TOP FIFTEEN HORROR FILMS(ICK)2013

 

sightseers_horror

1.SIGHTSEERS (BENWHEATLY/2012/UK)

2.THE CONJURING(JAMES WAN/2013/US)

+ INSIDIOUSCHAPTER 2 (JAMES WAN/2013/US)

3.BYZANTIUM (NEIL JORDAN/2013/UK+US+IRELAND)

+ MIDNIGHT SON(SCOTT LEBERECHT/2011/US)

4.DARK TOUCH (MARINA de VAN/2012/IRELAND+FR)

+ CELIA (ANNTURNER/1989/AUSTRALIA)

5. ANTIVIRAL (BRANDONCRONENBERG /2012/CANADA)

6.รำลึกเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2549 (พงศกร ฤดีกุลรังสี)

7. GOD TOLD ME TO(LARRY CHOEN/1976/US)

+ SAFE HAVEN(GARETH EVANS + TIMO TJAJHANTO)

8. THE ROAD (YAMLARANAS/2012/PHILIPPINES)

+ TEXAS CHAINSAW 3D ( JOHNLUESSENHOP/2013/US)

9. MODUS ANOMALI(JOKO ANWAR /2012/INDONESIA)

+ THE COLLECTOR(MURCUS DUNSTAN/2009/US)

+ THE COLLECTION(MARCUS DUNSTAN/2012/US)

10. LOVE MASSACRE(PATRICK TAM/1981/HK)

+THE CALL ( BRADANDERSON/2013/US)

11. อวสานโลกสวย (ปัญญ์ หอมชื่น อรอุษา ดอนไสว  /2013/ไทย)

+ ไม่มีใครปกติ? (ปาลิดา ดำรงทวีศักดิ์)

12.SEEDING OF AGHOST (CHUAN YANG/1983/HK)

13.ทองสุก 13 (ทวีวัฒน์ วันทา/2013/ไทย)

14.LAST SUMMER ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย (กิตติธัช ตั้งกิจศิริ + สิทธิศิริมงคลศิริ + ษรัณยู จิราลักษม์ /2013 /ไทย)

15.BERBERIAN SOUNDSTUDIO (PETER STRICKLAND/2012/UK)

 

 

 

 

 

 

 

1.SIGHTSEERS (BENWHEATLY/2012/UK)

 

ทริปน้ำผึ้งพระจันทร์แสนหวานของอีเนิร์ดกับไอ้เนิร์ดที่พบว่ารักกันไปฏฆ่ากันไปนี่มันช่างงดงามจริงๆความวิปริตใดๆในหนังมันบาลานซ์อยู่ระหว่างการเป็นหนังตลกหนังโรคจิตและหนังชีวิตบัดซบที่งดงามสุดๆ มันทั้งขำและขนหัวลุกในเวลาเดียวกันคาแรกเตอร์ของสองตัวละครหลักมันงดงามและเข้าใกล้เรามากๆ

 

2.THE CONJURING(JAMES WAN/2013/US) + INSIDIOUS CHAPTER 2 (JAMES WAN/2013/US)

 

สิ่งที่เรารักที่สุดใน Conjuring คือเคมีของเ๊ด และลอเรน วอร์เรน สำหรับเรามันสำคัญกว่าฉากผีหลอกอีกต่างหาก  เพราะมันโรแมนติคมากมันคือเรื่องของนักปราบผีที่เกิดมาคู่กันเหมือนสองจอมยุทธ์ที่เดินทางไปเรื่อยๆฉากที่ทั้งคู่ต้องมีกันและกันจึงจะปราบผีได้มันเป็นฉากที่หวานมากๆสำหรับเราไปไกลกว่านั้นก็แน่นอน บ้านผีสิง ครอบครัวโดนผีหลอกมันบันเทิงมากๆสำหรับเราเป็นหนังผีแบบ old schoolที่มอบอารมณ์เหมือนเรากลับไปเป็นเด็กยุคแปดสิบ

 

ในขณะที่ Insidious มันสนุกบ้าบอมากๆครึ่งหลังของหนังมันเป็นหนังผีแบบยุคแปดสิบมากๆ แล้วการมีโลกหลังความตายกับคุณป้าปราบผีมันพาเราไปหาหนังผีฮ่องกงยุคนั้นมากๆมันเลยกลายเป็นหนังที่เติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายในการดูหนังผียุคใหม่ของเราเอง

 

3.BYZANTIUM(NEIL JORDAN/2013/UK+US+IRELAND)+ MIDNIGHT SON (SCOTT LEBERECHT/2011/US)

