Only Lovers Left Alive (2013, Jim Jarmusch, UK+Germany)

maxresdefault1

อดัมเป็นนักดนตรีลึกลับในดีทรอยต์ อีฟเป็นนักอ่านในแทนเจียร์ ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ทั้งคู่มีอายุหลายร้อยปี และทั้งคู่ดื่มเลือดเป็นอาหาร อดัมซื้อเลืออดจากห้องแลบในโรงพยาบาล อีฟมีมาสเตอร์มาร์โลว์เป็นคนหาเลือดบริสุทธิ์มาให้ อีฟอ่านบทกวี อ่านหนังสือ อดัมเล่นดนตรี แสงหากีตาร์โบราณล้ำค่า วันหนึ่งอีฟ วีดีโอแชทกับกับอดัมบอกว่าเธอจะไปหาเขา เขาพาเธอไปขับรถชมเมืองที่กำลังตายในเวลากลางคืน เมืองดีทรอยต์ที่มีแต่ที่รกร้าง ตึกที่ถูกทอดทิ้ง มีบาร์เหล้า มีแวมไพร์สองผัวเมีย จนกระทั่งอีวาน้องสาวของอีพเข้ามาทำลายสมดุลของการถูกทอดทิ้ง การหลบซ่อน และการสร้างสรรค์ให้ฟังพินาศลง

ถ้า Limits of Control คือการtribute ให้กับภาพยนตร์ Only Lovers Left Alive ก็คือการTribute ให้กับดนตรีและวรรณกรรม เมื่อแวมไพร์กลายเป็นภาพแทนของศิลปะวิทยาการโบราณที่สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และมีสถานะเป็นเพียงของเหลือใช้ สิ่งที่ถูกหลงลืม ลดทอนคุณค่า สิ่งที่ต้องหลบซ่อนจากสังคม พวกเขาพูดคุยกันถึงการมีชีวิตกับเชคสเปียร์ กับ อลันโป หรือบิลลี่ ฮลิเดย์ หรือเชท แอทกินส์ แต่โลกสมัยใหม่มันแปดเปื้อนแล้ว พวกเขาอยู่ไม่ได้อีกแล้ว อดัมต้องหลบซ่อนคอยแต่งเพลงให้ศิลปินโดยไม่เอาเครดิต เขาหวาดผวาชื่อเสียงเพราะมันน่าเบื่อและคุกคาม อีฟอาศัยอยู่ในดินแดนอาณานิคมเก่า อ่านหนังสือแล้วสนทนากับมิตรสหายในเมืองที่ไม่มีใครรู้จักเธอ ทั้งสองเรียนรู้ว่าการหลอบซ่อนคือทางออกที่ดีที่สุด ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนแปลงไป เลือดมนุษย์ (ที่พวกเขาเรียกว่าซอมบี้) แปดเปื้อน พิษของเลือดที่แปดเปื้อนอาจทำให้พวกเขาตายลง ในขณะเดียวกันโลกสมัยใหม่เบียดขับพวกเขาไปอยู่ชายขอบ ประวัติศาสตร์ไร้ความหมาย เพลงลึกลับดาวน์โหลดได้ทางยูทูป ไม่มีใครอ่านหนังสืออีกแล้ว ระเบียบของโลกใหม่ทำให้การฆ่าคนเพื่อดูดเลือดกลายเป็นเรื่องที่ทั้งเสี่ยงภัยและไม่ได้ง่ายอีกแล้ว ความยิ่งใหญ่ใดๆในอดีตเป็นเพียงเรื่องไร้ความหมายในโลกปัจจุบันนี้ พวกเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่เขาคิดว่าจะเป็นเป็นแค่ของตกทอดจากยุคศักดินาล่าอาณานิคม

ในขณะที่หนังทำให้พวกเขาเป็นอภิมนุษย์ที่เพียบพร้อมดัวยศิลปะวิทยาการ แต่ในขณะเดียวกันหนังก็ทำให้พวกเขาเป็นคนขาวที่อ่อนแอต้องพึ่งพาสูบเลือดจากผู้อื่น เป็นพวกอ่อนเปลี้ยไร้พลังที่ไม่อาจต่อสู้กับโลก ในขณะที่อีวาคือการกลายพันธุ์ขั้นร้ายกาจที่ทำลายทุกอย่างโดยไม่มีความสำนึกใดๆคอยกำกับ ในที่สุดพวกเขากลับไปยังทนเจียร์ เจ้าอาณานิคมหลงทางฝันเอาว่าอาณานิคมจะตอบสนองความฝันลมแล้งที่โดนเระเบียบของโลกใหม่เปิดโปง และสิ้นไร้พลังภายใต้การกำกับควบคุม

ราวกับบทวิพากษ์ถึงหนังสือโบราณ งานดนตรีคลาสสิค แดรกคูล่าที่กลายเป้นเพลงดิสโก้ตกสมัย นั่นคือภาพแทนที่หนังมอบให้กับความเท่ห์เก๋คูล แต่อ่อนล้า ดังเช่นหนังเรื่องอื่นๆของจาร์มุช ตัวละครของพวกเขาคือหนนุ่มสาว แสวงหา หรือปัญญาชนผู้ซึ่งมีคุณสมบัติร่วมกันเพียงอย่างเดียว คือความอ่อนเปลี้ย พวกเขาพากันไม่ทำอะไรเลยนอกจากพูดคุยเพราะมันไม่มีอะไรให้ทำมากไปกว่านั้น กล่าวให้ถูกต้องคือพวกเขาไม่มีปัญญาทำมากกว่านั้น การเดินทางท่องไป ไม่นำพาไปสู่สิ่งใด ไม่มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว มีแต่โลกที่หนืดข้นซึ่งพวกเขาติดอยู่ไปไหนไม่ได้ รู้เพียงว่ามันกำลังเสื่อมถอย พังพินาศ แต่พวกเขาทำอะไรไมได้

แต่ดูหมือนหนังกลับเลือกจบอย่างให้ความหวัง ดังชื่อที่อบกว่า เพียงคู่รักเท่านั้นที่ยังมีชีวิต เพราะถึงที่สุดภายใต้การเสียดสีศิลปะวิทยาการอันเสื่อมถอยพิกลพิการ เยี่ยงผีดูดเฃือดร่วงสมัยหนังกลับบอกเป็นนัยๆว่าผีดูดดเลือดต่างหากที่มีชีวิตชีวา (ความตายของผีดูดเลือดยิ่งขับเน้นชีวิตของพวกเขา) และถึงที่สุด ผู้คนที่จะรับเอาความสามารถของพวกเขา ของสิ่งที่ถูกสั่งสมมา ก็คงมีเพียงแต่คู่รัก ผู้หลงใหลในรักเท่านั้น นำมาซึ่งฉ่กจบที่สวยสดงดงามอย่างน่าพรั่นพรึง

จาร์มุชยังคงทำหนังสวิงสวายราวกับเป็นภาคต่อของ Limits of Control และหนังก็ให้พลังความง่อยเปลี้ยที่แสนงดงามจากฟลังออร่าของทอม ฮิดเดิลตัน aka โลกิ และ ทิลด้า สวินตัน แม้หนังจะสุ่มเสี่ยงถูกมองเป็นหนังที่ดีแต่คูล แต่ความคูลของมันกลับกลายเป็นแกนที่น่าทึ่งมากๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s