MARATHON DIARY 2013 PART 1

1001492_328603483936985_816659071_n

1 – 3 ปีแรก และ พัฒนาการของเด็กคนหนึ่ง (ชัชชัย ชาญธนวงศ์)

A +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สารคดีว่าด้วยพัฒนาการเด็กที่งดงามเพราะเป็นโฮมวิีดีโอลูกคนทำจริงๆในช่วงเวลา 1-3 ปีจริง  แลอ่านบทบรรยายด้วยตัวเด็กในวีดีโอจริง แม้บทบรรยายจะเป็นงานวิชาการ แต่มันมีเซนส์ส่วนตัวสูงมากๆ

5 นาที (กิตติพัฒน์ กนกนาค และ จันทร์ทรา เอี่ยมวิสุทธิสาร )

http://youtu.be/8H0XQM20MOs

A+

หนังรักษ์โลกว่าด้วยการทำหนังรักษ์โลก

5012 A.D. (ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ)

http://youtu.be/sYxYWEt0fG0

A ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชอบเซนส์ของหนังที่พยายามจะมโนให้ตอนนี้เป็นอนาคต  รู้สึกว่าจริงๆเราทำบ่อยๆ จริงๆคล้ายหนังบางเรื่องของ คลูเก้อ แต่ยังไม่จริงจังพอ

8 O’clock (วีรยุทธ กระจ่างศรี​)

http://youtu.be/4SPG33MUWms

A/A-

หนุ่มนักวิ่งมาดักรอสาวสิ่งผ่านตอนเคารพธงชาติ มโนตามประสาแต่ที่สงสัยคือตัวสาวแว่นนี่สองคนเล่นใช่ไหม

A Story of Gen Z ( ธนเสฏฐ์ ศิริวัฒนาดิเรก)

http://youtu.be/QD2hxBnT8Zk

A/A-

ไม่ทราบเดี๊ยนเข้าใจถูกไหมว่ามันเป็นหนังประชดการรถไฟ

ASIATIQUE dans mes souvenirs (ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ)

A ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชอยเซนส์ของมันมาก คือถ้าตัดtextขึ้นเรื่องมันจะเป็นหนังโฮโมอีโรติคสาวสองคนไปเอเซียทีค แต่หนังมันขึ้นtext ว่าจะพาสาวมาบอกรักแล้วเพื่อนสาวมาด้วย มันเลยกลายเป้นเซนส์ของการจ้องมองที่มีคนที่สามคือถคนถ่ายอยู่ในกล้องเต็มๆ มันเป็นหนังที่ีมีสายตาชัดเจน และเป็นบันทึกความทรงจำที่เต็มไปดวยความอึกอักกระอักกระอ่วนและอารมณ์ปรารถนาที่น่าสนใจ ไม่แน่ใจว่าจริงๆเป็นเซตหรือสด แต่ขอบสายตาของหนังมากๆ ชอบเวลาที่หนังจ้องมองหญิงสาวที่จะมาบอกรัก ทั้งมองนานแอบมอง มองสั้นมองไกล มองหมุน ชอบการถ่ายภาพผู้หญิงสองคนจับมือกันด้วยสายตาแบบอิจฉาลึกๆ หรือชอบการแพนไปยังหน้าอกของหญิงสาว ชอบการมองเพื่อนของหญิงสาวแบบไม่ตั้งใจ ชอบการที่หนังเสไปมองสิ่งอื่นๆคนอื่นๆ (อันนี้เป็นสายตาเฉพาะของศุภกิต์ ที่เห็นในหนังทุกเรื่องของเขา) มันดูเป็นบันทึกความทรงจำมากๆ ที่ดงงามแล้วก็เศร้า ชอบฉากจับมือสุดท้ายของหนังด้วย

เสียดายไม่ค่อยชอบเพลงเท่าไหร่ เหมือนพอมีเพลงมันเป็นกระบวนการทำลายความทรงจำยิ่งกว่าการตัดต่อ คือการทำให้ใหญ่ เป็นการเติม เหิมเห่อตัวความทรงจำเดิม(ภาพ) ให้กลายเป็นความโรแมนติค ในทางหนึ่งมันคือการรับรู้ความทรงจำที่ตัดต่อแล้ว คือทำให้เหตุการณ์กลายเป้นเรื่องโรแมนติคซึ่งนั่นแหละวิธีที่มนุษยืรับมือกับความทรงจำ แต่ในอีกทางหนึ่งมันก็ทอนความทรงจำให้ลดพลังลงเป็นเรื่องเล่าด้วย

