MARATHON DIARY 2013 PART 2

1001492_328603483936985_816659071_nLittle Voices (อัลา ริตศิลา )

http://youtu.be/x-imnXcYhVE

A +

สารคดีโครงการชวนเด็กยากจนในชุมชนเล่นดนตรี ตัวเนื้อหาไม่มีอะไรมาก แต่ชอบความมุ่งมั่นของsubject ที่ดูไม่โลกสวยเกินไป แต่ที่ชอบที่สุดคืออาการเผลอไผลของสายตาคนทำที่อยู่ดีก็ไปถ่ายสาวสวยที่เดินผ่านเฉยๆ  555

THE TERRACOTTA VASES (ธีรพัฒน์ งาทอง)

http://youtu.be/070OZ7k9L2s

A +

หนังสั้นสอนคุณธรรม ธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ แต่ที่ชอบมากคือชอตที่โกรธเพื่อนแล้วเดินเคียดแค้นไปนั่งกินเวเฟอร์คนเดียว55

THE FACTORY(เอกราช แก้วมะหิงค์)

http://www.ekarachk.com/index.php?/chapter-3-folder/animation–in-progress/

A ++++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

อนิเมชั่นว่าด้วยความสิ้นหวังของผู้คนในโลกอุตสาหกรรม เนื้อหาไม่มีอะไรใหม่ แต่สไตล์และความสิ้นหวังนั้นงดงามมากๆๆๆ สิ่งที่งดงงามที่สุดคือการพบว่า เราทไงานหนักหน่วสงจนตายเพื่อผลิตฟองกาศที่เปราะบาง

การบ้านปิดเทอม (ธีรพัฒน์ งาทอง)

A +++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++

http://youtu.be/BIo6r26IhT4

การทำการบ้านสุขศึกษาตอนผิดเทอมม.6 บางช่วงชวนให้นึกถึงความกวนตีน ของนวพล แต่สิ่งที่ชอบสุดๆในเรื่องคทืตัวคำถามที่พยายามเน้นการครอบงำ ควบคุมมากกว่าความคิด พอขัดชืนด้วยการเปิดเพลงเมทัลฟังยังเสือกโดนควบคุมโดยพวขบถหัวอ่อนไหวซ้ำอีกครั้งหนึ่ง การหลบหนีนำไปสุ่ความเงี่ยนเมื่อกูหนังโป๊ และความง่วงเมื่อดูหนังอาร์ต( SHIRIN ย้อนแย้งมันดีเพราะหนังถ่ายแบบSHIRIN ด้วยเหมือนกัน คนดูเลยนั่งดูหนังว่าด้วยใบหน้าคนนั่งดูหนังที่มีแต่ใบหน้าคนดูหนังในโรง)

ชอบที่มันเป็นงานตลกๆเล้กๆ  แต่โดยไม่ได้ตั้งใจ มันสะท้อนภาพอะไรสนุกๆออกมาได้

โรตีแมน (นภสร ลิ้มไชยาวัฒน์ +กิตติพัฒน์ กนกนาค)

http://youtu.be/FLaNfynTMI4

A +++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โดยส่วนตัวไม่ได้ตื่นเต้นรุนแรงกับsubject ในเรื่อง เพราะเคยดูสารคดีคนขายโรตีจากโรฮิงญาในเมืองไทนอีกเรื่องที่รุนแรงมากๆใน My Rohingya (ในหนังเรื่องนั้นตัวละครอยุ่คนเดียว หลบๆซ่อนๆ แล้ว็ฝันถึงการเดินทางไปได้ไกลกว่าที่ตัวเองอยู่ แต่ตัวRoti Man ก็ออกมาน่าสนใจมากๆ และการพูดถึงความหวั่นไหวที่เดินทางมาถึงแม้ว่าจะดุเหมือนว่ามั่นคงแล้วในตอนท้ายเรื่องมันรุนแรงมากๆทีเดียว

ดูเหมือนหนังจะพูดถึงชีวิตค่อนข้างดีของโรฮิงญษในเมืองไทยตลอดเวลา (เมื่อเทียบกับโรฮิงญาที่เราเคยเห็น) มันเลยยิ่งเจ็บปวดเมื่อฉากสุดท้ายมาถึง เพราะความมั่นคงมันไม่มั่นคงเลยสักนิด

แสนแสบ (คณิต คินันติ) A+/A

http://www.youtube.com/watch?v=BGr1GcbzNXE

สารคดี ปัญหาน้ำเน่าคลองแสนแสบ ที่สัมภาาณืใครทุดกคนก็พูดเหมือนๆกัน จบ

ช่องว่าง (มีศักดิ์ จีนพงษ์)

http://youtu.be/e_gxFUAfi3Y

A +++++++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โอ๊ย งดงามมากๆ ดุแล้วเกือบร้องให้

หนังสร้างเสริมความเข้าใจผู้ติดเืชื้อ(น่าจะส่งมาหลายเรื่องเพราะเพิ่งดูเรื่องไข่มุกไปอีกเรือ่ง) ว่าด้วย เคนหนุ่มก่อสร้างที่เป็นผู้ติดเชื้อที่กำลังจะมีแฟนเป็นสาวขายของ ทั้งคู่มีอะไรกันแล้วดแต่ก็ป้องกันทุกครั้ง แต่เคนยังไม่บอกแนเรืองสำคัญนี้และไมรุ้ว่าจะบอกยังไงดี หนังใช้ตัวละครที่เป็นคนธรรมดาสามัญ แม้จะเล่นแข็งโป๊กกระโด๊กกระเด๊ก แต่มันมีเสน่ห์มากๆ

ชอบฉากเลิฟซีนขอหงนังมากๆ ความมืดของหนังในฉากนี้ หรือการถอดกางเกง หรืออะไรต่อมิอะไรมันรัญจวนแบบสามัญมากๆ ชอบตัวละครเอกความสัมพันธ์ขชองเขากับคนรอบข้าง แต่ที่ชอบที่สุดคือการที่เขาพยายามจะบอกเธอด้วการให้ดูหนังเรือ่งหนึ่ง และแม้เธอจะดูหนังไม่ได้แปลว่าเธอจะเข้าใจ

ฉากจบของหนังสะเทือนใจมากๆ

THE WAY I WANT วันที่ฝันเป็นจริง (สุภาณี ลิ้มโรจน์นุกูล)

http://youtu.be/87ap2Lf8BHA

A +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชอบความจริงใจในหนังมาก เหมือนคนทำมันconcern ประเด้นที่ตัวเองพูดจริงๆ หนังอาจจะไม่ได้คมคายอะไรมากกว่าบทลงเอยเดิมๆของวัยว้าวุ้น เด็มัธยมที่ไม่รู้ว่าอะไรคือความฝันคือชีวิตจริง แต่การที่ตัวละครใส่ใจกับประเด็นนี้จนลากบทสนทนายาวๆเรื่องนี้ออกมามันเป็นมุมมองความอึดอัดจากคนทีี่ผเชิญหน้ากับมันจริงๆ

