ทำให้ไม่เป็นมนุษยื ถ่้ามองว่าคอนเซปต์ของชุดพวกนี้เป็นชุดแบบซูเปอร์ฮีโร่อภิมนุษย์) มาเก็บซากที่เหลือ เด็กก็ถูกทิ้งไว้ ในตรรกะของมนุษย์ต่างดาวระบบศีลธรรมแบบมนุษย์ไร้ความหมาย การทิ้งเด็กให้ตายอย่างโดดเดี่ยวไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมเพราะเวลาเรากินไก่เราก็ไม่สนว่าลูกเจี๊ยบจะไร้แม่

6.แต่ทีนี้พอเธอเริ่มมองเห็นตรรกะผ่านเปลือก (หน้าตา skin)เธอก็เริ่มหลุดออกจากความเป้นมนุษย์ต่างดาว ครึ่งหลังเมือ่เธออยากลองเป็นมนุษย์ดูบ้าง (สีดำนี่เป็นสีของมนุษย์ต่างดาว ดังเช่นฉากการล่อลวง แต่พอเธอจะเป็นมนุษย์เธอเลยขับรถเข้าไปในหมอกสีขาว)แต่เธอพบว่าการเป้นมนุษย์ไม่ใช่สิ่งดีงาม เธอไม่สามารถเป็นได้ กินไม่ได้ กินเค้กที่อร่อยก้ต้องคายทิ้ง หรือการที่เธอสำรวจเรือนร่างตัวเอง ยืนมองดูจิ๋มของตัวเองในฐานะสิ่งแปลกปลอม และเมื่อเธอพยายามจะเอากับมนุษย์ เธอไม่ได้ตกใจที่ถูกเอา แต่เธอค้นพบว่าจิ๋มของเธอเป็นสิ่งที่แปลกใหม่และคุกคาม พอโดนเสียบเธอเลยลุกขึ้นมาดูจิ๋มของตัวเอง พูดอย่างง่าย ตรรกะความสวยหล่อ ความดีชั่ว ความรักชังอะไรสำหรับมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในระบบคิดของมนุษย์ต่างดาว

7.ถึงที่สุดมนุษย์นอกจากจะถูกลดคุณค่าเป็นอาหารในหนังแล้ว หนังยังต้องย้ำความระยำของมนุษย์อีคำรบในซีนจบด้วยการเปลี่ยนมนุษย์จากเหยือเป็นผู้ล่า แต่คราวนี้สิ่งที่มนุษย์ต้องการ under the skin มันไม่ใช่อาหารแต่เป็นสิ่งอื่น และการทำลายเปลือกผิวของมนุษย์ต่างดาวในตอนจบตอกย้ำว่ามนุษย์นอกจากจะเปนสัตว์อ่อนแอแล้วยังชั่วช้าอีกด้วย

8.ถึงที่สุด under the skin จึงเป็นหนังมนุษย์ต่างดาวด้วยสายตาของมนุษย์ต่างกาวในแง่ของการไม่สามารถเข้ากับโลกมนุษย์ และมองมนุษย์อย่างไม่เชิดชู ภายใต้งานภาพงานเสียงระดับพรั่นพรึงสุดขีด และการแสดงของสการืเลตต์ ที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวกลายเป็นสิ่งที่ทั้งลึกลับ เย้ายวน และน่าสะพรึงกลัว ไปในคราวเดียวกัน ทุกอย่างอยู่ในตา การิ้ม การเคลื่อนไหว กล้องอยู่กับหน้าของเธอตลอด ฉากการเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันในครึ่งแรก และความไม่ไหวติงต่อมนุษย์ในครึ่งหลังมันรุนแรงมากๆ นี่คือหนังแบบที่ควรดูในโรงเพื่อให้ผัสสะได้ผเชิญหน้ากับภาพยนตร์ได้อย่างเต็มที่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s