A Touch of Sin (2013, Jia Zhangke, CHN)เมืองบาป

Image

1. กรณีที่1 หนุ่มใหญ่ในหมู่บ้านควงปืนลูกซองไล่ยิงพวกนักบัญชี ผู้ใหญ่บ้านและนักธุรกิจตายหมู่ -ว่ากันว่าผู้ใหญ่บ้านเซ็นขายสัมปทานให้นักธุรกิจจนตัวเองร่ำรวย พร้อมให้สัญญาจะเอาเงินมาแบ่งชาวบ้านแต่ไม่เคยได้ เหมืองก็รวยเอาๆ พอไปถามก็โดนซ้อม นักธุรกิจก็ไม่ใช่ใครเ็นเพื่อนร่วมชั้นเก่าเขานั่นเอง

2. กรณีที่2 โจรใจบาปปล้นสาวเพิ่องอกจากธนาคาร ยิงแสกหน้ากลางวันแท้ๆ -ไอ้หนุ่มเพิ่งกลับจากบ้านเกิด เขาไปเยี่ยมคารวะวันแซยิดแม่ เขามีเมียกับลูกในหมู่บ้าน มีพี่ชายคอยดูแลแม่เขาส่งเงินกลับบ้านคราวละมากๆ เจาไม่ค่อยได้เลี้ยงดูลูก เขาคิดว่าทั้งหมดมันน่าเบื่อยังกะอะไรดี เขาผูกตัวเองเข้ากับการประกอบอาชญากรรมแล้วนี่นา

3.กรณีที่ 3 หมอนวดสาวเชือดโหดลูกค้าด้วยมีดปอกผลไม้ กระซวกไส้แตก – อันที่จรืงเธอเป้นพนักงานต้อนรับ และเป็นเมียน้อย เกิ่งโดนเมียหลวงพาคนมาดักตบ แม่เธอทำงานเป้นแม่ครัวในที่ก่อสร้างสนามบิน ที่วันดีคืนดีก็โดนคนมาตั้งด่านไถตังคืรถขนคนงานไถเอากับพวกคนงานนี่แหละ ชีวิตเธอน่าเบื่อหน่ายเธอถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหมอนวดและโดนหยามหมิ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในชีวิตซวยๆของเธอ

4.หนุ่มโรงงานช้ำรักจากกะหรี่ แค้นใจแม่ไม่ฝห้ตังค์ใช้โดดตึกบ้านพักดับอนาถ -เขาเป็นเด็กบ้านนอก เข้ามาทำงานในโรงงานแล้วเกิดเรื่องเลยหนีไปเป็นบ๋อยในคลับของคนชั้นสูง เขาตกหลุมรักเพื่อนร่วมงานที่เป็นสาวนางโชวืแล้วยังขายตัวด้วย วันหนึ่งเจ้ากรรมนายเวรตามมาทวงแค้น วันหนึ่งเขาโทรไปขอตังคืแม่แล้วโดนด่า วันหนึ่งเาปลอมเสื้อเพือ่นเข้าไปทำงานในโรงงานที่ดีกว่าโรงงานที่เขาเคยทำ วันหนึ่งเขาก็โดดตึกลงมา