 

Byzanthium มันเศร้ามากๆเพราะแม้มันจะเป็นหนังแวมไร์แต่มันพูดถึงคนชายขอบที่พยายามหลบหนีไปเรื่อยๆพยายามจะมีชีวิตที่เล็กน้อยมากๆ แล้วยังถูกตามล่าไปเรื่อยๆ มันทั้งโรแมนติคและงดงามและเศร้าและโหดเหี้ยมถ้ามีแวมไพร์บนโลกจริงๆมันก็เป็นแวมไพร์แบบนี้แหละแวมไพร์วัยรุ่นที่ไม่สามารถจะมีความรักได้และแวมไพร์รุ่นแม่ที่ต้องอยู่ในสงครามชนชั้นชั่วนิรันดร์

 

Midnight Son เล่าเรื่องพระเอกเป็นยามกะกลางคืนที่เป็นโรคแพ้แสงแดดโดนแสงแดดแล้วไหม้วันๆอยู่ในห้องทืด เฝ้าวาดรูปพระอาทิตย์ยามเย็นวันแล้ววันเล่านางเอกเป็นสาวขี้ยาขายลูกอมที่พระเอกไปพบตอนไปผับ คุยกันแล้วถูกคอเลยชวนมาบ้านในวันต่อมากำลังจะได้กันนางเอกพี้ยาเยอะไปหน่อยเลยเลือดกำเดาไหลไปโดนพระเอกตอนจูบกันพระเอกโดนเลือดมนุษย์จริงๆจังๆครั้งแรก (ปกติจะต้องไปขอเลือดตามร้านขายเนื้อ) ก็เลยเริ่มเป็นผีดูดเลือดมากขึ้นแต่ไม่ยอมหาเลือดมนุษย์มากิน เที่ยวไปหาตามขยะในโรงพยาบาลไปเจอบุรุษพยาบาลที่ขายเลือด แล้วเหตุการณ์มันก็ยุ่งๆไปเรื่อยๆจบลงอย่างประหลาดพิลึก เป็นความงามที่เลือดสาด ดี

 

หนังคว้างเหงา และพระเอกเป็นผีดูดเลือดที่ไม่มีพลังอะไรทั้งสิ้นเป็นเหมือนพวกสัตว์อ่อนแอกินเลือดมากกว่าแวมไพร์ด้วยซ้ำ ต้องอยู่หลบๆซ่อนๆ แล้วควบคุมตัวเองอย่างหนัก นางเอกก็เป็นสาวขี้ยามันเลยเป็นเรื่องรักของคนชำรุดที่จบสวยกว่าความเศร้า

 

 

4.DARK TOUCH (MARINA de VAN/2012/IRELAND+FR)+ CELIA (ANN TURNER/1989/AUSTRALIA)

 

Dark Touchพูดเรื่องChild abuse แต่มันไม่ใช่หนังประเภท เด็กตกเป็นเหยื่อตอนแรกมันเป็นเหมือนแครี่ แต่มันก็ค่อยดึงคนดูลงไปลึกกว่านั้นการปิดกั้นของนีฟมันไปไกลและรุนแรงมากขนาดว่าเธิไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของเธอได้อีกแล้วและเธอก็ควบคุมพลังของเธอไม่ได้ มันเป็นแรงแค้นแบบที่ทุกคนต้องตายถ้าเข้าใกล้แล้วเธอก็ไม่แยแสสนใจจะควบคุมด้วย เธอพยายามแล้วจะหลบหนีไปให้ไกลแต่ทุกคนไอ้พวกคนดีๆ ไอ้พวกขวาอนุรักษษ์นิยมไม่ยอมให้เธออยู่อขงเธอเงียบๆพวกคนแสนดีจะเอาะอกลับเข้าสังคม จะทำให้เธอเป็นคนปกติซึ่งเธอไม่ได้เป็นผลก็คือพวกเขาต้องรับกรรมกับความพยายามโง่ๆของพวกเขาเองหนังไม่ได้มองเด็กเป็นผ้าขาวอะไรเลย ฉาหนึ่งที่แรงมากคือนีฟโดนบังคับไปงานวันเกิดทุกคนเล่นตุ๊กตา แล้วเธอก็ต้องเล่นด้วยพ่อแม่ๆปิดประตูพวกเด็กก็เริ่มทารุณกรรมตุ๊กตาของตัวเองอย่างบ้าคลั่งแล้วก็เริ่มทำลายคนที่ไม่ชอบขี้หน้า เด็ฏในเรื่องคือสัตว์เล็กชั่วร้ายที่ระยำมากนีฟก็เลยเผาตุ๊กตาทุกตัวต่อหน้าเด็กเปรตพวกนั้นไปไกลกว่านั้นฉากท้ายๆของหนังเธอล้างแค้น เด็กและระบบการศึกษาได้อย่างรุนแรงที่สุด