ชอบที่หนังใช้นักแสดงหน้าตาบ้านๆ ไม่ใช่วัยว้าวุ่นที่เคาะออกมาจากโมเดลลิ่ง ชอบที่หนังมันฮามากว่ามีตัวเอกจะได้ไปอเมริกา ชอบความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ไต่เส้นอยู่บนความสัมพันธฺ์กึงโฮโมอีโรติค ชอบฉากห้องสมุด ร้านกาแฟ อะไรพวกนั้นเพราะเหมือนเอาจริงๆวัยรุ่นกรุงเทพไม่ได้มีที่ไปมากนัก

โดยรวมคือชอบหนังตรงความไม่เนี้ยบไม่เนียน ความบกพร่องที่มันมีเป็นเสน่ห์ของหนังที่งดงามมากๆ

GUM (อติราช เจริญจิตร) A+

ปัญหาสำคัญของหนังคือการประเด็นในการถกเถียงของหนังมันเป็นการเถียงผิดประเด็นไปตั้งแต่ครูเริ่มต้นแถว่า การที่ชีทโดนหมากฝรั่งผิดกฏเพราะห้ามเอาอาหารมากินในห้องเรียน สุดท้ายคนก้ไปไกลจากเรื่องที่ว่า ใครเอามาฝรั่งมาแปะโต๊ะ เป็นเรื่องหมากฝรั่งเป็นอาหารหรือไม่ จริงๆเราคิดว่ามันน่าสนใจมากเพราะมันเป็นแบบจำลองการเถียงผิดเรื่อง ที่เป็นของที่อยู่คู่กับสังคมไทย (แน่นอนเรื่องที่มักจะเถียงกันผิดมักเกิดจากการยกกฏ ศีลธรรม จริยธรรมเหี้ยห่าสารพัดสัตว์มาอ้างเพราะจริงๆต้นเรื่องอาจจะเอาผิดไม่ได้ ไม่มีความผิดมากพอ) แต่พอหนังเลือกจบลงตรงการแพ้ชนะในการถกเถียงมันก็กลายเป็นหนังว่าด้วยการถกเถียง แต่เถียงผิดเรื่องอะ ฮือฮือ

น้ำตาหวาน น้ำตาลเผ็ด (องอาจ หาญชนะวงศ์ )

A +++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++

หนังน่ารักชวนหวัว ว่าด้วย ส้มตำ น้ำตาล กุญแจ ดนตรี งานวิชาการในชีวิตประจำวัน

หนังเอตำราวิชาการว่าด้วน้ำตาล เอนดรอฟีน กลไกป้องกันตนเองของจิตวิเคราะห์มาเล่าซ้อนอยู่ในเหตุการณ์ประจำวันเช่นการกินก๋วยเตี๋ยวไม่หรุง การกินส้มตำเผ็ดมาก การลืมกุญแจ การพบนักดนตรีเปิดหมวก เพราะงานวิชาการนั้นแนบอยู่กับชีวิต หรือพูดง่ายๆ งานวิชาการวิทยาศาสตร์คือการอธิบายชีวิตโดยตัดผู้คนออกไป การเอาผู้คนกลับเข้ามาแล้วบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นเช่น แคปไซซิน หรือ กลไกป้องกันตนเองสามระดับจึงเป็นเรื่องที่งดงามมากๆ แล้วหนังมันยังโรแมนติคแบบสุดๆในช่วงท้ายเรื่องด้วย

อาการชวนหวัวของหนังผ่านทางเสียงเล่าแบบลุงแก่ๆ ยิ่งทำให้ฟนังน่ารักน่าใคร่มากขึ้นไปอีก มันอาจจะมไ่มีเซนส์จิกกัด แบบหนังที่ล้อเล่นกับฟอร์มทำนองนี้ แต่มันน่ารักมากๆๆ ราวกับมิแรนด้า จูลายเวอร์ชั่นอินดี้ไทยก็ไม่ปาน

ซากศพ (วชร กัณหา )

http://youtu.be/a1GLJtD8WxY

A +++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าชาตินี้ถูกหวยรางวัลที่1 จะเช่าโรงหนังเพื่อฉายหนังของ วชร ธนิ และ ธีรนิต์ บนจอใหญ่ๆ

จริงๆ allegory การเปรียบเปรยของหนังอาจจะไม่ได้ใหม่มาก คอมมิวนิสต์ นักต่อสู้ และวีรบุรุษ แต่ชอบการซ้อนของภาพมากๆๆๆๆ จริงๆที่น่าสนใจคือ ภาพไอ้มดแดงเป็นภาพแฟนตาซี พาฝันพอๆกับบทสนทนาของนักสังคมนิยมในหนัง แต่มันดูเป็นทั้งการหลบหนีของการต่อสู้ที่ไม่มีวันชนะ และความฮึกเหิมแบบวีรยุรุษ การเทอด สิ่งต่างๆขึ้นไปสู่สภาวะเหนือจริงนี้เองคือรูปแบบที่คนใช้ปลอบประโลมจิตใจ เยี่ยมมนุษย์โรแมนติค

อย่างไรก็ดี ความสิ้นหวังของtext แปะหัวเรื่องทำให้หนังถูกเหวี่ยงหวือไปมาตลอดเวลา ระหวังความหวังและความสิ้นหวัง

งดงาม

นักเลง (นภธร สิทธิมณี) A/A-

เข้าธรรมเนียนมหนังนักศึกษา ถ่ายสวยโปรดักชั่นดี แต่เนื้อหาสอนศีลธรรมกึ่งสำเร็จรูป

ทองกวาว (ธนพฤทธิ์ ประยูรพรหม)

http://youtu.be/xxw2nQIOYXc

A ++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ดนตรีประกอบมันเหี้ยมากๆ (คำชม)

หนังมันโมโนลอก มโนลอกไปเรื่อยเจื้อย ยังกะหนังยูจีน กรีน ยิ่งออกทะเลก็ยิ่งสนุก

นี่คือหนังที่ได้ชื่อว่า มโนแจ่ม จงจินตนาการ เกิดนิมิตร ของจริง

LIVE AND LET DIE (ณัฏฐ์ บุญเลิศ)

A ++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

ตัวเรื่องมันไม่มีอะไรใหม่(แหงสิเอามาจากเรื่องสั้นกนกพงศ์) แต่สิ่งที่เลอค่ามากคือบรรยากาศโสมมต่ำช้า ของสลัมที่ปกติคนไทยมักจะถ่ายออกมาไม่ได้ คู่แข่งของนาง คงต้องเป็น พวกปินอยอย่างSherad Antonio Sanchez เท่านั้น การรักษษาบรรยากาศโสมม ชั่วร้าย โสโครก กลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นอของหนัง ทั้งฉากบ้านแม่มด หรือการลัดเลาะไปในสลัม ไปจนถึงภาพอินเสิร์ทที่หยำฉ่ามากๆ

จริงๆซีนแม่มดซ้อนคูรป้า เป้นซีนที่ทรงพลังแน่อยู่แล้ว แต่มันไปไกลกว่าตรงที่มันทรงพัลงแล้วมันยังชั่วยังคัลท์อีกด้วย นี่เป็นหนังที่มีพลังมืด ไอ้โปรดักชั่นที่ไม่ได้ดีมากของมันยิ่งทำให้พลังมืดเข้มข้นมากๆ

