Museum Hours (2013, Jem Cohen,US) สิ่งละอันพันละน้อยซึ่งเรื่อเรือง

 

museum1

มันคือเรื่องของชายคนหนึ่งที่เป็นยามเฝ่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะในเวียนนา ในวัยหนุ่มเขาเคยเป็นผุ้จัดการวงดนตรีร๊อค เคยเป็นช่างไม้ และตอนนี้เขามีเวลาเหลือเฟือกับความเงียบของเขา ยามว่างเขาจะเดินดูรูปในพิพิธภัณฑ์ มองดูสิ่งละอันพันละน้อยในรูปเขียนต่างซึ่งมีอะไรให้มองไม่รู้เยื่อราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อน ในทั้งหมดทั้งมวลห้องที่เขาชอบที่สุดคือห้องของเบอร์เกิ้ล จิตรกรที่นิยมวาดภาพชีวิตชาวนา ภาพอันยิบย่อยของเบอร์เกิ้ลมีอะไรใหม่ๆให้เขามองได้เสมอๆและเขาใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆในนั้น

กระทั่งกหญิงสาวคนหนึ่งผ่านมา เธอได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลให้มาเยี่ยมญาติของเธอที่นอนโคม่าอยู่ เพราะเธอเป็นญาติคนเดียวที่ไม่เคยย้ายที่อยู่จากเมืองมอนทรีออลเลยตลอดสิบห้าปี เธอเดินทางมาเวียนนาโดยไม่เคยรู้จักอะไรที่นี่ เธอหลงเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ เธอถามทางเขาไปโรงพยาบาล เธอคุยกับเชา และขอร้องให้เขาช่วยเป็นเพื่อนเธอไปคุยกับหมอ เขาก็ไป พวกเขาค่อยผูกสัมพันธ์กัน จ้องมองรูปภาพในพิพิธภัณฑ์ด้วยกันเป็นเวลานานๆ เขาพาเธอไปเดินดูเมือง ไปเล่าเรื่องภาพเขียนให้ลูกพี่ลุกน้องของเธอที่นอนโคม่าอยู่ฟัง ไปกินกาแฟกัน พูดคุยถึงชีวิตที่ผ่านหน้าเขาและเธอไปแล้ว พูดถึงศิลปะ เมือง คุยกันเงียบๆเท่าที่คนแปลกหน้าจะคุยกันได้

มันเป็นหนังที่ประกอบขึ้นจากสิ่งละอันพันละน้อย มีแต่สิ่งละอันันละน้อยเต็มไปหมดในหนังเรื่องนี้ เมื่อหนังถ่ายเมือง เราก็ได้เห็นภาพของสิ่งต่างๆที่แทบไม่มีความหมายในตัวมันเอง หิมะ รูปปั้น ถนน ตลาดนัด ฝน เด็กเล่นสเกต คนเดินไปตามท้องถนน เสาไฟ ต้นไม้ฤดูหนาว สรรพสิ่งแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนภาพเขียนของเบอร์เกิ้ล เมื่อหนังพูดถึงเส้นเรื่องหลัก มันก็เบายาง ซื่อและเรียบง่าย ไม่มีการกัฒนาให้เป้นความสัมพันธ์โรแมนติค มันคือคนแก่สองคนที่แปลกหน้าต่อกัน นั่งคุยกัน คนหนึ่งเป็นคนในพื้นที่อีกคนเป้นนักท่องเที่ยว เวียนนาฆดูหนาวไม่ใช่เมืองที่ถูกถ่ายออกมาอย่างงดงาม มันถูกถ่ายออกมาอย่างซึมเศร้า หนาวเย็น แต่มันงดงาม เพราะมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้ยของชีวิตที่ถูกถ่ายออกมา บทสนทนาของเขากัยเธอไม่มีอะไรำคัญ เขาคุยกันแบบที่มนุษย์สองคนคุยกัน เสียงซึ่งแทรกสอดลงในภาของเมือง ความไม่สลักสำคัญที่ค่อยๆคลี่ความงามของมันเชื่องช้า ในฝน ในแสง ในสิ่งเล็กๆที่ซ่อนตรงนั้นตรงนี้