 

แต่ศัตรูที่แท้ของนีฟคือความเป้นครอบครัวนั่นแหละในฉากแรกเธอพยายามจะหนีจากครอบครัวแต่พ่อแม่มาลากเธอกลับไป พวกเขาทำร้ายเธอแต่ไม่มีใครสนใจเพราะเป็นเรื่องภายในศัตรูที่แท้คือครอบครัวแสนดีตอแหลที่ต้องทำลายล้างฉากไคลแมกซ์ของหนังจึงรุนแรงสุดขีดของที่สุดเมื่อนีฟใช้พลังของเธอในการเปลี่ยนบทบาทของพวกพ่อแม่ให้ตกอยู่ใต้บังคับของลูกดูบ้างการเปลี่ยนปบทบาทแบบนี้ทำให้เห็นอำนาจนิยมในรูปความหวังดีที่พอ่แม่ยัดใส่ลูกทำให้กลัวขู่ให้หงอปลอบด้วยรัก ฝึกให้มีวินัยฉากกลับด้านบทบาทนี้รุนแรงมากและมีเป้าหมายทิ่มแทงสถาบันครอบครัวอย่างถึงรากในฐานะหน่วย่อยที่สุดของระบบอำนาจนิยม

Celia เป็นหนังเด็กเปรตเห็นผีที่สะท้อนภัยคอมมิวนิสต์ในอออสเตรเลียได้แนบเนียนหนักแน่น และร้ายกาจมากๆ เริ่มจากผีในการ์ตูน ยายคอมมิวนิสต์ นโยบาย rabbit Proof Fenceเราได้เห็นารกลายเป็นปีศาจของเด็กผ่านภาพของหนังสยองขวัญที่คมคายมากๆ

 

 

5. ANTIVIRAL (BRANDONCRONENBERG /2012/CANADA)

 

พลอตมันมีอยู่ว่า ในอนาคตอันใกล้บริษัทยักษ์ใหญ่จะทำสัญญากับเซเลบในการขาย เชื่อโรคจากร่างของเขาและเธอเช่นเชื้อเริม เชื้อหวัด ถ้าคุณอยากชิดใกล้ดารามาที่บริษัทเราฉีดเชื้อเริมจากปากเธอสิ ฉีดข้างซ้าย เพราะเธอติดเริมข้างขวาเวลาเธอจูบคุณเริมจะติดอยู่ปากซ้ายของคุณ  พระเอกเป็นเซลล์ขายเชื้อโรคพวกนี้แต่ตัวเขาเองก็เแอบเอาเชื้อไปขายในตลาดมืดบริษัทจะควบคุมการเกิดโรคหรือการทำซ้ำไวรัส ไม่ให้มันติดไปหาคนอื่นได้อีกไวรัสจากดาราเป็นของคุณคนเดียวคนอื่นจะมาติดโรคดาราจากคุณไม่ได้พระเอกเอาเชื้อฉีดเข้าตัวแล้วเอาไปขายในตลาดมืด พวกร้านขายเนื้อที่เพาะจากตัวดาราเขาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อดาราไว้ขายคุณเลย ใกล้ชิดพอไหม ปลูกถ่ายผิวหนังก็ได้เอาหนังดารามาแปะในตัวคุณ เวลาเหงาเศร้าก็ลูบผิวดาราบนท้องแขนคุณเอง

 

วิปริตเหรอ ประเด็นคือ คุณเคยอยากได้ เสื้อใส่แล้วกางเกงในใช้แล้ว ของดาราไหม คุณเคยอยากใกล้ชิดร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆกับดาราคนโปรดของคุณหรือเปล่ามันก็เหมือนกันแหละ แต่คราวชิดใกล้ชนิดร่วมประสปการณ์ หวัดนก ท้องเสีย ผื่นรูทวารหรือจิ๋มอักเสบกันได้อย่างง่ายได้ในคลินิกงามหรูเลยทีเดียว

 

6.รำลึกเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2549 (พงศกร ฤดีกุลรังสี)

 

