คิดถึงวิทยา (2014,นิธิวัฒน์ ธราธร,ไทย)โรงเรียนของเราน่าอยู่

kapook_world-514460
-เรามาคุยเรื่องการศึกษากันดีกว่า

…………………….

เปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์หมดเลย เพราะจะพูดก็แต่จุดสำคัญของมันนั่นแหละ

1.พูดถึงตัวหนังสั้นๆ เราไม่มีปัญหาอะไรมากนักกับตัวหนัง เพราะเป็นเรื่องที่เราขยิบตาให้กับหนังตั้งแต่ต้นในทำนองว่าถ้าเรารับจักรวาลของ โฆษณาไทยประกันชีวิต หรือ หนังอย่างหนึ่งใจเดียวกันได้ เราก็พอจะเข้าใจหนังได้ อย่างน้อยหนังก็ไม่พยายามจะย้อนกลับไปเป็น ครูบ้านนอก หรือครูสมศรี แต่ แต่ แต่!

2.นี่คือหนังที่เหมาะที่สุดในการใช้อภิปรายเรื่องการยุบโรงเรียนเล็ก ของกระทรวงศึกษา เพราะนี่คือการชนกันของทัศนคติทาวการศึกษาที่น่าสนใจมากๆ ทรรศนะแบบครูหนุ่ย กับแบบครูแอน เป็นสองทรรศนะที่มีปัญหาในตัวมันเอง แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นทรรศนะ ที่น่าจะจับมาชนกันมากๆ เพราะมันคือขั้วคู่ตรงข้ามของฝ่ายยุบกับฝ่ายไม่ยุบ

3.ฉากที่สำคัญที่สุดของหนังคือฉากที่ครูแอยถามครูหนุ่ยเรื่องรถไฟ การที่ครูหนุ่ยไม่สามารถเข้าใจได้ว่าครูสองจะทำเช่นนั้นในห้องที่มีนักเรียนห้าสิบคนได้อย่างไรเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และอาจจะเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าการที่ครูแอนอยากจะให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องรถไฟ มันสำคัญมากๆที่เราจะต้องพูดถึงทัสนคติที่ครูแอนมีต่อการศึกษาของช่อน ซึ่งโตไปก็จะไปจับปลาเหมือยพ่อ คำถามคือในหัวครูแอนการเรียนหนังสือคืออะไร คือการจบป. 6แล้วไปเรียนมัธยม แล้วไปเข้ามหาลัย มีงานดีๆทำ ทํศนะของครูแอยไม่ได้มีประเด็นว่านี่คือสังคมชาวบประมง ที่ต้องจับปลาเป็นอาชีพารที่ครูแอนถามเด็กๆว่าอยากเป็นอะไรจึงเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะครูแอนคเชื่อมั่นเหมือนที่คนชั้นกลางทั่วไปเชื่อเรื่องการศึกษาจะนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยยากเหมือนพ่อแม่ มองวในแง่นี้ครูสองอาจจะเรียลลิสติกกว่า เมื่อครุสองกล่าวargument ชวนให้หลายคนรู้สึกว่ามันสลิ่มมากๆ นั่นคือ การที่ครูสองบอกว่าเรียนหนังสือ ต่อไปจะได้ไม่ถูกโกง สองประเด็นนี้มันสะท้อนไปเรื่องว่าเรามองการศึกษาคืออะไร การศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละสังคมเป็นอย่างไร ารที่จะไม่ถูกโกงในความหมาขนของครุสอง คือ เรื่องในทำนองชาวนาโดนหลอกเซ็นสัญญาเพราะอ่านไม่ออก ไม่เข้าใจการคิดคำนวณพื้นฐาน ในมุมมนี้การอ่านออกเขียนได้คือหัวใจของการศึกษาพื้นฐาน แต่การมองเรื่องการศึกษาตามแผนพัฒนาประเเทศเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย เด็ในโรงเรียนรือนแพจะเป็นอะไรระหว่างเป็นชาวประมง กับเรียนจบเพื่อเข้าไปสู่วงจรการเป้นลุกจ้างตามคำที่อ.นิธิเคยพูเในทำนองว่าการศึกษาคือโรงงานผลิตคนให้ออกไปเป็นลูกจ้าง ทัศนะทางการศึกษาของครูแอยอาจจะเข้าใจได้สำหรับคนชั้นกลางมากกว่าความคิดที่ว่าเด็กเหล่านี้เรียนเพื่อให้อ่านออกเขียนได้และอาจจะไม่ได้เป็นเด็กนักล่าฝัน หรือมีความฝันอะไรแบบเด็กๆชนชั้นกลางในเมือง

