คนจนผู้ยิ่งใหญ่ (2010, บุญส่ง นาคภู่,ไทย)


604

เฮ้ย! หนังมันควรได้รับการพูดถึงมากกว่านี้ป่าววะ
รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ดูหนังเรืองนี้ อาจจะเก็บไว้เขียนยาวๆตอนดูวังพิกุล

1. จริงๆเรื่องเล่าของหนังอาจจะเป็นเรื่องที่ใหม่มากนัก แล้วปัญหาใหญ่ของหนังคือการที่ตัวละครมันเล่นไม่ได้ เลยแทบไม่มีการถ่ายแบบโคลสอัพเลย ปัญหามันเลยกลายเป็นว่าหนังมีระยะกับผู้ชม ซึ่งโดยส่วนตัวเรากลับมองเป็นข้อดี แต่อาจโดยไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจก็ไม่รุ้)มันไปพ้องพานกับ aesthetic แบบหนังยุโรป เลยอาจพลาโดนข้อหาแอคอาร์ทได้ แต่จริงๆเราพบว่าการสร้างระยะของหนังกับผู้ชมในเรื่องนี้เป็นเรื่องดี เพราะเราไม่มีทางเข้าใกล้ตัวละครได้ เราเข้าไปในชีวิตหรือความนึกคิดเขาไม่ได้ มันเป็นโลกปิด ลักษณะปัญหาของวรรณกรรมเพื่อชีวิตคือการพยายามมโนโลกที่ปิดให้เปิดออก พยายามพูดแทนคนที่ไม่มีเสียง แต่ปัญหาของการพูดแทนมันคือมันไม่ใช่เสียงที่แท้จริงแต่เป็นคำเทศนาของเราเอามาผ่านปากคนจน พอเรื่องนี้มันมีระยะมีการสังเกตุการณ์จากระยะไกล เราเลยไม่รู้อะไรเลย เรามองผ่านประตูที่แง้มอยู่ แล้วก็ดูคนขี่จักรยานตามทวงเงินไปเรื่อยๆ

2. ความเงียบของหนังก็น่าสนใจมาก นี่ก็อาจจะโดนข้อหาแอคอาร์ท aesthetic ยุโรปได้อีกข้อ แต่จริงๆในหมุ่บ้านมันก็เงียบนะ แล้วความเงียบของหนังมันแห้งแล้งดี คือมันไม่ได้เงียบแบบดื่มด่ำใบไม้ไหวลมัดซู่ซ่าแบบความดงียบโลกที่หนึ่งในหนังญี่ปุ่น แล้วก็ไม่ใช่ความเงียบแบบกดดันผู้คน เหมือนในหนังโลกที่สาม (ฮา!)แต่มันเป็นความเงียบแบบแห้งแล้ง แบบที่ไม่มีอะไรเหลือ ไม่รู้จะเอายังไงต่อ ความเงียบของการพูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไร ความเงียบแบบทึบๆแบบนี้เหมาะเจาะกับหนังมากๆ เพราะมันพูดเรื่องภาวะไร้ทางออกของผู้คนที่ไม่ได้เป็นอะไรสำเร็จรุปแบบเหยื่อทุนนิยม หรือสังคมมันบัดซบ แต่มันเป้นอย่างนันแหละ เป็นอย่างที่มันเป็น

3.การใช่โลเคชั่นของหนังก็น่าสนใจมากๆ ถ้ามองมันในฐานะroadmovie ที่มีจักรยานเป็นหลัก หนังมี ถนนในหมู่บ้าน(ถนนลูกรังที่ไม่หมดไปจากประเทศ) ถนนในตัวเมือง (ลาดยางแล้ว) และถนนนอกเมือง (ไฮเวย์ที่มีแต่รถสิบล้อ) ทุกครั้งที่หนังโฟกัสตรงทางแยกระหว่างลูกรังกับลาดยาง โดยไม่ได้ตั้งใจมันสะท้อนภาพการพัฒนาที่น่าสนใจมากๆ เหมือนมันมาหยุดอยุ่ปากซอย แต่ไม่เข้ามาหาเราแล้ว

4. หนังเล่าเรือ่งคนสามรุ่นตามยุคสมัย ที่อาจจะบันทึกปวศ.ประเทศได้น่าสนใจดี(เสียดายไม่มีความรู้เรื่องมานุษยพอจะอธิบายส่วนนี้โดยเทียบกับประวัติศาสตร์แต่ละช่วง) คนรุ่นย่าที่เดินลากไม้เท้าอย่างเดียว ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือจะแก้ไขปัญหาที่มากับการพัฒนาประเทศปล้ว ทางที่แกทำได้คือการบนบานสานกล่าว แล้วก็ซื้อหวย(ที่ขอไว้แล้วว่าให้ถูก) คนรุ่นพ่อคือบรรดาแรงงานไร้ชื่อในกรงเทพกรุงไทย คนจนเมืองที่กลับไปจนต่อที่บ้านเกิด ในขณะที่คนรุ่นลูกคือเด็กที่เกิดในเมืองตาย เพราะคนรุ่นพ่อเข้าเมือง เมืองไม่มีอะไรให้ทำ โรงเรียนน่าเบื่อพอไม่เรียนก็ไม่มีงาน เอาแต่เร่ไปกับมอเตอร์ไซค์ ใช้จ่ายพลังชีวิตไปอย่างว่างเปล่าเพราะไม่มีอะไรดีกว่าจะทำ ตัวละครที่สำคัญอีกตัวคือตัวแม่ที่หนังทิ้งช่องว่างความสัมพันธ์ไว้อย่างงดงาม กรุงเทพทำให้ครอบครัวแตกสลาย การพัฒนาทำให้ครอบครัวแตกสลาย ?อาจจะพูดสั่งสอนๆแบบนี้ได้ แต่ฉากที่ดีคือการที่ดูเหมือนแม่จะมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าในกรุงเทพ เอาตัวรอด (ส่นพ่อหนังไม่ได้บอกแต่เหมือนจะไม่) การเอาตัวรอดของแม่ ทำให้แม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ กลับมาเยี่ยมบ้าน แต่ก็สูญเสียความสัมพันธ์กับครอยบครัวแบบเดิม ผัวไม่พูดด้วย ลูกก็ร้างก่างหัน ฉากไปส่งแม่ที่บขส.ในตัวอำเภอเลยเป้นฉากที่ร้าวรานมากๆ