บทสนทนาเกี่ยวกับศิลปะของทั้งสองคนเป็นสิ่งที่งดงามมากๆ เพราะหนังเขียนให้มนุษย์สามัญสองคนพูดคุยเรื่องศิลปะกัน พวกเขาเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ศิลปิน ไม่ใช่นักวิจารร์ศิลปะ พวกเขาเพียงแต่หลงไหลมัน บทสนทนาของพวกเขาจึงเป็นบทสนทนาที่น่ารักน่าใคร่ เต็มไปด้วยข้อสังเกตที่น่ารักของคนสามัญที่ใส่ใจในรายละเอียด ฉากหนึ่งพวกเขาจ้องมอง ดอกไม้ หนังสือบิดงอ เด็กเล็กๆ ใบหน้าของสุนัข หรือความรู้สึกของคนในภาพ ด้วยภาษาสามัญ หนังคือสิ่งนี้คือภาพรายละเอียดที่ซื่อง่าย ของงานศิลปะ มันคือสิ่งละอันพันละน้อยที่งามอยู่ในตัวของมันเองอย่างแสนสามัญ

แต่หนังก็ไปไกลกว่านั้น ในฉากหนึ่งซึ่งดงามมากๆ คือจู่ๆหนังก้ทำให้ผู้คนที่มาดูงานในพิพิธภัณฑืกลายเป็นคนในภาพขึ้นมา ด้วยการที่จู่ๆพวกเขาก็พากันเดินเปลือยเลป่าจ้องมองงานด้วยแสงแบบในภาพเขียนของเรมแบรนท์ จู่ๆผู้ชมศิลปะกลายเป็นงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์เสียเองเป็นซีนเล็กๆที่มหัศจรรย์มากๆ

แต่ยังเหนือไปกว่านั้นเมื่อในฉากหนึ่งหนังปล่อยให้ผู้ชมได้ทัวร์ศิลปะจริงๆด้วยการติดตามไกด์ภัณฑารักษ์ที่พาผู้ชมงานศิลปะไปในห้องของเบอร์เกิ้ลแล้วบรรยายรูปของเบอร์เกิ้ลอย่างงดงาม ภาพเซนต์ฟรานซิสที่มีเด็กสวมหมวกใหญ่เกินพอดี หรือภาพหอคอยบาเบลที่มีคนนั่งขี้อยู่ในภาพ เราได้ฟังคำอธิบายที่กระชับงดงาม และสวยแบบมืออาชีพ ในโมงยามนั้น เราค่อยๆกลายเป็นคนที่เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์เองบ้าง

ในอีกซีนหนึ่งช่วงท้ายจู่ๆหนังก็ไปจ้องมองภาพเล็กๆที่เป็นภาพของชาวเมืองเอง ภาพของตึกที่มีรถติดสวนทางกัยภาพหญิงชราที่เดินเดียวดายเขึ้นเนินไป ภาพทางเดินที่มีผู้คนค่อยๆเดินหายลับไป หรือภาพตึกตอนหิมะตกที่มีชายคนหนึ่งยืนทอดอารมณ์อยู่บนระเบียง หนังค่อยๆอธิบายภาพเหล่านี้ด้วยอารมณ์เดียวกับการบรรยายภาพเขียนของภัณฑารักษ์ในนาทีเมืองกลายเป็นภาพเขียน ภาพเขียนกลายเป็นเมือง หนังกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยภาพเขียนของสิ่งละอันพันละน้อยชื่อชีวิต
แต่ซีนที่งดงามที่สุดคือซีนเล็กที่หนังถ่ายภาพตลาดนัดที่ชาวเมืองออกมาขายของมือสอง หนังสือเก่าเสื้อผ้าเก่ารองเท้าเก่า หนังซ้อนภาพของเมืองนี้เข้ากับเสียงบรรยายภาพของเบอร์เกิ้ลในพิพธภัณฑ์ราวกับว่าในที่สุดภาพเขียนก็ได้มีชีวิตข้ามเวลามาจนถึงยุดสมุยปัจจุบัน ภาพของตลาดนัดกลายเป็นภาพเขียนของชีวิตคนชั้นล่างในสมัยปัจจุบันที่แสนสวยสดงดงาม

นี่คือหนังที่ซื่อง่าย สงบแล้วยังเต็มไปด้วยความซับซ้อนของการเหลื่อมศิลปะเข้ากับชีวิตอย่างอ่อนหวานงดงาม ในขณะเดียวกันเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครหลัก หนังสามารถทำให้ผู้คนสะเทือนใจด้วยเสียงของไม่แขวนเสื้อในโรงแรมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น งดงามมากๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s