5. สิ่งที่งดงามในหนังเรื่องนี้คือเจี่ยจางเคอะทำหน้าที่เป็นเหมือนเวบ Chinasmack ที่รวมเรื่องมโนสาเร่เหวอแดก เหตุการรืหยำฉามหาโหดแบบจีนนี่ทันจีนจริงๆ เหตุกาณร์รแบบ ตบกันกลางถนน สังหารโหด ขับรถทับ ยิงกันตาย ตกตึกตาย ซึ่งโดยเนื้อแท้ของข่าวเหล่านี้มันถูกออกแบบมาเพื่อขายความตื่นตาตื่นใจ ขายความรู้สึกWTF ว่าพวกมึงทำอย่างนั้นได้อย่างไร การเสพข่าวเหล่านี้อยู่ในสถานะของเรื่องบันเทิงประจำวันที่บังเอิญเกิดขึ้นกับชีวิตของมนุษย์จริงๆ เล่นจริงเจ็บจริง ข่าวพวกนี้ลดทอนความเป้นมนุษย์(หลายครั้งละเมิด)ของคนในข่าวให้เหลือเพียงตัวเหตุการณ์ที่น่าขันน่าตระหนก ทุกอย่างดูไม่น่าเกิดขึ้นได้ ดูไร้สาระที่คนจะฆ่าคนกันอย่างง่ายๆด้วยเรื่องโกรธแค้นโง่ๆ เอ่เข้าจริงๆความไร้สาระคือหัวใจของข่าวเหล่านี้ ยิ่งมันเป็นเรื่องไร้สาระมันยิ่งตื่นตาตื่นใจ คนโง่ๆทำอะไรโง่ ทำไปได้อย่างไรกัน ซวยชิบหาย บ้าไปแล้ว การเสพความรู้สึกขั้นกว่าเหล่านี้คือความบันเทิงที่ถอยผู้คนออกไป เอาเหตุการณ์เขามา ตรรกะเหตุผลจะถูกลดทอนเหลือเป็นเพียงเรื่องพาดหัวข่าวที่ฟังดูย้อนแย้ง ไม่น่าเป็นเหตุผล ไม่น่าเกิดขึ้นได้แจ่ก็เกิดขึ้นแล้ว นี่คือวิธีที่เราอ่านสื่อเหล่านี้ แต่เจี่ย เอาสื่อพวกนี้มาเล่าใหม่ มาขยายผลออกไปอีกเพียงเล็กน่้อย ด้วยการฉายภาพเพิ่มเติมให้เหตุการณืนั้นถอยออกไป แล้วให้ผู้คนเดินเข้ามา เจี่ยเปลี่ยนคำถามจาก อะไร ที่ไหน ไปเป็นอย่างไร แต่เขาไม่พยายามจะถามในระดับทำไม ซึ่งช่องว่างเหล่านี้กลับทำให้หนังงดงามขึ้นไปอีก เพราะเจี่ยจะเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงฆ่าคนอื่น ถึงฆ่าตัวตาย ถึงกลายเป็นอาชญากร มิติขิงมนุษย์เข้ามาลดความตื่นตาตื่นใจของเหตุการณ์ และอธิบายสิ่งที่ไร้สาระให้เป็นสิ่งที่มีสาระ เป็นtrigger ของโครงสร้างสังคมที่กดลงมา

6.แต่สิ่งที่ผลักหนังไปไกลกว่าการเป็นหนังสะท้อนสังคมที่ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาทวงแค้นต่อระบอบอันฉ้อฉลด้วยตนเอง (กล่าวให้ง่ายคือหนังตระกูลเพื่อชีวิต) คือการที่หนังหยุดอยู่กึ่งกลางระหว่าิง อย่างไร กับทำไม ระยะอันห่างเหินของหนังกับตัวละคร ผู้ชมกับตัวละครคือสิ่งที่ทำให้หนังไปไกลกว่าเดิม หนังมอบความโกรธแค้นอึดอัดขัดข้องให้กับผู้ชมผ่านทางฉากเล็กๆ ร่องรอยน้อยๆของการถูกกดขี่ ความเบื่อหน่าย การไร้ทางออก ฉากเล็กๆเหล่านี้ทำให้นึกถึงหนังของ Micahel haneke อย่าง71 Fragments,ที่พูดถึงฉากเล็กเหตุการณ้น้อยที่มาจุดระเบิดในตอนท้าย แต่ ATOS อาจจะไปได้มากกว่านั้นในแง่ที่มันทำให้เราต้องย้อนกลับไปหาต้นทางของหนังในสายนี้คือหนังของ Robert Bresson เอาเข้าจริงทั้งสี่ตอนนั้นละม้ายหนัง Bresson สี่เรื่องด้วยซ้ำ ตอนแรกชวนให้นึกถึง L’Argent ที่ว่าด้วยความชั่วร้ายของเงิน เรื่องที่สองชวนให้นึกถึง Pickopocket โจรล้วงกระเป๋าที่หมกมุ่นกับการล้วงกระเป๋ามากกว่ากาเป็นอาชญากรมากกว่าชีวิต เรื่องที่สามทำให้นึกถึงชีวิตบัดซบของเด็ฏสาวในMouchette และเรื่องสุดท้ายชวนให้คิดถึงA Man Escaped ผู้ชายที่หาทางออกจากคุกตลอดเวลาจนไม่แน่ใจว่าอยากออกจากคุกหรืออยากหาทางออกไปเรื่อยๆ