POINT OF VIEW (ปราณีต จารุพันธุ์งาม)

A ++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++

ดูหนังของICT ศิลปากรแล้วรู้สึกดี คือมันเป็นหนังนักศึกษา ที่เป็นขนบหนังนักศึกษา แต่มันมักจะ capture โมเมนท์ที่ดีออกมาได้ จังหวะช้าลงนิด แล้วดื่มด่ำกับอะไรเล็กๆสักครู่ไม่เร่งเร้าจะเอาจากบทมากไปกว่าสิ่งอื่นๆที่รายรอบมัน จริงๆหนังเรื่องนี้มีตัวละครน่ารำคาญอยู่บ้าง ทำอะไรเก๋ๆอยู่บ้างเช่นสวมแว่นของคนรัก หรือพูดอะไรฉลาดๆเป็นระยะ หรือมีสัญญะเท่ๆรายทาง เป็นหนังแบบ post wkw + มุรา แต่มันก็มีบางจังหวะที่หนังล่องลอยไป แล้วตอนจบมันก็กำลังพอดีไม่บีบคั้นเอาจากตัวเรื่อ เวลาฉาย หรือตัวละครมากจนเกินไปนัก ช่วงเวลาของการ เลิกกันแต่ไม่มีวันเลิกเจ็บไปจนถึงการที่อาจจะได้เจออะไรใหม่ๆ น่ารักดี ๆ

ROSE รักครั้งสุดท้าย (จิตตินันท์ ยอดวงศ์สกุล) A/A-

มึงเป็นเกย์! impact มากค่ะ ในจุดนี้ ปัญหาคือหนังมันเชยมากไม่ว่าจะเป็นหนังผี หรือเป็นหนังเกย์ มันเก่ามากทั้งเทคนิคและเรื่อง

1. ลาดกระบังโชว์เคส

ทางของเรา 14:12 / พีรพล บุญยเกียรติ

A +++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

หนังว่าด้วยสองหนุ่มที่เดินทางกลับไปเยี่ยมน้าสาวที่สุราษฏร์ คนหนึ่งซื้อซีดีพี่เบิร์ดไปฝากน้า คนหนุ่มสามัญดาษดื่น อีกคนเป็นตูนบอดี้แสลมเวอร์ชั่นบ้านบ้านที่ไฮตลอดเวลา ระหว่างทางก็ทะเลาะกันไปตลอด จนน้ำมันหมดไอ้หนุ่มไปเอาน้ำมันที่บ้านคนแปลกหน้าที่สอนให้เรียรู้จะรักกันเหมือน ‘หมาที่กินข้าวหม้อเดียวกัน ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่พอไปถึงบ้านก็พบว่าน้าผูคอตายไปเสียแล้วก่อนที่พวกเขาจะกลับไปถึง

อันที่จริงไม่ได้ชอบตัวหนังเท่าไหร่ และรู้สึกหมั่นไส้ตัวละครตลอดเวลา แต่พอหนังแสดงให้เห็นว่า พารืทของน้าผูกคอยตายซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องกอ่นหน้า พารืที่ทโผล่ขึ้นมาลอยๆในตอนจบ นั้นที่จริงแล้ว เป็นเรื่องส่วนตัว ภาพหน้าศพของน้าสาวเป็นภาพจริงๆของน้าสาวที่ตายไปจริงๆก็ทำให้รู้สึกขนลุกอยู่เหมือนกัน สิ่งที่ชอบที่สุดในหนังจึงคือการหลากไหลของเรื่องส่วนตัวที่ดูไร้ความจำเป็นในแง่ของการเป็นภาพยนตร์ แต่ทรงพลังในแง่มุมของความเป็นมนุษย์ เหตุการณ์ที่ไม่ได้ช่วยให้สรุปพลอตหนังได้ ไม่มีตังหวะจะโคนที่ดี กลับคือภาพฉายของชีวิตที่มีน้ำเนื้อที่สุดในเรื่อง

Her Life 16:47 / กัญญ์วรา ลอมไธสง

A +++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

หญิงสาวสองคนอาศัยอยุ่ห้องตรงข้ามกัน คนแรกเป็นฟรีแลนซืทำงานอยู่กับบ้าน ให้ห้องที่อาศัยอยุ่กับคนรักซึ่งดูเหมือนจะรักเธอดี ลุกมาทำกับข้าวให้กิน ชวนให้เธอเลิกบุหรี่ แต่บางทีก็เมากลับบ้านดึกให้เธอดูแล แต่สาวห้องตรงข้ามแต่งตัวสวยไปทำงานทุกวัน ที่มากกว่านั้นคือมีผู้ชายมากหน้าหลายตามาหาที่ห้อง ใครๆก็บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงพรรค์อย่างว่า  ท่ามกลางความว่างเปล่าหนืดเนือยของชีวิต เธอเริ่มสอดส่องชีวิตของหญิงสาวห้องตรงข้าม จนกระทั่งวันหนึ่งลูกค้าของหล่อนเคาะประตูผิดแล้วเธอเปิดรับเขาเข้ามา

พลอตของหนังไม่ได้ใหม่มากนัก แต่สิ่งที่หนังทำได้งดงามและน่าชื่นชมมากๆคือการที่หนังเปิดเผยภาพความว่างเปล่าที่ไม่อาจถมให้เต็มของหญิงสาวเจ้าของเรื่อง เธอไม่ไดทุกข์ยาก ไม่ได้ไม่มีคนสนใจ แต่มีฟองอากาศบางๆงที่โอบอุ้มตัวเธออยู่กันเะอจากความสุขที่เธอสมควรจะได้รับและเธอค่อยๆคิดเอาว่าบางทีการเป็นโสเภณีอาจจะช่วยถมช่องว่างนั้นให้เธอได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรมันจะยังคงอยู่

หนังเลือกจบในจุดที่งดงามที่สุด โดยไม่ต้องเสียเวลาลงโทษตัวละครที่ไม่ได้ทำผิดอะไร ช่องว่างที่ถมไม่เต็มของเธอ ยังคงว่างโหวงกลวงเปล่า และการที่เธอรับเอาขยะจากห้องฝั่งตรงข้ามไปทิ้งให้ ไม่ได้ทำให้เธอได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งใดอยู่ดี

นี่คือหนึ่งในหนังสั้นที่ชอบที่สุดในปีนี้

พบ 23:52 / อภิสสรา ไพรสินธุ์

A-

หนุ่มนักดนตรีที่กำลังหลงทางอยู่ในท่วงทำนองของเพลงที่เขากำลังแต่ง ได้พบหญิงสาวแปลกหน้าที่มาบันดาลใจเขา เรื่องรักแบบฮิปๆเท่ๆ  อวลกระอายเพลงแบบกรีสซี่คาเฟ่ ที่ทำได้หมดจด แต่ไม่มีอะไรหลงเหลือให้จดจำหลังจบลง