} { ( กร กนกคีขรินทร์)

A +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อีกรหลอนโลก คือชื่อไทยสำหรับดิฉันสำหรับหนังเรื่องนี้ เวลากรทำหนังแบบเล่นeffect mirror อะไรแบบนี้เราจะรุ้สึกว่ามันน่ากลัวมาก มันweird มาก เพราะมันดูเหมือนเขาตั้งใจจะแสดงองคาพยพที่บิดเบี้ยวมากกว่าจะเล่นสนุก บางห้วงเวลาจะรู้สึกว่าเป็นหนังโครเนนเบิร์ก พวกตัวประหลาดอะไร

03/01/2013 & 24/05/2013 (กร กนกคีขรินทร์)

A ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ที่สุดของพลังแห่งความมืดดำ สะพรึงกลัว ชั่วช้า โสมมวิปริต และในขณะเดียวกันก็ทุกข์ระทมบ้าคลั่งและเจ็บปวดรวดร้าว

Awake (ปณัฐพงศ์ ภูวรัตน์ )

A-

ฝรั่งขี้นกครึ่งหลับครึ่งตื่นในภูเก็จ หนังก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นไปทั้งเรื่อง

BE-WHERE (พรสิริ ทองใบศรี)

A+

อีกนิดเดียวจะดีมากๆ ช่วงจบของหนังดีมากๆ แต่ตลอดทั้งเรื่องหนังเลือกท่ายากในการเลือกไม่เล่าแต่ปล่อยให้เราจมอยู่กับความทุกข์ของตัวละคร ปัญหาของมัน คือมันไม่สามารถถ่ายทอดความทุกข์ของตัวละครออกมาได้ (ไม่ว่าจะเพราะการแสดงหรือการขาดฉากเล็กฉากน้อยที่ไม่สำคัญแต่ร้อยขึ้นมาเป็นเรื่องของตัวละคร) หนังให้ผู้ชมนั่งดูตัวละครเล่นแสร้งวา่าฉันมีความทุกข์ พอถึงจุดที่ต้องการความร้่าวรานจึงไม่ปรากฏนอกจากความรู้สึกว่าอ๋อตัวละครกำลังร้าวรานอยู่สินะ

จริงๆพลอตมันเอื้อให้ละเมียดละเอียดและงามได้มากกว่านี้มาก แต่หนังทำได้งามดีในฉากจบ จริงๆถ้าไม่แน่ใจว่าจะเล่นท่านี้ได้ อาจจะต้องเล่าเรื่องเป็นเหตุการณ์เลยจะดีกว่า

deleted ( นิทรรศ สินวัฒนกุล)

http://youtu.be/qabZituz6vo

A ++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สาวผัวตายหลายปีผ่านกำลังจะมีผัวใหม่ในคืนที่เธอเก็บของย่ายออกจากบ้าน ผัวที่ตายไปก็มาทักเธอในเฟซบุค ชอบที่เมันสั้นกระชับน่ากลัว และหาทางออกให่้กับตัวเองได้อย่างสวยสดงดงาม  รู้สึกว่าเป็นหนังผีที่งดงามดี ชอบตอนจบของหนังมากๆ

Employees Leaving the MSN Training Factory (ศุภกิต์ เสกสุวรรณ)

http://youtu.be/w_JTVRyGLCw

A/A-

การรีเมคหนังพี่น้องลูมิแยร์กับสาวโรงงานไทย มันไม่ค่อยใหม่

No Address (สัตยา จันทร์ชนะ)

http://youtu.be/NgwUOS_hH98

A +++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ทุกวันชายหนุ่มได้จดหมายจากหญิงสาวลึกลับสอดใต้ประตูในห้อง514 ที่ซึ่งหญิงสาวเคยอยู่อาศัยและยังคงอยู่

ทุกสิ่งทุกอย่างในหนังเรื่องนี้คือความรุนแรงสุดขีด ฉากไคลแมกซ์ประดุจดั่งละครเวที และน้องนักแสดงนำหญิงเล่นแบบลืมคออักเสบ