7. อย่างไรก็ดี ใน ATOS เราจะไม่เห็นระบบของการกดขี่ ไม่เห็นตัวการกดขี่อย่างจริงจังด้วยซ้ำ หนังไม่พาเรากลับไปหาปูมหลังของตัวละครแต่ละตัวเพื่อเพิ่มความหนักแน่นเชิงดราม่าให้กับจุดระเบิดทั้งหลาย แต่หนังปล่อยให้เราสังเกตความระอุของตัวละคก่อนเหตุการณ์บังเกิดฉากเล็กฉากน้อยที่ตัวละครอาจจะทำหรือไม่ทำอะไร ฉากการไปเยี่ยทเพื่อนสาวที่บอกเขาว่าควรจะหาเมียมากกว่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน หรือการที่หญิงสาวไปหาแม่ที่ทำงานไม่แน่นอนแล้วกลับมาโดนเมียหลวงดักตบ ฉากการที่ชายหนุ่มยืนดูคนในหมู่บ้านทะเลาะดันอย่างไร้สาระ หรือเด็กหนุ่มปลอมไปทำงานแล้วพบว่าถ้าทำงานดีจะได้ไปไต้หวัน ฉากพวกนี้อาจจะหรืออาจจะไม่เกียวกับการกดขี่หลักๆของหนังกได้ แต่มันโถมลงใส่ตัวละครจนทำให้เขาหรือเธอพังทลายและไปหาทางออกจากเรื่องเล็กๆน้อยๆที่บังเอิญเกิดขึ้นพอดี ระยะไกลหนังให้เราจ้องมอง แต่ไม่ให้มีส่วนร่วมกับตัวละคร การบอกไม่หมด การให้เห็นเพียงเล็กน้อยแล้วตีความมาก คือวิธีการแบบเดียวกับการยืระยะ เห็นคนเป็นแบบจำลองของความจริงในหนังของRobertBresson

8.แต่เหมือนเจี่ยจะอ้างถึงการทำหนังกำลังภายใน จริงๆเราก็บอกได้ว่านี่คือหนังกำลังภายในร่วมสมัย เพราะจอมยุทธในสมัยนั้นคงเป็นได้แค่คนงานเหมือง สาวร้านนวด หรือเด็กโรงงาน หรือนักเลงหัวไม้นั่นแหละ สภาวะถูกกดขี่แล้วลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยวิทยายุทธที่มีในภาวะร่วมสมัยก็คือปืนหรือมีด หรือลมปราณ(ของตัวเอง) จริงๆตัวละคร Zhao Tao นี่แทยจะถอดแบบผมเผ้า มีดมเิดอะไรมาจาก นางเอกใน A Touch of Zen ของ King Hu แต่ ATOZ จบที่การเป็นหนังโปรพุทธ แต่ ATOS ไม่โปรเซ้นและไม่โปรอะไรนอกจากถามว่า รู้หรือยังว่ามึงทุกคนมันเป็นคนบาป เป็นการคารวะที่สร้างdialogue ที่เจ็บแสบมากๆ (และอย่างน้อนสองในสี่ครั้งที่หนังกำลังภายในมาปรากฏกายในรูปงิ้วในหนัง)

9.นี่อาจไม่ใช่หนังที่เราชอบที่สุดของเจี่ย แต่ยอมรับว่ายิ่งแก่เขายิ่งคม แล้วก็ทำหนังประนีประนอมมากขึ้นคือดูง่ายขึ้นทักษะดีขึ้นนั่นแหละ และโดยไม่ต้องสงสัย ติดทอปปียี้แน่ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s