ห้องที่ 17 22:51 / ภาวิณี มิ่งเชื้อ

A +++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

เด็กสาวถูกย้ายจากห้อง1 ลงไปอยุ่ห้อง17 ห้องบ๊วยของโรงเรียนที่รวมแต่ตัวแสบๆเอาไว้ เธอเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เธอไม่สมควรอยู่กับพวกตัวถ่วงพวกนี้ ครูประจำชั้นก็ให้คำสัญญาผลัดวันประกันพรุ่งว่าจะย้ายเธอไปอยู่ห้องที่ดีกว่านี้ แต่คำสัญาลมๆแล้งๆไม่เคยมาถึง  เพื่อๆก็เกลียดเธอ พอมีเพื่อนในห้องมาสนิทกับเธอ พวกเขาก็รุมแกล้งเพื่อนคนนั้นอย่างรุนแรง  จนกระทั่งสรรพสิ่งปริแตก ความเน่าเผะของการแกล้งกันในโรงเรียนจึงแผ่ขยายแผลลามลงมาอักเสบในทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นี่สิฮอร์โมนของจริง  หนังนักเรียนม.ปลายที่ปราศจากความปรานีปราศรัยเรื่องนี้ฉายภาพความโหดเหี้ยม หดหู่ เลวร้ายของชีวิตม.ปลาย ความเกลียดชัง ริษยาที่ผู้คนมอบให้แก่กันในโลกที่มืชื่อว่าโรงเรียน หนังเขียนเรื่องได้อย่างดงามและเลือกจบอย่างไม่ประนีประนอม  ทำให้หนังไต่ระดับไปอยู่จดสูงสุดที่มันจะไปได้

จังหวะอิสระ 21:25 / ณัฐพล รินทะกะ

A +++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++

สารภาพว่าตอนดูหนังเรื่องนี้แทบร้องให้ออกมา หนังว่าด้วยมือกีตาร์ขายบะหมี่ที่เล่นกีตาร์ด้วยใจรักเป็นงานอดิเรก และขายหมี่เกี๊ยวเลี้ยงชีพ เพื่อนสนิทของเขาเป็นนักดนตรีมีชื่อเสียงที่เขาไม่เคยอยากจะเดินตามจนวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุแล้วเขาต้องไปอัดกีตารืแทนเพื่อน แล้วไปเจอกับระบบแบบผุ้เชี่ยวชาญที่กดเขาให้เป็นคนเล่นดนตรีไม่เป็น  ดูถูกเหยียดหยามที่อานโน้ตไม่ออก และพยายามกดข่มเขาเอาไว้ จนกระทั่งเขาปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมาแล้วเดินอกจากโลกนั้น

ระหว่างที่ดูรู้สึกรุนแรงมากๆ เพราะเราเข้าใจได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากการช่วงชิงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญที่กันคนนอกระบบให้ไปอยุ่ชายขอบโดยอาศัย ศัพท์เทมคนิคแบบผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในระบบของโลกศิลปะ  อย่างไรก็ดี  พอตัวเอกเริ่มเล่นแบบตัวเองเพื่อตอบโต้เราก็รู้สึกว่าความสะใจที่ได้รับมันไปลดลทอนพลังลง ราวกับว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งเราก็ต้องไปพิสูจน์ตัวเอง  ไแ้แสงพลัง ซึ่งนัยหนึ่งคือการก้มหัวให้พวกมันยอมรับในทางของเราทั้งที่พวกมันไม่คู่ควรแม้แต่จะได้ฟังสิ่งที่เราเล่นด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี ชอบหนังมากๆ  ชอบเพลงในหนังมากๆๆๆๆๆๆอยากได้OST ไว้ในครอบครอง

โลกข้างหน้า ฟ้าข้างหลัง 15:11 / นวพล เจริญธรรมรักษา

..

นักการเมืองมันเลว มันสมควรตาย  ไหนๆผมก็จะต้องตจาย ขอฆ่านักการเมืองเหี้ยๆให้ตายตกไปตามกัน

ทุกอย่างมันพินาศมาจากตัวต้นฉบับของวินทร์แล้ว หนังก้ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าเล่าเรื่องตัดต่อตามขนบ ตายซะได้ก็ดี จบ

ตายสบายสบาย 13:00 / ภานุมัย ถิระพัฒน์พิบูล A-

สารคดีว่าด้วยความตาย จริงๆทำออกมาได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตามการเลือกท่าที่เทศนาสั่งสอนในตอนท้าย แทนที่จะพาเราไปจ้องมองด้วยตัวของเราเองก็ทำให้มันเซ็งๆลงไป

ไม้เท้า ( ฤทธิกฤต พิมปรุ) A

หนังว่าด้วยแม่ที่บ้านนอกซึ่งเดินเหินไม่สะดวกต้องมีไม้เท้าคู่กายจนวันนหนึ่งเมื่อลูกชายและลูกสะใภ้กลับบ้าน แม่ก็ไม่ต้องใช้ไเท้าอีก หนังรักแม่ตรงไปตรงมาน่ารักตามสมควร ที่ดีคือตัวละครของแม่ที่ดูเป็นแม่จริงๆ แก่ๆเหนื่อยๆ เศร่้าๆ

ไม่อยากมีวัวเยอะ (หนองโพ KID ดี)A+

จริงๆเรื่องมันคล้ายๆกันหมด  ขึ้นกัลความคัลท์ของเด็กในการคิดเรื่อง เรื่องนี้มีสองบรรทัดคัลท์มาก ไม่อยากมีวัว และไม่อยากเก็บหญ่้า อยากเจอก้องราชันย์คนตัดหนังทุกเรีื่องมากๆ เทคนิคแพรวพราวจริงๆ

ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ (ชัชชัย ชาญธนวงศ์)

A ++++++++++++++++++++++++

หนังรณรงค์พิษภัยยาลดความอ้วนแบบบ้านๆว่าด้วยสองพี่น้องที่แข่งกันลดความอ้วนยคนนึงออกกำลังคนนึงใ้ยา ใช่เรื่องมันเก่ามาก เชยระเบิด แต่มันเป็นหนังบ้านๆที่อีพี่น้องสองคนไม่เห็นว่าจะลดลงตรงไหน มันเลยตลกมาก ฟินมาก ขำก๊ากทุกวินาที

ไม่มีใครปกติ? (ปาลิดา ดำรงทวีศักดิ์)

A+++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

หนังหักมุมฌฉือนคมเวียร์ดๆว่าด้วยพี่น้องสองศรีที่แม่โดนลุงแฟนใหม่ข่มขืนจนตายคาบ้านน้องชายมาเห็นชอตเด็ดจนเป็นบ้ากลัวจู๋ตัวเอง  และเริ่มเห็นหุ่นลอเงสื้อเป็นแม่ วันหนึ่งพาเพื่อนมาตัดเสื้อเพื่อนนึกว่าตลกแต่ดันเกิดหงี่กับแม่หุ่นเลยชีวิตล่ม ลงท้ายน้องชายตัดจู๋ตัวเอง มีแต่พี่ชายคนเดียวเท่านั้นคอยดูแล แต่มันไม่แค่นั้นน่ะซี้

ในฐานะติ่ง ณ.บ. ทันทีที่เห็นหน้านางโผล่มาเป็นตัวละครเอก เราก็รู้ทันทีว่า ในหนังเรื่องนี้ ไม่มีใครปกติจริงๆด้วย เราเลยับรู้หนังในฐานะหนังหักมุมแน่ๆ ในจุดนี้เลยฟินมากกับเพลงวีนัสในฉากเฉลยที่รุนแรง ตลก เหี้ยห่ามากๆ  อันที่จริงครึ่งแรกของหนังคุมโทนระหว่างการเป็นหนังรอหักมุมที่เวียร์ดประหลาดบาดจิต กับหนังที่ลงลึกในความปรารถนา ความกลัว ไม่แน่ไม่นอนในสภาวะทางจิตของตัวละครที่เข้มข้นมาก ถ้าหนังไปทางนั้นมันก็คงไปสุดทางดังที่มิตรสหายท่านหนึ่งตั้งขอสังเหต แต่พอหนังเลือกมาทางหักมุมคัลท์แตกเราก็รับได้เช่นกัน จนแทบลุกขึ้นเต้นตามเพลงวีนัส ฮา!