หนังว่าด้วยการหายตัวไปของนักศึกษาหนังนอร์เวย์ที่มาเข้าพักโรงแรมในกาฬสินธุ์หนังอ้างตัวว่าเป็นฟุตเตจจากสิ่งที่ถูกถ่ายไว้ในคืนก่อนเกิดเหตุหนังมีเพียงภาพของโต๊ะรับแขก ห้องน้ำ เตียง พื้น รองเท้าผ้าม่านภาพนิ่งแทบไม่มีความเคลื่อนไหว เงียบสนิทตัดจากภาพหนึ่งไปภาพหนึ่งแต่เมื่อตัดกลับมา เฟร์นิเจอร์ก็ล้มระเนระนาดผ้าม่านพะเยิบไหว ภาพที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยเว้นแต่ช่วงท้ายที่กล้องขยับขึ้นลงอย่างน่าหวาดหวั่นด้วยภาพเหล่านี้เราสัมผัสได้ว่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นและมองหามันในทุกภาพที่ปรากฏหนังทำตัวเป็นfound footage ที่แผ่รังสีชั่วร้ายใส่ผู้ชมตลอดเวลาแล้วทำให้เรารู้สึกขนบุกกรูเกรียวในการมองภาพที่ไม่มีอะไรเลยหนังไม่ได้บอกว่าอะไรเกิดขึ้นในทางหนึ่งมันทำตัวเป็นตำนานเรื่องเล่าแบบปากต่อปาก urban legend ที่ไม่มีหลักฐานไม่ใช่การจำลองเหตุการณืเป็นร่องรอยของความสยองขวัญที่ความไม่มีเหตุการณ์สร้างเหตุการณืขึ้นมันเป็นหนังสยองขวัญที่น่ากลัวมากเพราะต่อหน้าการยักย้ายถ่ายเทของเฟอร์นิเจอร์คนดูสร้างเหตุการณ์ในหัวไปแล้วเรียบร้อย

 

7. GOD TOLD ME TO(LARRY CHOEN/1976/US)+ SAFE HAVEN (GARETH EVANS + TIMO TJAJHANTO)

 

เรื่องแรกว่าด้วยตำรวจืบคดีคนร้ายปีนตึกไปไล่ยิงคนไม่รู้จักตามถนน หรือคนที่จู่ๆลุกขึ้นมาฆ่าคนใกล้ชิดทุกคนพูดคำเดียวว่า พระเจ้าบอกให้ทำ สืบไปสืบมาพบว่าเกี่ยวข้องกับลัทธิลึกลับและหนุ่ผมทองคนหนึ่ง เขาในฐานะคนที่เชื่อในพระเจ้าต้องจับให้ได้ถ้าไม่บังเอิญว่าจริงๆเขากับหนุ่มผมทงอเชื่อมกันด้วยการเป็นเด็กที่เกิดจากแม่ที่เป็นสาวบริสุทธิ์และถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปหนังเหวอ บ้า สนุก และสุดทางมากๆ ในตอนท้ายเราได้ห็นจิ๋มบนจอและจิ๋มยักษ์บนร่างของบุตรพระเจ้า หนังสยองขวัญยุคเจ็ดสิบเขาไปกันไกลขนาดนี้

 

Safe Haven เป็นตอนหนึ่งของ VHS2 ว่าด้วยการไปตายในโรงเรียนลัทธิลึกลับ หนังประหลาดพิศวงและบ้าเลือดมากๆ ช่วงท้ายมันยมีแต่การไล่ฆ่าจนกลายเป็นหนังวิปริตมากๆๆๆ หลอนมากๆ

 

 

8. THE ROAD (YAMLARANAS/2012/PHILIPPINES)+ TEXASCHAINSAW 3D ( JOHN LUESSENHOP/2013/US)

 

 

The Road เป็นหนังสยองขวัญเริ่มจากถนนผีสิงซึ่งลึกลับประหลาดและน่ากลัวมาก ก่อนจะคลี่ขยายไปยัง ประวัติศาสตร์ของปีศาจที่ย้อนเวลามทีละสิบปีจนได้เป็นหนังสยองขวัญสามแบบที่ประหลาดและมีมู้ดโทนแบบเซาทธ์อีสท์ที่น่าสนใจมากแม้หนังจะสูญเสียความลึกลับไปทีละนิดเมื่อมันคลี่คลายตัวเองแต่มันก็ยังน่าสนใจมากๆอยู่ดี

 

