เกรียนฟิคชั่น (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล /2013/ไทย)เพราะเป็นวัยรุ่นจึงมีความหวัง

11481_10151440111243576_1856346647_n

เปิดเผยเนื้อหาของเรื่องทั้งหมดเลยนะมึง ขอบอก

จำได้ว่านับจาก กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ ก็มีแค่ ฮักนะ สารคามเท่านั้นที่เราคิดว่าเป้นหนังวัยรุ่นที่พูดอะไรที่น่าสนใจ และมีความเป็นวัยรุ่น มีฮอร์โมนแบบวัยรุ่นสูงมากๆ จริงจะนับซํคซี้ดเข้าไปด้วยก็ได้ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า เกรียนฟิคชั่นนี่ต่างหากคือหนังที่แก้ไขปัญหาที่ซัคซี้ดทำไม่สำเร็จนั่นคือการเล่าสวนที่ยากลำบากมากกว่าความหอมหวาน โดยยังคงฮอร์โมนแบบวัยรุ่นอยุ่ จริงๆถ้าหนังมีอารมณ์เงี่ยนเพิ่มเติมอีกนิดมันคงเป็นหนังวัยรุ่นที่สมบูรณืแบบ พูดเรื่อง เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยได้ครบรส

ชอบตัวละคร พลอยดาวในเรื่องมากๆด้วย เพราะเธอเป็นตัวละครที่ถูกเรียกด้วยชื่อจริงในขณะที่ตัวอื่นเป็นชื่อเล่น พวกคนที่ถูกเรียกด้วยชื่อจริงมักจะมีแค่สองแบบคือคนที่แปลกอยกจากคนอื่นจนไม่สนิทใจที่จะก้าวข้ามความสัมพันธ์ กับคนที่อยู่ไกลจากเพื่อนๆ เป้นพวกที่เกิดมาเป็นคนดังอะไรแบบนั้น ตัวละครพลอยดาวจึงน่าสนใจมาก เพราะเธอเป็นคนที่อาจจะแปลกแยกกับคนอื่นมากกว่าทุกคน (ทั้งเรื่องมีเพียงฉากเดียวที่เธอถูกเรียกว่าพลอย) เธออาจจะเป็นคนดี แต่ไม่ได้มีใครคบหาเป้นเพื่อนสนิท เวลาทุกคนไปตามหาตี๋เธอยังไม่ได้ไปด้วยเลย เธอเป็นคนที่อยู่สูงอยู่ไกล และอยุ่คนเดียว เป็นวัยรุ่นสวยๆรวๆยมันก็เหนื่อย

หนังเล่นสนุกกับเรื่องการสางปมในใจด้วยการทำให้มันไม่สำเร็จ ค้างคา ครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนที่งดงามที่สุดคือการแสดงรจนาเบลือกคู่ที่คืนนั้นที่สุดตี๋ไม่ได้สางปมอะไรกับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นทิพยืหรือ พลอยดาว ความเจ็บปวดของตี๋จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องชอบสาวคนเดียวกับเพื่อนหรือโดนทิพย์ด่า แต่มันคือปมสะสมของคนที่สร้างบาดแผลให้ผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วไม่สามารถลบเลือนหรือแก้ไขได้ ฉากเกมสามวิ บรรยายโครงสร้างความสัมพันธ์ซับซ้อนของตี๋กับพลอยดาวไว้ได้งดงามมากๆ (จริงๆตัวละครพลอยดาว กับก้อย(หรือเก่วะ) คือตัวละคร โดนัท กับ หญิง ในรักแห่งสยามด้วยประมาณหนึ่ง