ย่าและน้าสาวของผม( อานันท์ รอดประเสริฐ)

A++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

http://youtu.be/w-1oZKOexL4

หนังอาจไม่ได้ตั้งใจให้มันแหว่งวิ่นอย่างนี้ก็ได้ แต่พอหนังมันออกมาแหว่งๆแล้วพบว่ามันคว้าจับอารมณ์ได้งามมาก ว่าด้วยชีวิตวัยเด็ฏของเด็กชายกับยายตาบอดและน้าสาว เข้าาใจว่าเป็นหนังรณรงค์สภากาชาด เรื่องต้อ แต่หนังอาจจะมีตรรกะงงๆประมาณหยอดยาก็หาย แต่สิ่งที่ชอบมากๆๆๆคือฉากสถดท้ายของเรื่องที่เป็นเด็กเดินกลับบ้านกับน้าสาวตอนโพล้เพล้ แล้วยายก็พูดว่าเห็นแล้ว เราไม่รู้ว่ายายเห็นอะไร แต่ถ้ายายเห็นซีนที่คนดูเพิ่งเห็นมันก็เป๋นซีนที่งดงามมาก การมองเห็นตอนสนธยากาลมองเห็นครอบครัวของตัวเองกำลังเดินกลับบ้านอะไรแบบนั้น

รถตู้หรรษา (ไท ประดิษฐเกษร)

A+++++++++++++++++++++++++

สิ่งที่สนุกมากๆคือมันเป็นหนัง satire ที่ขำดีว่าด้วยชีิวิตมนุษย์รถตู้ รู้สึกจังหวะมุกของมันพอดิบพอดีไม่มากหรือน้อยไป

รถเมล์ที่คนถ่ายนั่งไปโรงเรียนกลับบ้านเป็นอาจิณ ( ธีรพัฒน์ งาทอง)

A+++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++

หนังมันเป็นไปตามชื่อเรื่องคือถ่ายภาพรถเมล์ที่คนทำนั่งโรงเรียน ถ่ายไว้เผื่อวันหนึ่งจะไม่ได้นั่งอีก  หนังไม่ทำอะไรมากไปกว่าเป็นภาพนอกหน้าต่างรถเมลื ผ้าม่าน  ท่อแอร์ รูขาดของเบาะหน้า คนข้างๆ ที่วางเท้า  หนังจมอยู่กับภาพแบบการจ้องมองส่วนบุคคลนานนับนาน แน่นอนว่าสำหรับผู้ชมคนอื่นมันอาจเป็นภาพที่ไม่สือความหมายอะไรเลย แต่มันมีgazing ที่งดงามมากๆ เหมือนเราผ่านเข้าไปในหน้าต่างบ้านคนอื่นและจ้องมองเขานั่งเหม่อ หรือสนทนากับคนที่เราไม่รู้จักในเรื่องที่เราไม่ได้ยิน

ภาพจำของคนเราแตกต่างกัน ภาพจำไม่จำเป็นต้องสวยงามสำหรับทุกคน บรรยากาศที่ไม่มีใครเข้าใจ รอยของผ้าม่าน หรือที่ที่เราผ่านไปทุกวัน การบันทึกภาพที่่ก่อนหน้านี้เพียงผ่านสายตาผู้คน ทำให้เรารู้สึกเหมือนคนทำกำลังบันทึก time capsule ของตัวเองซึ่งจะกล่าวในภายหลัง

รถส่วนตัวของคนสองคน (รังสรรค์ พลอยสด) A-

งานเปรียเทียบกับ รถเมล์ ฯ ของธีรพัฒน์ ว่าด้วยการจับจ้องโฒงยามงดงามของการโดยสารรถไฟไปไหนสักแห่ง  แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หนังถ่ายสวยตัดภาพอย่าเท่ประกอบเพลงอินดี้ของSLUR การพยายามจะทำให้เป็นหนัง ทำให้โมงยามงดงามเป็นภาพเลือกจำตัดขอบออกไป ในที่สุดมันก็กลายเป้นMV เก๋ๆเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้บันทึกความทรงจำส่วนบุคคลลงไป เพื่อนกลายเป้นตัวละคร และกล้แงเป็นสายตาของคนตัดต่อมากกว่าสายตาส่วนบุคคล มันจึงค่อยๆคลายความงามลงไปทีละน้อย

ระหว่างความรู้สึก ( อรทิชา และสาลี)A+

หนังรักของสาวทอมมุสลิม ที่หนังพยายามจะไม่เปิดเผยอะไรชัดๆแต่hint เอาไว้ในตรงนั้นตรงนี้ หนังมุ่งเน้นตัดภาพโมงยามความสุขของคู่รักกับความกดดันในบ้าน ที่น่าสนใจคือในขณะที่แม่บริภาษลูกสาวที่เป็นทอม พ่อของเธอก็ร่ำสุรา

ระหว่างที่รอคอย ( ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล )A/A-

หนังรามาแชนเนลแบบเดียวกับ ไก่จิกฯ ของ จุฬญาณนนท์ ว่าด้วยเรื่องข้อเข้าเสื่อม แต่โฟกัสไปที่ความกลัวการผ่าตัดของผู้ป่วย หนังตัดสลับ และเล่าเรื่องแบบหนังมากๆ จนไม่รู้ทำอีท่าไหน ความ แพนิค หวาดผวาที่ควรจะเป็นหัวใจหลักของหนังค่อยๆเจือจางลง จนเหลือเพียงการไปตามเรื่องราวที่วางไว้  ความแห้งแล้งอารมณ์ของหนังทำให้มันไม่ประสบความสำเร็จในการพุดถึงความกลัวและการก้าวข้ามความกลัวได้  เพราะเราไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับตัวละครเท่าไหร่