4.ทีนี้การที่ครูหนุ่ยเมนชั่นเด็กห้าสิบคนมันสำคัญมาก เพราะการจัดการศึกษาในเมืองในชั้นเรียนแบบคอนเวนชั่น มันต่างจากโรงเรียนเรือนแพที่ดูจะเป็นโฮมสคูลมากกว่า โรงเรียนจริงๆ ปัญหาความย้อนอย้งลักลั่นคือ ในขณะที่ครุแอนสอนวิชาพื้นฐาน เด็กๆยังต้องการการรับรองการศึกษาจากรัฐ ด้วยการไปสอบในเมือง ทีนี้ถ้าครูแอนต้องการให้เด็กล่าฝัน ครูแอนคงเข้าใจได้ไม่ยากว่าการเรียนการสอนแบบครูแอนไม่มีทางเพียงพอ เทียบเท่า หรือแข่งขันกับเด็กในเมืองได้ มันไม่ผิดที่ครุแอนจะสนใจโฮมสคูล แต่การไม่เข้าใจปัจจัย หรือกรอบการมองการศึกษาของครูหนุ่ย ทำให้ประเดด็นความลักลั่นด้านการศึกษาถูกปัดตกไปเป็นว่า ครูหนุ่ยช่างเป็นตัวแทนของคนทุนนิยมในเมืองที่ไม่เข้าใจความงามของการศึกษาแบบใกล้ชิดในโรงเรียนทุรกันดารเอาเสียเลย ที่สพฐ.ไม่ยุบโรงเรียนครูแอน เป็นเพราะเรื่องการเิดนทาง ที่เด็กเข้ามาเรียนในเมืองไม่ได้ และการให้การศึกษาเพื่อเพียงขึ้นพื้นฐาน เพื่อที่จะะให้ อ่านออกเขียนได้ไม่ถูกโกง (ในความปมายแบบตรงไปตรงมา) อย่างที่ครูสองว่านั่นแหละ

5.พอหนังเลือกเข้าข้างครูแอน ในซีนนี้ ทุกสิ่งจึงเลวร้ายลงและย้อนกลับไปทำลายความลักลั่นไดๆที่น่าสนใจมากพอจะทำให้เป็นหนังที่มากกว่าพาฝัน แถมยังดีดตัวเองกลับไปสู่จุดที่เป็นเพียงนำประเด็นนี้มารับใช้อาการพาฝันอีกต่างหาก การเลือกจบแบบที่ทำให้หนังพาฝันที่มีศักยภาพพอจะลึกลงไปได้หน่อยกลับไปอยุ่ที่ระดับผิวของความพาฝันได้เป็นสิ่งที่เหมาะเจาะงดงงามและน่าเสียดายจริงๆ