Nyob Zoo-น๊อ โยง-สวัสดี (ณัฐศักดิ์ วีระนรพานิช)

http://youtu.be/WCg5g-7wYes

A ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนไปมะละกา เพื่อนชาวมาเลย์ที่เป็นจีนอพยพรุ่นสองรุ่นสามเหมือนเราและยังพูดจีนอยู่บอกว่าเราสามารถออกเสียงคำบางคำได้ชัดมากเพราะเราเป็นจีนอพยพเหมือนกัน แต่เราเป็นรุ่นที่สามแล้ว พูดจีนไม่ได้แล้ว และฟังได้เป็นคำๆที่น้อยมากๆ  การได้ยินอะไรแบบนั้นทำให้รู้สึกสองสามอย่าง แต่ที่สำคัญมากๆคือรู้สึกว่า ความเป็นจีนดั้งเดิมของเรา มันไม่เคยมีอยู่เลยจนมีคนมาทัก เป็นอัตลักษณ์ที่ล้างไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้รับมาอย่างภาคภูมิ เราเป็นจีนอพยพที่ไม่หลงเหลือรากเดิมอีกแล้ว

มันจึงสะเทือนใจมากที่ดูสารคดีที่ว่าด้วยภาษาม้งในเรื่องนี้ที่ตัวภาษาเป็นภาษาพูดอย่างเดียว จนนคนม้งที่ไปอยุ่เมืองนอกเอาภาษาอังกฟษมาเป็นพื้นสร้างภาษาเขียนของภาษาม้งจากภาษาอังกฤษ แต่ชุมชนคนม้งเมืองไทยรุ่นต่อๆมา ไม่มีใครพูดม้งได้อีกแล้ว เขียนยิ่งแล้วใหญ่ เพราะพวกเขาต้องเรียนไทยทั้งหมด ภาษาไทยเอาไว้ใช้สื่อสารทำมาหากิน ขณะที่ภาษาม้งเป้นเพียงภาษาที่ไว้พูดกันภายใน

การที่ตัวภาษาเองจับต้องไม่ได้ (ไม่มีภาษาเขียน) จนทำให้ต้องยืมภาษาอื่นมาใช้ ก็พูดถึงความไม่มั่นคงของตัวภาษาได้น่าทึ่งแล้ว แต่การที่คนม้งต้องเรียนไทย ลืมม้ง ทั้งเพื่อทำมาหากิน และเลือนอัตลักษณ์เพื่อปรับตัวเข้ากับส้งคม ทำให้ภาษาที่ชายขอบมากๆนี่หลุดไปเป็นชายขอบของชายขอบมากขึ้นไปอีก การสูญสลายของมันถูกคลี่ให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องการหลงลืมวัฒนธรรมเพ้อเจ้อแบบพวกคนชั้นกลางอนุรักษ์นิยมชอบพูดกัน แต่มันคือการดิ้นรนเพื่อเาอตัวรอดในสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การยื้อรักษามันไว้เป้นเรื่องดีงามแต่ไม่ใช่สิทธิ์ในการชี้หน้าคนอื่น

ชอบมากๆที่ครูพูดว่า หลังจากนี้จะต้องเปิด AEC ต้องเรียนภาษาอื่นๆภาษาม้งที่ไม่ได้ประโยชน์ก็จะมีแต่สาบสูญไป รุ้สึกว่ามันเป็นเรื่องเศร้าที่จำต้องเข้าใจมากๆ

My Passing Day ( ศรัทธา แสงทอน ) A ++

http://youtu.be/fM-dcWG7u4s

มันเนี้ยบมาก และฟูมฟายไปหน่อย จริงชอบๆความฟูมฟายของมันนนะ คนอกหักต้องฟูมฟายถูกแล้ว แต่มันอัดแน่น สอดคล้องพ้องจองไปหน่อย ภาพกับเสียงเล่ามันประสานกันจนขาดช่องว่างของเหตุการณ์ภายในที่ผู้ชมจะเอื้อมไม่ถึง มันเลยกลายเป็นหนังมากไปนิด