รัก l ลวง l หลอก (ชลธิศร์ ลออวรคุณ )A+

ครึ่งแรกเป็นหนังรักเพ้อเจ้อว่าอีฟ้าบาณืบี้ สาวอวดหน้าอวดนมในเฟซบุคจะมาหลงรักไอ้หน้าสิถือกล้อง โถที่แท้ก็โดนหลอกใช้ประชดแฟน แต่พอครึ่งหลังหนังทวิสต์ไปเป็นหนังฆาตกรรมโหด มันก็ไปถึงจุดคัลท์สุดขีด เพราะไม่มีอะไรสมจริงตั้งแต่เลือดการฆ่า หรือหน้า นม และการกรีดร้องของอีฟ้า บาณืยี้ ความตลกโดยไม่ตั้งใจทำให้หนังสนุกมากๆ

รักเก่าที่บ้านเกิด (วัชรพงษ์ ปัทมะ)A-

ไข่พะโล้ของอีเดือน ว่าด้วยสาวแค้นแม่ที่ทิ้งไปวัยเด็กจนไม่อยากกลับไปดูแลยามแม่เป็นมะเร็ง แต่ก็ต้องกลับมา และแน่นอนรียูเนี่ยนกับแม่เพราะไข่พะโล้เลยทีเดียว หนังถ่ายสวยเล่นใหญ่ และเป็นโฆษณาไทยประกันชีวิตประกอบเพลงOST ของจางอี้วโหมวยาวสามสิบนาที

รักน้อยนิด (พรรณนารา พุ่มเจริญ)

A+++

หนังเด็กอนุบาลตบกันในโรงเรียนที่เด็กอนุบาลเล่นกันดีมากๆๆๆๆๆจนสงสัยว่าผกก.ถ่ายได้ยังไง โอเค อันที่จริงมันเป็นหนังแบบเด็กรักแม่ แต่มันออกมาบ้านๆในส่วนนั้น และออกมาเป็นหนังช่องเจ็ดในส่วนของเด็กตบกัน เลยรู้สึกพิเศษกับหนังมาๆ

รังไหมดิบ สยาม ไทรโศก (ธีรนิติ์ เสียงเสนาะ)

A ++++++++++++++++++++++++++++

ภาพับจ้องมอง ตึกที่กำลังรื้อทุบทิ้ง จินตนาการใหม่ให้มันเป็นรังของแมลง ภาพของรถไฟฟ้าและตึกที่กำลังก่อสร้าง และภาพสุดท้าย ชายแก่ที่ยืนเล่นไวโอลินตรงทางขึ้นBTS สยาม  โอเคหนังของีรนิต์คือการจับจ่้องเป็นเวลาเนิ่นนานในภาพใดภาพหนึ่งโดยตัวมันเองอยู่แล้ว  แต่สิ่งที่รู้สึกรุนแรงในหนังเรื่องนี้คือมันเป็นหนังของ space มากกว่า time  เพราะในหนังเรื่องนี้ดูเหมือนสิ่งที่ธีรนิต์จ้องมองไม่ใช่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เขาไม่ได้โผล่ไปกลางอะไรแล้วจับจ้องมองมัน  แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาสนใจคือพื้นที่ กล้องของหนังจึงสอดส่าย สำรวจตรวจตรา ซูมเข้าและออก กิจกรรมของมนุษย์ในหนังไม่ใช่จุดใหญ่ของการจ้องมอง แต่พื้นที่ทั้งหมดต่างหาก แม้แต่ในซีเควนซ์สุดท้ายซึ่งยักย้ายถ่ายเทมาเป็นการจ้องมองมนุย์หนังังอุเทศตัวให้กับสเปซต่างๆของตัวลคุณลุง ภาพใกล้ ภาพไกล ภาพคนรอบข้าง แอมป์ มือ ไวโอลิน คุณลุงกลายเป็น space s้จ้องมองมากกว่าเป็นกิจกรรมการสีไวโอลินของตัวคุณลุงเอง มันจึงน่าสนใจมากๆว่านี่คือวิธีการจ้องมองspace ที่อาจจะเอาlandscape theory ที่บอกว่า ทุกทัศนียภาพอยุ่ในเงื้อมมือของรัฐ มาเลียบเคียงๆแบบไม่ฟิตอินได้ว่านี่คือการจ้องมองพื้นที่ ที่เป็นการค้นหาตัวพื้นที่และรายละเอียด ร่องรอยของตัวพื้นที่มากกว่าเวลาในตัวพื้นที่นั้นๆ

รักเอยอยู่หนใด (กิตติพัฒน์ กนกนาค)

A ++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++

ภาพบันทึกงานเลี้ยงใต้ถุนบ้านขอครอบครัวสามัญน่าจะในวันสงกรานต์ หนังบอกตั้งแต่ต้นว่าเขารู้สึก exotic กับภาพที่เห็นมากๆ แล้วเราก็รู้สึกexotic ไปด้วย เพราะเหมือนกล้องเป็นสายตาคนนอกที่มองเข้าไปทั้งๆที่ที่จริงมันเป็นเหตุการณ์ที่เห็นกันบ่อยมากๆ เคยร่วมอยู่บ่อยมากๆ เราก็ยังรู้สึกว่ามันประหลาดพิลึกที่เห็นการร้องคาราโอเกะ กลางแจ้ง การกินข้าวกันกลางลมแรง หรือการรดน้ำดำหัว การดูหนังเรื่องนี้ทำให้นึกจึ้นได้ว่าชีวิตเราจริงๆมันก็พื้นบ้านคัลท์ๆมากๆ

รำลึกเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2549 (พงศกร ฤดีกุลรังสี)

A +++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

สุดขีดที่สุด หนังว่าด้วยการหายตัวไปของนักศึกษาหนังนอร์เวย์ที่มาเข้าพักโรงแรมในกาฬสินธุ์ หนังอ้างตัวว่าเป็นฟุตเตจจากสิ่งที่ถูกถ่ายไว้ในคืนก่อนเกิดเหตุ  หนังมีเพียงภาพของโต๊ะรับแขก ห้องน้ำ เตียง พื้น รองเท้าผ้าม่าน ภาพนิ่งแทบไม่มีความเคลื่อนไหว เงียบสนิท ตัดจากภาพหนึ่งไปภาพหนึ่งแต่เมื่อตัดกลับมา เฟร์นิเจอร์ก็ล้มระเนระนาด ผ้าม่านพะเยิบไหว ภาพที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เว้นแต่ช่วงท้ายที่กล้องขยับขึ้นลงอย่างน่าหวาดหวั่น ด้วยภาพเหล่านี้เราสัมผัสได้ว่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นและมองหามันในทุกภาพที่ปรากฏ  หนังทำตัวเป็นfound footage ที่แผ่รังสีชั่วร้ายใส่ผู้ชมตลอดเวลา แล้วทำให้เรารู้สึกขนบุกกรูเกรียวในการมองภาพที่ไม่มีอะไรเลย หนังไม่ได้บอกว่าอะไรเกิดขึ้นในทางหนึ่งมันทำตัวเป็นตำนานเรื่องเล่าแบบปากต่อปาก urban legend ที่ไม่มีหลักฐานไม่ใช่การจำลองเหตุการณืเป็นร่องรอยของความสยองขวัญที่ความไม่มีเหตุการณ์สร้างเหตุการณืขึ้น มันเป็นหนังสยองขวัญที่น่ากลัวมาก เพราะต่อหน้าการยักย้ายถ่ายเทของเฟอร์นิเจอร์คนดูสร้างเหตุการณ์ในหัวไปแล้วเรียบร้อย