6.เพราะมันกลายเป็นว่าเด็กๆ โรงเรียนเรือนแพเป็นเพียงยูโทเปียของครูแอน เป็นโลกที่ไม่ต้องมีครูคนอื่นมาประเมินการเรียนการสอน ไม่มีเด็กห้าสิบคนในชั้น เด็กๆเป็นเพียงตัวประกอบในความฝันอันมลังเมืองของครูแอนแสนดี เราไม่จำเป็นต้องการโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน แค่มีครูที่ดีก็พอ เพราะเด็กๆต้องการการอ่านออกเขียนได้ เอ๊ะ แต่เธอต้องมีความฝันอะไรด้วยหรือเปล่า ในโรงเรียของครูแอนยิ่งเด็กแพสสีฟเท่าไรจึงยิ่งดีเท่านั้น เพราะมันทำให้ความฝันของครูแอนในการเรียนรการสอนแบบโฮมสคูลเจิดจรัส โดยปัดเอาปัญหาการที่เด็กไม่เข้าถึงทรัพยากรที่ควรได้รับ หรือการเรียนการสอนแบบหนึ่งไม่ด้เวิร์คกับโรงเรียนทุกแบบ โลกของผู้ชมถูกขีดขั้นไว้ตรงโรงเรียนเรือนแพเพื่อที่จะได้มีความสุขกับครูที่ดีนักเรียนที่ดีในโรงเรียนทุรกันดาร ไม่ใช่ครูที่ดิ้นรน นักเรียนที่ดิ้นนในโรงเรียนที่ดิ้นรน ปัจจัยที่แตกต่างกันที่หนังมีแววจะพาเราไปสำรวจโดนทำลายลงเพราะครูหนุ่ยเป็นตัวละครโลเลอ่อนไหว ไม่เข้าใจครูแอน ก็ถูกแล้ว กลับไปอยุ่ในโลกของโรงเรียนเรือนแพก็ดุเหมาะสมกันดี

7.ตัวละครที่ดีที่สุดในหนังเลยเป็นครูสอง ที่หนังพูดในทนองว่าเขาเป็นนักเรียนโรงเรียนพละที่ไม่ได้ฉลาดหลักแหลม เป้นคนคนเพิ่งเรียนจบที่ไมรู้จะทำอะไรดี และเป็นเพียงครูผู้ช่วยไร้อนาคต ตัวละครครูสองอาจจะเป็นคนที่เติบโตมาคล้ายๆนักเรียนในโรงเรียนนี้ด้วยซ้ำ และความไม่ค่อยฉลาดของครูสองทำให้เขามุ่งมั่นพอจะสอนหนังสือแล้วไปเรียนต่อเมื่อรู้ว่าสอนไม่ไหว อาจจะเป็นตัวละครที่realistic ที่สุดของหนังแล้ว ส่วนอีครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนม่อนฟ้านั้นไม่ต้องพูดถึง เรามาจับมันกดหัวในสระน้ำกันดีกว่าค่ะ

8.ย้อนไปหน่อย ที่น่าสนใจมากๆๆๆๆๆ คือการที่โรวเรียนเป็นยูโทเปียจริงๆ สิ่งที่รองรับเรื่องนี้คือการที่นักเรียนในโรงเรียนนี้ซึ่ง ห่างไกล ทุรกันดาร ชนบทภาคเหนือ สามารถพูดไทยกลางกับครูได้อย่างไม่ขัดเขิน นี่ไม่ใช่แค่ยูโทเปียของครุแอน แต่เป็นยูโทเปียของการศึกษาไทยด้วย (ที่ดีคือครูสองเมื่อหลุดจากรั้วโรงเรียนเขาพูดเหนือกับตัวละครอื่นๆ)

9.ถึงที่สุด หนังเรื่องนี้ไม่ได้เลวร้าย มันเกือบจะไปได้สวย แต่ดันเลือกเลี้ยวยูเทิ์รนหักศอกกลับมาเป็นตัวของตัวเอง และตัวของตัวเองของหนังทำให้หนังก็เป็นได้เท่าที่หนังเป็น เป็นความพาฝันอันง่อยเปลี้ยเสียขาอีกครั้งของคนชั้นกลาง ที่แม้พลอยจะให้การแสดงที่งดงามอย่างไรก็ช่วยหนังไว้ไมได้ (ปล. เราโอเคกับบี้นะ เพราะเราคิดว่าบทของบี้เป็นคนที่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s