Texas Chainaw 3Dรีเมคและย้อนรอย ปวศ.ต้นฉบับได้อย่างน่าทึ่งเราสมมติไปเลยก็ได้ ว่า คนที่ตายในหกตุลาเป็นญวนเป็นแกวคนที่ตายในกรือเซะตากใบเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นแบบตระกูล SAWYER ในเรื่องนี้ คำถามที่เราถามไม่ใช่ว่าเขาสมควรตายไหมแต่เขาตายอย่างไร และในเมื่อความตายของเขาเป็นการฆ่าด้วยความสะใจเพื่อตอบสนองฮิสทีเรียทางศีลธรรมโดยไม่มีหลักกฏหมายก็อย่าแปลกใจที่ลูกหลานของคนตายจะกลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปจริงๆ

 

หนังย้อนซ้อนกลฉากในโรงฆ่าสัตว์ช่วงท้ายด้วยการทำหน้าที่เป็นเหมือนการรีเมคTCM แต่เปลี่ยนข้างคนทำเป็นแกงค์ชาวบ้านแทนจะเป็นฆาตกรโหดการเปิดโปงปวศ.ในอดีตของมัน ทำให้เห็นถึงแผลมืดของหนังสยองขวัญในฐานะเครื่องมือปลดปล่อยแฟนตาซีจากการถูกคุกคามของคนชั้นกลางในสมัยหนึ่งที่ไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงดีพวกขี้ยา พวกโรคจิต พวกตุ๋ยเด็ก ตายซะในศาลเตี้ยที่เรามีอำนาจเพราะเราตกเป็นเหยื่อ

การที่หนังสยองขวัญในยุคนี้ซึ่งไม่โดดเด่นเท่า ไม่ดีเท่าแต่หันมาเล่นหนังสยองขวัญรุ่นก่อน ทำให้มันไปไกลกว่าการรีเมคแบบบูชาครูที่เอาเปลือกมาเป็นแก่นแล้วลอกแก่นเดิมทิ้งจนเหลือแค่ความว่างทำให้คุณค่าขนบที่หนังสยองขวัญยึดถือถูกสั่นคลอน(ลองนึกถึง CABIN IN THE WOODS) ได้กลายไปสู่หนังที่หันมาวิพากษ์ตัวบทเสียเองว่าอันที่จริงศาลเตี้ยในหนังไม่ได้เป็นอะไรนอกจากการประกอบอาชญากรรมซ้ำซ้อน แม้ TCM 3D เองจะตกม้าตายตอนจบด้วยการเลือกจบที่ตอกย้ำคุณค่าเดิมแบบพลิกไปพลิกมาการเลือกจบแบบนี้ก็เป็นปารประกอบอาชญากรรมของการเพิกเฉยแบบหนึ่ง (ไม่นับว่ามันไม่เป็นเหตุเป็นผลเป็นไปไม่ได้ในโลกจริง) มันกลายเป็นการพาฝันซ้อนของคนที่ถูกกดทับทวงแค้นด้วยเหมือนกัน

 

9. MODUS ANOMALI(JOKO ANWAR /2012/INDONESIA) + THE COLLECTOR (MURCUS DUNSTAN/2009/US) + THECOLLECTION (MARCUS DUNSTAN/2012/US)

 

หนังทั้งสามเรืองว่าด้วยฆาตกรโรคจิตไล่ฆ่าผู้คนแบบเว่อๆหวอๆ Collectorกับ Collection นั้นโหดดิบระยำหมาแบบเหนือมนุษย์และความฟินคือความโหดที่เป็นจริงไม่ได้เป็นแฟนตาซียังยากเกินไป  โลกแบบที่จินาการเพดานเลื่อยเลื่อนลงมาฆ๋าคนทั้งผับนี่มันเกินเหตุไปมากแต่ยิ่งมันเว่อมันเหนือมนุษยื มัเกินเหตุมันก็ยิ่งมอบโลกประหลาดให้กับเรา

 

ในขณะที่ Modus เป็นหนังเลือดสาดที่เป็นอะไรระหว่างหนังหักมุมกับหนังFunny Games ไม่มีอะไรเหมือนหนังอินโดนีเซียเลยแต่มันมันส์มากสนุกมาก บ้ามาก เลือดสาดมาก

 

10. . LOVEMASSACRE (PATRICK TAM/1981/HK) + THE CALL ( BRAD ANDERSON/2013/US)

 

 