เสียดายที่มันขึ้นยี่ห้อ Willy Filmตอนจบ มันเลยลดระดับความบอกไม่ได้ว่าจริงหรือหลอกของหนังลงไปเลย ตัดโลโก้ออก มันจะเป็น Blair Witch Project เลย

รับนะ24ชั่วโมง (ภาณุ แสง-ชูโต)

A+++

สารคดีชีวิตแทกซี่  แบบtalking head  ไปเรื่อยๆซึ่งก็ทำได้ดีตามขนบ แต่มีฉากหนึ่งที่พิเศษมากๆ คือฮากที่แทกซี่คนหนึ่วงเล่นกลให้กล้องและกลุ่มเพื่อนดู ฉากเล้กๆฉากนี้ทำให้แทกซี่เป็นมนุษย์ทีมีเลือดเนื้อมากกว่าเป็นภาพแทนของคนขับแทกซี่ที่มาพูดเรื่องชีวิตแทกซี่

ร่างทรง (ฟ้่าภิรมย์ ไวว่อง)

A ++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++

สารคดีว่าด้วยเรื่องร่างทรง ท้าวเวสสุวัน ชอบสายตาของหนังที่ แกติสารคดีแบบนี้มักจะมีอากาณเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่สายตาของหนังเรื่องนี้มันเชื่อมากกว่าไม่เชื่อ หนังปล่อยให้เจ้าของร่างทรงเล่าทุกอย่างอย่างละเอียดรุนแรงยาวนาน ผู้คนที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากร่างทรงก็เล่าเรื่องตัวเองอย่างละเอียดรุนแรงยาวนาน ชอบเรื่องคนหนึ่งที่ร่างทรงให้กุมารมา แล้วกุมารมาทักว่ามีด่านข้างหน้า เลยให้แฟนใส่หมวกกันน๊อคก่อนถึงด่านแล้วผ่านด่านไปได้ไม่โดนปรับรู้สึกว่าเรื่องเล็กๆพวกนี้น่าสนใจมาก พวกปาฏิหารยิ์ในสิ่งเล็กๆพวกนี้ต่างหาก ที่ขับเคลื่อนให้คนเชื่อจรืง เรื่องของการถูกหวย การเตือนอะไรเล็กน้อยพวกนี้มันทำให้คนไปไกลได้มากๆ

ในอีกฉากหนังให้ร่างทรงเล่าเรื่องการทำหม้อกะลัต หรือ การทำบายศรีโดยละเอียด พวกรายละเอียดยิบย่อยพวกนี้มันน่าทึ่งมากๆ แล้วซับเจคต์ก็เปิดเผยหมด เหมือนอยู่ดีมันยักย้ายถ่ายเทประเด็นจากเชื่อไม่เชื่อจริงไม่จริงมาเป็นรายละเอียดของตัวพิธีกรรมซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์แต่ตัวพิธีกรรมล้วนๆมันไปเสริมความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร

หนังมันไม่ได้ลงลึกคมคายอะไร แต่มันมองซับเจคต์แบบกึ่งเชื่อแล้วมันออกมาดี ความขัดแย้งของพราหมณ์กับพุทธกับผีในตัวสำนักทรงมันก็ประหลาดดีแม้หนังจะไม่ได้ตีตรงนี้แต่มันก็หลุดออกมาให้สังเหตเห็นอย่างน่าสนใจ

Mister Omelette (วัชรพล สายสงเคราะห์) A+

การเปรียบเทียบในหนังมันทื่อๆงงๆไปหน่อย แต่สิ่งที่ดีคือการที่เปรมปพันธ์ ทำหน้าเป็น ธัญ ตลอดเวลา

อีกรลี่Heeพลาสติกใส (กร กนกคีขรินทร์)

A ++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

มหาสึนามิของกรลี่ ที่สุดของที่สุดแห่งความเงี่ยน ความเพี้ยน ความบ้าคลั่ง ความชิบหายวายป่วงแบบโลคัล ที่เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ทั้งงามทั้งเศร้าทั้งเวียร์ด

อารมณ์ของมันไปสุดขอบจริงๆ

มัทนะพาธา องก์ที่ ๔ (วัชรพล สายสงเคราะห์)  A++

http://youtu.be/Ddr-ps6oJSI

พอเทียบกับ สมเจตน์ มีเย็น หรือ ธีรพัฒน์ งาทอง เราพบว่า สิ่งที่ทำให้หนังไม่ไปสุดทางคือการที่มันพยายามจะจริงจังเกินไป ทำหน้าที่เป็น education film เกินไป อย่างไรก็ตามเซนส์ของ วัชรพลในการทำหนังรักนั้นมีสูงมาก  หนังจึงเลือกจบในแบบนี้ อยากให้วัชรพลกลับไปทำหนังรักแบบปีที่แล้วอีกจัง

ดึกแล้วคุณขา (ธรัช หวังวิศาล)

A ++++

จริงๆยังรู้สึกสนุกกับการทดลองแบบธีรัชอยู่ หลายๆช่วงตอนเช่นการคอมเมนท์ซ้อนตัวบทอะไรก็น่าสนใจดี แต่การวางตัวหนังเป้นหนังsatire ตลกหน้าตายแบบwes anderson มันดูยังไม่เข้าที่เข้าทาง บางมุกเช่นพระยูทูปอาจจะเวิร์ค แต่บางมุก เช่นสาวอินดี้สะพายกล้องก็ดูจงใจ พอมันกลายเป็นหนังsatire ความสนถกของการทดลองมันก็บลดลงไป แล้วหนังsatire ถ้ามันไม่คมมาก มันจะอิหลักอิเหลื่อ แล้วยิ่งมันดูเป็นหนังมากๆ (หมายถึงไม่ใช่หนังแบบกึ่งวีดีโอบ้านๆเหมือนสมัยอยู่มัธยม) เลยยิ่งรู้สึกว่า มันเข้ารูปเข้ารอยแต่พลังน้อยไปหน่อย

หนึ่ง (ธีรพัฒน์ งาทอง)

A ++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

ชอบหนังเรื่องนี้ในระดับเดียวกับ อีกรลี่Heeพลาสติกใสของ กร กนกคีขรินทร์ มันเป็นหนังที่งดงามมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อวสานโลกสวย (ปัญญ์ หอมชื่น , อรอุษา ดอนไสว)

A ++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

เซนส์ของการเลิอกจบของหนังดูเหมือนจะคลิเช แต่ที่จริงมันตอกย้ำว่าอีก้อยชนะในเกมนี้

ฟินมาก ไปสุดทางมาก นี่คือความงามของการเคี่ยวพลอตและเรื่องอย่างเต็มที่ จนแม้การแสดงแบบแข็งๆของหนังก็ยังทำลายลงไม่ได้ เสียดายที่มันบอกแรงจูงใจแบบตรงไปตรงมาและบอกหมดเลยจนคนดูไม่ได้ต้องคิดตาม แต่รู้สึกว่ามันมีความร้ายกาจใช้ได้ แม้หนังจะขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เซนส์ของความชั่วช้าซึ่งเป็นสิ่งที่บทหรือการแสดงให้ไม่ได้ ต้องมาจากภายในคนทำ หรือฉากเล็กฉากน้อยที่ไม่สำคัญ