Fair Fair (ฉันทนา ทิพย์ประชาติ)

http://youtu.be/trjrZjdGc3U

A ++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ส่วนของการทำงานกลุ่มคนเดียวอาจจะไม่มีอะไร แต่ส่วนของการคอมเมนท์เฟซบุคท้ายเรื่องนี่สุดขีดมากๆ เพราะมันไม่ได้พูดแค่เรื่องความยุติธรรมไม่ยุติธรรมอย่าง’ซ่อนนัย ไปไม่ถึง ‘ การสื่อสารผ่านโซเชียล มีเดียเป็นของใหม่ที่เรายังไม่เห็นใครทำหนังที่ฑุดถึงความหวั่นไหว คลามคลุมเครือ ของมันออกมาเท่าไหร่ (มักจะมาในแนวประโยชน์ หรือโทษไปเลย) ฉากสุดท้ายในหนังมันเลยพีคมากๆ

ไร้กาลเวลา (วชร กัณหา)

A +++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

สารคดีชีวิตช่วงที่วชรไปบวชเป็นพระ  ชอบหนังมากๆ แต่อย่างที่บอก หนังของไกด์มักจะมีปัญหาเรื่องการปล่อยฟุตยาวๆจนพลังรุนแรงในวิชั่นที่่ายมามันอ่อนลง เหมือนกับแทบไม่ได้ตัดกระชับเลย ซึ่งเป็นปัญหามาหลายเรื่อง จริงๆพอแยกเป็นซีนๆเราพบว่ามันทรงพลังมากๆ ซีนเณรเล่นชกมวย เณรคาราโอเกะ หรือภารถ่ายแสงมัวๆนั้นงดงามทรงพลังสุดๆ แต่พอมันมาเจอกับความยาวยืดเหมือนวีดีโอไดอารี่ที่เอามาต่อโดยไม่เลือกตัดตรงจุดสูงสุดพลังมันก็ดรอปไปจนน่าเสียดาย ที่จริงหนังเรื่องนี้มีสภาวะไร้กาลเวลาที่ทรงพลังมาก ทั้งไร้เรื่องเล่า และไร้เวลา(ในแง่เวลาจริงๆและสถานที่วัดป่า )

คำพิพากษา (นิราวุฒิ สกุลแก้ว)

http://youtu.be/RhPd-QoWefw

A ++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++

ผู้หญิงคนหนึ่งเห็นผัวมีเมียน้อยเลยเอามีดไปกรีดแขนผู้หญิงอีกคนทำให้ต้องขึ้นศาลแห่งจิตใจ !

หนังอาจไม่ได้ใหม่มาก แต่ความคัลท์ของการจำลองจิตใจเป็นบัลลังก์ผุ้พิพากษานี่มันสุดขีดมากๆๆๆ และสิ่งที่สุดขีดที่สุดคืออารมณ์แบบหนังของสินจัย นาถยาในยุค 80’sบางขณะเรานึกว่ากำลังนั่งดู หย่าเพราะมีชู้อยู่ สุดขีดจริงๆ

Nowhere (เอกราช แก้วมะหิงค์) A+

http://vimeo.com/69789457

เข้าใจว่าตัวหนังจะวิพากษ์อาการพายเรือในอ่าง กลับไม่ได้ไปไม่ถึงของสือ ซึ่งเราอาจจะไม่ได้อินมากนัก แต่ที่ชอบมากๆคือ สีของภาพที่ดูม่วงเขียนเรืองแสงพลาสติกแบบยุคแปดสิบ ซินดี้ ลอวืเปอร์มากๆ

กองทัพปู (กฤตานนท์ ทศกูล) A+

มีความย้อนแย้งในหนังเรื่องนี้มากยิ่งกว่า อาการparadoxocracy ของเป็นเอกห้าร้อยเท่า ความย้อนแย้งนี้เองทำให้ไราไม่สามารถจะเซ็งทัศนคติได้อย่างเ๖้มที่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่านี่เป็นหนังคัลท์คลั่งชาติ มันเป็นการจับแพะชนแกะที่ประหลาดมากจนแทบรู้สึกถึงควาไม่เดียงสาโดยแท้

1.ถ้าไม่มีtext เรื่องทหารพระราชาเราจะคิดถึงสารคดี ปูทหารในแง่ทหารสามจังหวัดหรือไม่