นอกจากนี้รัฐตำรวจและการคอรัปชั่นก็คอยหาจังหวะเล่นงานคนเล็กคนน้อยเรื่อยเปื่อย นี่คือการเมืองที่เกี่ยวกันในทุกระดับ ความงามคือหนังไม่ได้้บอกว่าตัวละครเป็นเหยื่อของตำรวจชั่วที่ทำไปเพราะความจำเป็นบังคับ แต่หนังบอกว่าตัวละครเลือกเองที่จะทำเช่นนั้นถ้าเป้นเหยื่อก็เป็นเหยือ่ของความว่างโหวงในชีวิต ว่างจนเชื่อตามความฝีนลมแล้งของคนขายของเก่าที่ผันดับไปแล้ว การทำตามความฝันของลุกหลานคนชั้นกลางในเมืองเป็นเรื่องน่ายกย่องชื่นชม แต่การมีความฝันอะไรแบบนี้ของคนยากคนจนบางทีมันก็แลกมาด้วยเรื่องระดับชีวิตพังพินาศ ตำรวจก็ไม่ได้ทำอะไรผิด จับไปตามหน้าที่ คอรัปชั่นเล็กน้อยให้พอมีพอกินแต่นี่คือระบบทั้งหมดที่กดทับลงมาและคนที่เสียค่าใช้จ่ายสูงสุดคือคนที่ไม่มีต้นทนเสมอ

5.การเข้ากรุงเทพในหนังจึงำม่ใช่การตามความฝันแต่เป็นการจบสิ้นลงของความฝัน มันเสียดสีได้สวยงามมากที่เพลงเดียวที่ศรร้องตลอดเรื่องคือ คนจนผู้ยิ่งใหญ่ แต่คนจนในหนังเรื่องนี้ตัวเล็กเสียจนไม่มีใครได้ยินหรือมองเห็น คนจนผู้ยิ่งใหญ่ในเนื้อเพลงจึงเป็นเพียงคำปลอบประโลมว่างเปล่าของคนที่ไม่มีทางสู้ การเข้ากรุงเทพในหนัง ตัดสลับกับการแวะมาเยี่ยมของคนขายของเก่าจึงไม่ใช่การออกไปตามฝัน แต่คือการที่ความฝันจบลง ชีวิตวัยรุ่นจบลง มีหนี้ก้อนโตต้องสะสางชดใช้

6.เพลง เหนือฝัน ในตอนจบของเรื่องนั้นเด็ดขาดมาก เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่ร้องคู่กับเพลง ในฝัน (ทูล ทองใจร้องทั้งคู่) ในฝัน(ที่ดังกว่า)จะเป็นเพลงรักหวานซาบซ่าน หากฝันว่าฉันและเธอละเมอความรักร่วมกัน แต่เพลงเหนือฝัน คือเพลงของรักอกไหม่ไส้ขม หากฝันว่าฉันเกลียดเธอ เนื้อเพลงพูดถึงความรักที่แพ้เงินตรา มันเป็นเพลงที่ทั้งอธิบายเรื่องของพ่อกับแม่ และอธิบายการสิ้นสุดลงของความฝันของตัวลูกชาย

7.เสียดายจริงๆที่ไม่ได้ดูในโรง บ้านไกลมันก้เป็นแบบนี้นี่เอง เวลาจะมาดูหนังกูต้องนั่งรถทัวร์เหมือนตอนจบของหนังเรื่องนี้แหละ นี่คือประเทศที่ทุกอย่างอยุ่ในกรุงเทพ ดูดกินคนจากสุโขทัยให้ต้องเข้าเมืองเพื่อทำงานใช้หนี้ กินความสัมพันธฺดั้งเดิม ทำลายชีวิตก่อนเก่า แต่กรุงเทพก็เป็นทั้งเมืองน่าเกลียดและทางช่วยให้รอด เหมือนกับที่คนทำหนัง ทำหนังแล้วฉายได้เฉพาะในกรุงเทพเพื่อให้หนังรอด (ถ้าฉายต่างจังหวัดก้เจ๊ง) แล้วเราก็ต้องเข้ากรุงเทพมาดู มันเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมดนี่แหละ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s