สิ่งที่ชอบสุดๆของหนังเรื่องนี้อีกอย่างคือ bodyของนีักแสดงหญิงที่ต้องเป็นเนทไอดอล เป็นนักเรียนหญิงที่เกลียดกัน รู้สึกว่าการเลือกตัวละครที่หน้าตาประมาณนี้คือสวยก็ได้ไม่สวยก็ได้ มันไปกันได้ดีกับตัวหนังในขณะที่อีเพื่อนดัดจริตของอีก้อยเป็นหน้าตาสวยสกอยท์ทุกคน

ฟินมาก ติดทอปเทนล่ะมั้ง ไม่ก็ทอป 30

อริสรา (ชาติตะการ เวชกิจ)

A +++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++

เป็นสารคดีเล็กๆที่งดงาม ชอบมากๆๆที่ซับเจคต์ของเรื่องมองว่าการทำศัลยกรรมสำหรับพวกเธอคนที่หาเงินเรียนเองมันคือการลงทุน จ่ายวันนี้เจ็บวันนี้หาเงินวันหน้า แล้วที่หนังบังเอิญไปคว้ามาได้ มันไม่ใช่เรื่องของชีวิตลำเค็ญของสาวพริตตี้ แต่มันไพล่ไปถึงความหมกมุ่นต่อการศัลยกรรมของตัวเอกด้วย สิ่งที่ตัวซับเจคต์เผลอพูดออกมาเรื่องการทำหน้านี่มันสุดยอดมากๆ เราเห็นความหมกมุ่นของตัวซับเจคต์ที่แรงผลักหนุนส่งจากปัจจัยแวดล้อมมากมาย ชอบที่หนังมันคว้าจับอะไรพวกนี้ออกมาได้ เสียดายที่มันอาจจะไม่คมสุดๆ มันต้องตามนานกว่านี้ พูดประเด็นเยอะกว่านี้ลงลึกกว่านี้แต่รู้สึกว่าที่ได้มานี่ก็น่าตื่นเต้นแล้ว

รู้สึกว่ามันคล้ายๆกับ ร่างทรง คือมันไปของมันได้ แม้จะไม่คมมมากแต่น่าสนใจสุดๆ

ฑ โสภา (วชร กัณหา)

A ++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++

หลังๆเวลาดูหนังของไกด์จะรุ้สึกเหมือนดูงานของศิลปินที่มีพลังอัดแน่นเกินหน้าเครื่องมือที่เขามีให้เลือกใช้ หนังเรื่องนี้ถ่ายภาพสมาชิกครอบครัวในระยะประชิด ถ่ายไรหนวด ริมฝีปาก เล็บมือ รอยแผล ส้นเท้าแตก ตาปลา ขนหน้าแข้ง ในระยะประชิด เหมือนสร้างlandscape บนเรือนร่างคนที่กล้องหลงรัก ในเพลงบรรเลงอันเศร้าสร้อย เรารู้สึกว่ามันงดงามมาก แล้วมันก็เจ็บปวดด้วยพอคิดว่าถ้าหนังมันถ่ายกล้องHD ได้รับpost production สวยๆ เกลี่ยสีแต่งแสง มันจะไปได้ไกลมากๆงดงามมากๆ แต่มันถูกจำกัดอยู่ด้วยความสามารถของกล้องหรือเครื่องตัด (และอาจะการดูในยุทูปของเราด้วย) ทำให้งานมันไม่ฉายแสงได้เต็มที่

หนังของวชร และธีนิต์ มักจะเจอข้อจำกัดแบบนี้ (ปีนี้ได้ดูหนังธนิแค่เรื่องเดียวบยังไม่กล้าฟันธง) ซึ่งมันน่าเสียดายมาก เพราะสายตา สิ่งที่พวกเขาจ้องมองมันงดงามกว่าหนังเทคนิคดีแต่ไม่มีอะไรให้จ้องมองเยอะมากๆ

เนตรแห่งโมงยาม (ธีรนิต์ เสียงเสนาะ) A+

เรายังไม่แน่ใจว่าหนังมันคือยังไง ตัวหนังจตามถ่ายกลุ่มหนุ่มสาวมุสลิมนั่งอ่านหนังสือหน้าห้างและกินส้มตำ แต่อดคิดต่อไปไม่ได้ว่ามันคือการจ้องมองโมงยามที่ไม่มีความหมายพิเศา ในขณะเดียวกันสายตาของกล้องที่เห็นมุสลิมกินส้มตำในร้าส้มตำมุสลิมมันมีความ exotic อยู่ประมาณหนึ่ง

ไทยทำ (Thai Time) ….

http://youtu.be/Fnopr2AnCT4

สิ่งที่น่าสนใจคือ argument ฝรั่งรักเจ้าดับคนไทยไร้ระเบียบมันยืนอยู่บนฐานคิดอะไร

1.ฝรั่งมันดีกว่าคนไทยตั้งเยอะมันยังยึดในหลวงเป็นแบบอย่าง การเทอดแบบนี้เป็นการมองฝรั่งสูงกว่าคน’ ฝรั่ง’ (ที่มีนัยยะเหนือกว่าดีกว่า) เขายังรักในหลวงเลย แล้วเราที่เป็นคนศักดิ์ต่ำกว่า ทำไมไม่ ฝรั่งไม่ได้ปเนตัวแทนคนนอกเฉยๆ แต่เป็นคนนอกที่มีศักดิ์สูงกว่า มันน่าสนใจว่าถ้าเปลี่ยนเป็นคนพม่า มันจะได้ตรรกะแบบนี้ไหม

2. การรักเจ้าไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องทางสังคม การพยายามโยงว่าการรักในกลวงเท่ากับไม่เป็นภัยสังคม (ถ้าจะเรียกการแวนซ์ การระเบิดภาคใต้ หรือม๊อบเป็นการทำลายสังคม =ทำลายชาติ) ตรรกะแบบนี้นอกจากจะโยงเรื่องเจ้ามาเป็นจักรวาลของทุกสิ่งแล้วมันยังอันตรายมาก เพราะแค่รักเจ้าก็เพียงพอไม่ได้พรูฟเลยว่าคนรักเจ้าจะทำอะไรเลวร้ายได้อีกหรือไม่ และการกระทำครึ่งหลังเกี่ยวอะไรกับการไม่รักเจ้า เพราะเด็กแวนซ์หรือคนตีกัน หรือชาวบ้านที่ตายก็อาจจะรักเจ้าก็ได้

การใช้ตรรกะรักเจ้าก็เพียงพอ มันเลยอันตรายและเอาไว้ให้คนปกป้องตัวเองด้วยการป้ายสีผู้อื่นในตรรกะที่ใช่้ไม่ได้

ถ้าจะเล่นตรรกะนี้ให้สุดต้องบอกว่า นหนังเรื่องนี้คือฝั่งครึ่งหลังของตัวหนังเองนั่นแหละ ไทยทำ ไทยมโนไปเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s