หนุ่มหล่อโรคจิตที่ตอนแรกก็ดูดีตอนหลังเริ่มเป็น stalker ไล่ฆ่าสาวที่เขารักพลอตฟังดูเหมือนหนังเกรดสามฮ่องกงที่ฆ่ากันเลือดสาดและวับๆแวมๆใช่ไหม แต่เดี๋ยวก่อน หนังของPATRICK TAM ที่เป็นหนึ่งในฮ่องกงนิวเวฟเรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยภาพบรรยากาศเวิ้งว้างแปลกแยก ตัวละครถูกจัดวางในเฟรมแบบเป๊ะๆหนังถ่ายภาพราวกับเป็นหนังอันโตนิโอนี่ ที่บีบอัดตัวละครในอากาศเวิ้งว้างทัศนียภาพแปลกตาของบ้านช่องห้องหับในอเมริกา (เข้าใจว่านิวยอร์ค) แต่โครงเรื่องและการตัดต่อกลับทำให้รู้สึกเหมือนหนังดาริโอ อาร์เจนโต ในฉากหนึ่ง ไอวี่ต้องเดินคุยกับฆาตกร เธอแต่งชุดขาวปลอดเขาก็แต่งชุดขาว ผนังตึกเป็นสีน้ำเงินเข้มในยามกลางคืน ถนนสวยแต่ร้างคนจนเหมือนฉากละครเวที ฉากนี้ชวนให้คิดถึงฉากคล้ายๆกันในหนังอาร์เจนโต้อย่างDEEP RED ผิดก็แต่ว่าในหนังหอาณ์เจนโต่้เราต้องหาว่าใครคือถุงมือดำ แต่หนังหนังPATRICK TAM เรารู้อยุ่แล้ว

 

การตัดต่อของหนังก็เท่ไม่หยอก แม้ยี่สิบนาทีสุดท้ายหนังจะเป็นลาบเลือด(ที่ฆ่ากันโหดมากๆ)แต่หนังก็ตัดแบบไม่ให้เห็นฉากจะๆ การโยนภาพไกลใกล้ ซ้ายขวาในหนังทำให้มันเกิดช่องกระตุกที่สุดขีดมากๆ ราวกับฉากในจินตนาการมากกว่าการตัดภาพแบบราวกับยกออกไปห้าวินาทีในแต่ละชอตทำให้เกิดการสับสนงงงวยเรื่องจังหวะและมันพิศวงสุดๆ

 

 

 

สำหรับ The Call ไม่ว่าหนังจะระทึกเพียงใด ให้เอาห้าร้อยคูณจะได้ความระทึกของใบหน้า ฮัลลี่ เบอรี่

ชอบไคลแมกซ์ของเรื่องสุดๆไม่นึกว่าจะยังมีคนบ้ากล้าผลักเรื่องให้ฮัลลี่ เบอรี่ ต้องออกโรงในตอนท้ายอีกความโง่ในตอนท้ายเรื่องทำให้หนังขยับขึ้นไปอยู่ทำเนียบหนังคัลท์แบบโง่ไม่เผื่อเพื่อนมนุษย์ที่ฟินมาก

 

อย่างไรก็ดีความเชยของหนังทำให้มันกลับไปดป็นหนังยุคแปดสิบเก้าสิบที่อุดมความขวา. เชิดชูปัจเจกเหนือระบบทีฉ้อฉลล้มเหลวฟังดูลเบอรัลแต่จริงๆมันขวาเหี้ยๆ. ลองนึกถึงพวก LAST HOUSE ON THE LEFT หรือ I SPIT ON YOUR GRAVE ดู

ฉากฮัลลี่ เบอรี่ยืนแล้วมีธงอเมริกาเป็นพื้นหลังนี่ขวาเหี้ยๆ

 

 

 

 

 

11. อวสานโลกสวย (ปัญญ์ หอมชื่น อรอุษา ดอนไสว  /2013/ไทย) + ไม่มีใครปกติ? (ปาลิดา ดำรงทวีศักดิ์)

 

อวสานโลกสวยว่าด้วยเรื่องของสาวลึกลับที่บุกไปจับเนตไอดอลคนหนึ่งมาขัง ฆ่าแม่ของเธอแล้วทรมานให้เธอรู้ทุกข์ของการเป็นคนดัง ที่ลองเอยอย่างรวดร้าวและบ้าคลั่งเซนส์ของการเลือกจบของหนังดูเหมือนจะคลิเชแต่ที่จริงมันตอกย้ำว่าอีก้อยชนะในเกมนี้

ฟินมาก ไปสุดทางมากนี่คือความงามของการเคี่ยวพลอตและเรื่องอย่างเต็มที่จนแม้การแสดงแบบแข็งๆของหนังก็ยังทำลายลงไม่ได้เสียดายที่มันบอกแรงจูงใจแบบตรงไปตรงมาและบอกหมดเลยจนคนดูไม่ได้ต้องคิดตามแต่รู้สึกว่ามันมีความร้ายกาจใช้ได้ แม้หนังจะขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเซนส์ของความชั่วช้าซึ่งเป็นสิ่งที่บทหรือการแสดงให้ไม่ได้ ต้องมาจากภายในคนทำหรือฉากเล็กฉากน้อยที่ไม่สำคัญ