2.กองทัพปูในสารคดี ถูกทำให้เป็นภาพแทนของทหารราชาปราบอริราชศัตรูผู้รุกราน แต่กองทัพผูในเรื่อง จริงๆคือกินสารอินทรีย์บนผิวดิน ตอนน้ำลง เท่านั้นแหละไม่มีฤทธิ์เดชอะไรการพยายามอธิบายถึงความยิ่งใหญ่เลยกลายเป็นการย้อนแย้งตัวเอง

3.แต่การย้อนแย้งนี้ถูกถมดัวยพลังของการถ่ายภาพ การจินตนาการที่งดงามมากๆ  การทำให้ภาพปูขึ้นจากรูเป็นกองทัพที่งดงาม การตัดต่อการถ่ายแบบนี้น่าทึ่งมากๆ การเลือกเพลงแบบโหมๆทำให้เห่อเหิมฉากกองทัพปู ฉากนี้spectacleมากๆ เพราะคนทำเชื่องยังงั้น

4.ที่นี้ตอนท้ายเหมือนหนังจะเปรียบคนที่เข้าไปทำลายปากบาราเป็นผู้ก่อการร้ายดักทำลายทหาร มันย้อนแย้งสุดขีด เพราะหนังบอกว่า ปูอยุ่มาก่อนแล้วโดนรุกราน แต่ในความเป้นจริงชาวบ้านอยู่มาก่อนแล้วโดนรัฐไทยรุกรานมันเลยกลับไปตบตีกับตัวtextเอง

5.ยังไม่จบ เพราะมันเหยียบเรือสองแคมเป็นสารคดี เปรียบเปรยเรื่องสามจังหวัดด้วย สารคดีกาสูญพันธุ์ของปูด้วย มันจึงต้องบอกว่าผูกำลังจะตายเพราะการรุกรายของนายทุน แน่นอน การสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่นี้มันเลยไปเสริมว่าเอ๊ะปูเป็นชาวบ้านแถวนั้นสิ เพราะทหารจะไปโดนนายทุน(รัฐ) ทำลายได้ไง

6.ย้อนแย้งที่สุดก็ตรงที่หนังวกกลับมาด่ารัฐบาล แต่ตั้งชื่อหนังว่า กองทัพปูนี่แหละ

อย่างไรก็ตามเดาว่า คนทำน่าจะเป้นเด็กมัธยมหรือมหาลัย ซึ่งเราคิดว่าน่าสนใจติดตามต่อไปแบบสุดๆ

เขากะลา (เอกภณ เศรษฐสุข)

A ++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++++

รุนแรงที่สุด หนังmock สารคดี ว่าด้วยสามหนุ่มเดินทางไปถ่ายทำUFO ที่เขากะลา ซึ่งมีกลุ่มตือนภัยที่เชื่อว่าติดต่อกับUFO ได้  หนังมีทั้งสัมภาษณ์ชาวบ้าน ไปพบหัวหน้าทีมเตือยภัยที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวด้วยารจุดธูปนั่งสมาธิ จบลงแบบคนอวดผีที่ทำให้ขนลุกเกรียว

ชอบความเนียนของมันมาก จนดูจบไปแล้วก้ไม่แน่ใจว่าสารคดีหรือ mock  ตัวsubject มันประหลาดมากๆๆ เช่นการจุดธูปบอกมนุษย์ต่างดาว หรือการไปตั้งเตนท์ เฝ้าUFOบนเขา ที่มีทั้งรอยพระพุทธบาท มีพระพุทธรูปมีรูปปั้นยักษ์  เป็นวิทยาศาสตรืผสมไสยซาสตร์แบบไทยๆที่ประหลาดพิสดารพันลึกมากๆ  ฉากกล้องถ่ายท้องฟ้า กับฉากไคลแมกซืของหนังก็หลอนในระดับที่รุนแรงสุดๆ เป็นหนังมาราธอนปีนี้ที่ชอบเป็นอันดับต้นๆรองจาก มะนีจัน และ deleted เลยทีเดียว

ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง (จุฬญาณนนท์ ศิริผล)