 

สิ่งที่ชอบสุดๆของหนังเรื่องนี้อีกอย่างคือ bodyของนักแสดงหญิงที่ต้องเป็นเนทไอดอลเป็นนักเรียนหญิงที่เกลียดกัน รู้สึกว่าการเลือกตัวละครที่หน้าตาประมาณนี้คือสวยก็ได้ไม่สวยก็ได้มันไปกันได้ดีกับตัวหนังในขณะที่อีเพื่อนดัดจริตของอีก้อยเป็นหน้าตาสวยสกอยท์ทุกคน

 

 

ไม่มีใครปกติ? (ปาลิดา ดำรงทวีศักดิ์) เป็นหนังหักมุมเฉือนคมเวียร์ดๆว่าด้วยพี่น้องสองศรีที่แม่โดนลุงแฟนใหม่ข่มขืนจนตายคาบ้านน้องชายมาเห็นชอตเด็ดจนเป็นบ้ากลัวจู๋ตัวเองและเริ่มเห็นหุ่นลอเงสื้อเป็นแม่วันหนึ่งพาเพื่อนมาตัดเสื้อเพื่อนนึกว่าตลกแต่ดันเกิดหงี่กับแม่หุ่นเลยชีวิตล่มลงท้ายน้องชายตัดจู๋ตัวเอง มีแต่พี่ชายคนเดียวเท่านั้นคอยดูแลแต่มันไม่แค่นั้นน่ะซี้ ในฐานะติ่ง ณ.บ. ทันทีที่เห็นหน้านางโผล่มาเป็นตัวละครเอกเราก็รู้ทันทีว่า ในหนังเรื่องนี้ ไม่มีใครปกติจริงๆด้วยเราเลยรับรู้หนังในฐานะหนังหักมุมแน่ๆในจุดนี้เลยฟินมากกับเพลงวีนัสในฉากเฉลยที่รุนแรง ตลก เหี้ยห่ามากๆอันที่จริงครึ่งแรกของหนังคุมโทนระหว่างการเป็นหนังรอหักมุมที่เวียร์ดประหลาดบาดจิตกับหนังที่ลงลึกในความปรารถนา ความกลัวไม่แน่ไม่นอนในสภาวะทางจิตของตัวละครที่เข้มข้นมากถ้าหนังไปทางนั้นมันก็คงไปสุดทางดังที่มิตรสหายท่านหนึ่งตั้งขอสังเหตแต่พอหนังเลือกมาทางหักมุมคัลท์แตกเราก็รับได้เช่นกันจนแทบลุกขึ้นเต้นตามเพลงวีนัส ฮา!

 

12.SEEDING OF AGHOST (CHUAN YANG/1983/HK)

 

ระยำต่ำถ่อยได้ใจมาก หนังชอว์แรงๆวาด้วยเรื่องคนขับแทกซี่เมียมีกิ๊กแล้วแพลนจะทิ้ง แต่กิ๊กก็ไม่ยอมหย่าเมียนางโกรธเลยเดินลงจากรถกลางดึก โทรเรียกผัวมารับ แต่โดนทรชนคนโฉดลากไปข่มขืนแล้วฆ่า.ผัวมารู้เรื่องทั้งหมดทีหลังก็แค้นมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ เลยไปสมคบกับหมอผีปลุกผีเมียขึ้นมาล้างแค้น

 

หนังไปสุดทางทั้งในการเป็นหนังโป๊ซอฟท์คอร์เห็นเต็มตัวแค่ไม่เห็นการสอดใส่ หรือเป้นหนังสยองขวัญโสโครกที่มีเลือดมีหนองมีผีปีศาจอุปาทว์ชาติชั่ว ไปจนถึงตอนท้ายที่กลายเป็นหนังกอรร์เหมื่อนางผีให้กำเนิดบุตรชายเป็นสัตว์ประาด มาสังหารหมู่กิ๊กของแม่. หนังมันสุดทางจริงๆจนตกใจว่าคนในสมัยนั้นคิดว่าอันนี้เป็นanothermainstream หรือเป็นหนังคัลท์เหี้ยๆกันแน่

 

13.ทองสุก 13 (ทวีวัฒน์ วันทา/2013/ไทย)

 