A ++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

+++++++++++++++++++++++++++++

เหี้ยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

หัวเราะไม่หยุดเลย จุฬญาณนนท์ เธอแรงว์

อภิชาติพงศ์ พบ นวพล แสงศตวรรษ พบ 36 พบ อ.อุบล บ้านสวนพีระมิด พบ ริวจิตสัมผัส ทั้งหมดอยุ่ในหนังสำหรับการให้ความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม ขอกราบตีย จุฬญาณนนท์ มาณ.ที่นี้

http://youtu.be/oeuzOxHW11Y

http://youtu.be/1-zehnh68-4

ครูอาชีพ (วีรสุ วรพจน์) …

อือม ครูที่ดีต้องเข้มงวด อือม

ก(ล)างเมือง คืนสู่แผ่นดิน (อัครินทร์ เรืองเนาวโรจน์)

A +++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++++++++++

สิ่งที่งดงามมากคือเวลาเราพูดด่าชนชั้นกลางอยากกลับบ้านไปทำการกเษตรว่าโลกสวยอะไรแบบนี้จริงๆมันยืนอยู่บนพื้นของการคิดว่าพวกนี้เหยาะแหยะ ดัดจริต การทำนาไร่มีแต่ความทุกข์  ซึ่งจริงๆมันเป็มายาคติที่ตอบโต้มายาคติแบบอยู่กับธรรมชาติน้ำฟ้าสวยงามของคนกลุ่มนี้อีกที แต่มันก็มีคนยที่อยากไปทำเพราะอยากทำ ทอผ้าเพราะอยากใส่เสื้อทอเองน่ะ  มันมีเหตุผลที่ง่ายจนไม่เป็นเหตุผล และไม่ต้องเข้าใจก็ได้ ชอบมากๆที่หนังพยายามจะพูดถึงทีท่าแบบนั้น แน่นอนว่าเราไม่ได้อ่านตัวหนังสือจากโควตก้เสี่ยงมากที่หนังสือจะเป็นเวอร์ชันโลกสวย แต่เราชอบสายตานิ่งสงบที่หนังถ่ายออกมาในฐานะคนที่อยากกลับไปอยุ่แบบนั้น และความเห็นแย้งของคนรุ่นพ่อแม่ที่ลำบากมาก่อนและไม่อยากให้ลุกลำบากเหมือนตัว​โดยส่วนตัวซีนทอผานี่งดงามและมีความหมายดี

TANIMURA (บารมีรัฐ จันทราศรีวงศ์) A+

http://youtu.be/iQtoVB3NytI

จริงๆชอบพลอตหนังทีเดียว แต่แอบรู้สึกว่าหนังกัดหนังอาร์ตนิ่งช้า ซึ่งการกัดหนังตระกูลนั้นแบบนี้มันไม่มันเลยเพื่อเทียบกับ การกัดแบบ จุฬญาณนนท์ ทีไ่ด้ดูในคืนเดียวกัน

btw ชอบซีนพิมพ์กูจะฆ่าแม่งยังไงมากๆ รู้สึกว่ามันเป็นการพิมพ์ที่intense กว่าารเดินในแหลมผักเยี้ยทั้งเรื่องที่เหลือ

Subscribe (Atijit Arratthainngam)

A +++++++++++++++++++++++++++

หนังคู่บุญกับ Deleted สนุกมากๆ ทำให้นึกถึง หนังสั้นที่GTH เอามาแปลงเป็นสี่แพร่ง จังหวะจะโคนมันมันส์ดี

ไข่มุก (ปฏิภาณ บุณฑริก)

A +++

หนังสั้นสร้างความเข้าใจเรื่องโรคเอดส์ ที่น่าสนใจมากคือการที่หนังให้คนทั้งตำบลพูดถึงไข่มุก (ชอบเป็นพิเศษคือเพื่อนบางคนที่มองว่าไข่มุกเป็นอภิสิทธิ์ชนจากการตกเป็นเหยื่อของการเป็นผู้ติดเชื้อ) แต่ไข่มุกไม่ได้พูดอะไรเลย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปได้ว่าไข่มุกไม่รู้ว่าตัวเองเป็น แต่ก็นั่นแหละ ในขณะที่คนอื่นพูดถึงไข่มุก หนังก็พูดแทนไข่มุกไปโดยไม่รู้ตัวด้วยในเวลาเดียวกัน ในแง่นี้หนังเหมือนหรือต่างอะไรกับครูที่ให้อภิสิทธิ์ กับไข่มุก

One thought on “MARATHON DIARY 2013 PART 1

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s