เสียดายมากๆ ที่ข้อจำกัดด้านเทคนิคของหนัง เช่นเสียงหรือ CGหรือภารถ่ายภาพมันไม่สามารถรองรับVision ของคนทำได้พอคนทำหนังไปไกลมากๆ แต่ทุนจำกัด มันเลยทอนพลังของหนังลงไป

 

ชอบมากๆๆๆๆที่มันเป้นหนังสยองขวัญที่ทั้งยั่วล้อหนังสยองขวัญและเป็นหนังสยองขวัญที่มีวิธีของตัวเองด้วย มันมีอารมณ์ขันแบบ Sam Reimi และมีโมเมนต์หลอนประสาทแบบหนังผีญี่ปุ่นอาจจะขาดความชั่วร้ายมืดดำสุดขีดไปบ้าง แต่มันก็ไปไกลมากๆแล้ว

 

14.LAST SUMMER ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย (กิตติธัช ตั้งกิจศิริ + สิทธิศิริมงคลศิริ + ษรัณยู จิราลักษม์ /2013 /ไทย)

 

ทั้งหมดทั้งมวลความกดดันในชีวิตวัยรุ่นที่รายรอบชีวิตของจอยจึงไม่ได้มีที่มาอะไรมากไปกว่าความคาดหวังถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงและมองไม่เห็นการซ่อนศพจอยของสิงห์ การไม่หยิบยาของมีนหรือการถ่ายคลิปของติ่งทั้งหมดทั้งมวลเป็นการกระทำชั่วแล่นเพื่อตอบโ้ต่อแรงกดทับของอนาคตผีของจริงที่ตัวละครมองไม่เห็นและคอยหลกอหลอนตลอดเวลาก่อนที่หนังจะทำลายอนาคตของตัวละครทีละตัว

 

ผีอีจอยจึงทำหน้าที่เป็นอนาคตที่สูญดับคอยหลอกหลอนอนาคตของตัวละครทุกตัวที่ทมีส่วนในการดัยอนาคตของเธอแลต่คนที่สำคัญที่สุดที่ทหนังเกือบจะไปถึงคือแม่ของเธอเอง

 

เป็นไปตามคาด หนังไทย (และอาจจะหมายรวมไปถึงหนังเอเซียแทบทั้งหมด)ไม่ลงโทษตัวละครผู้ปกครองโดยเฉพาะพ่อแม่ ดังนั้นจึงแม้เมื่อหนังไปถึงจุดที่สำคัญที่สุดตือแสดงให้เห็นว่าความกดดันในชีวิตของจอยมาจากแม่ของเธอเองแต่หนังเลือกที่จะประนีประนอมหลังจากจอยฆ่าทุกคนมีแต่แม่กับน้องของเธอเท่านั้นที่เธอไม่ฆ่าถึงที่สุดหนังได้ล้างคราบไคลของผีร้ายไปจากตัวของจอยโดยการทำให้เห็นว่าเธอรักแม่ของเธอและอภัยให้น้องของเธอ ไม่ว่าความกดดันของแม่ที่เลือกรักลูกไม่เท่ากันหรือความเข้มงวดที่แม่มีต่อเธอจะผลักให้เธอออกไปจากย้านไปเจอความตายถึงที่สุดเธอให้อภัยเพราะนั่นคือแม่ ซึ่งก็สอดรับกับวิธีคิดแบบไทยๆ แบบอาเซียนๆที่ให้ความสำคัญของครอบครัวเหนือสิ่งอื่นใด เป้นความรักที่ห้ามถามห้ามเถียงและถูกต้องสูงสุด

 

15. BERBERIANSOUND STUDIO (PETER STRICKLAND/2012/UK)

 

หนังที่เป็นเหมือนภาคแยกจอ AMER ว่าด้วย Giallo film studies ที่คราวนี้เปลี่ยนจากสีมาเป็นเสียงครึ่งหลังของหนังสุดตีนมาก และโดยส่วนตัวการที่ตัวลพครข้างนอกกลายเป็นหนังในเรื่องนี้เป็นวิธีการทริบิวท์ที่เราชอบมากกว่าHOLYMOTORS โดยเฉพาะการเปลี่ยนเสียงจากอังกฤษเป็นอิตลีในตอนท้ายการหมกมุ่นจนกลายเป็นหนังของดารา ผู้กำกับ คนทำเสียงและหัวผักกาดที่ถ่ายออกมาสยองที่สุดเพราะมันคือเหยือฆาตกรรม

 

เหนือสิ่งอื่นใด คนฉายหนังในเรื่องนี้คือฆาตกรตัวจริงเพราะเขาสวมถุงมือดำ! Giallo มาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s