ชอบที่หนังแสดงให้เห็นว่าทั้งหมดคือการลงโทษตัวเองของตี๋มากกว่าจะเป็นปมขัดแย้งจริงๆ สุดท้ายตี๋แก้ปมด้วยการแก้ผ้า ฉากอะโกโก้บอยเป็น)ากที่วัยรุ่นมากๆ เพราะมันคือการล้างบาปของตี๋ที่เป็นเรื่องที่ขี้หมามากๆ ไม่ใช่ว่าพลอยดาวคืนดีหรือไม่คืนดี แต่การสางผมกับเพื่อนไม่ใช่แค่สางปมกันและกันแล้วจะจบมันต้องสางปมในใจด้วย การไม่ติดค้างกันอีกแล้วในฉากนี้จึงเป็นฉากที่ทั้งตลกและเจ็บปวดมากๆ

สิ่งที่งดงามที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการที่มันพาตัวเองออกไปไกลพ้นขอบเขตของการเป็นเรื่องของวัยรุ่นชนชั้นกลางในเมือง ที่มีปม สับสนอ่อนไหวในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต มันกลับพาเราไปพบวัยรุ่นแบบอื่นๆ ที่ไม่ได้ต้องสอบเข้ามหาลัย หรือไม่ต้องมีปัญหากับสาวในโรงเรียน เพราะลำพังแค่มีชีวิตรอดก็ยากพออยุ่แล้ว เมื่อหนังแตกเส้นเรื่องพาเรามาถึงพัทยา หนังก็เข้าสู่โหมดใหม่ทันที ช่วงเวลาที่ทั้งตลก สนุก พิลึกพิลั่นของหนังทำให้นึกถึงอารมณ์พิลึกพิลั่นใน เฉิ่ม และ กอด ของคงเดช ที่พาหนังไปได้ไกลกว่าการเป็นหนังพลอตหลักพลอตเดียว คณะตลกประหลาด หรือโมนผมทอง เป็นทั้งตัวละครที่มีบาดแผล และ เป็นตัวละครที่ประหลาด สร้างโมเมนต์ยากจะลืมให้กับหนังเยอะมากๆ

ที่น่าสนใจมากๆคือการที่หนังโฟกัสที่วัยรุ่นชนชั้นกลางในเมืองตลอด จนเมื่อตี๋มาถึงพัทยา (ชอบพัทยาในเรื่องนี้มากๆๆๆ หนังอีกเรื่องที่ถ่ายพัทยาได้น่าสนใจมากๆคือ อีติ๋มตายแน่ ของยุทธเลิศ) เราได้เห็นความหวั่นไหวในสถานะทางสังคมผ่านปากไอ้ม่อนที่สงสัยว่าถ้าไม่ได้สอบแล้วชีวิตจะชิบหายอย่างไร จริงๆหนังเล่นกับความหวั่นไหวของสถานะทางสังคมของวัยรุ่นทั้งเรื่อง ตั้งแต่ความชิบหายของพลอยดาว จนมาถึงการหนีไปของตี๋ และการออกตามหาของเพื่อนๆ เรื่องใหญ่ของพวกเขาคือการสูญเสียสถานะมั่นคงของการเป็นเด็กม.หก สอบเข้ามหาลัย ของความเป็นเพื่อนซึ่งแยกกันไปแต่จตจำกันไว้ด้วยโมเมนต์ดีๆ แต่กับโมนผมทอง โลกมันต่างไปเลย การให้นักแสดงคนเดียวกันรับสองบททำให้มันน่าสนใจมากว่านี่คือโลกของคนที่ได้เรียน ได้มีชีวิตแบบคนชั้นกลาง (โมนเพื่อนตี๋)และคนที่ไม่ได้เรียน คนชั้นล่างปากกัดตีนถีบ (โมนผมทอง) โลกสองใบนี้มันวางคู่ขนานกัน แต่ในหนังวัยรุ่นเรามักจะเลือกหยิบโลกอันแรกหรือโลกอันหลังมาพูดโดยทำเหมือนว่าอีกโลกไม่ได้ดำรงคงอยุ่ด้วย การจากลาของโมนผมทองกับตี๋เป็นฉากที่ร้ายกาจและเจ็บปวดมากๆ ในทางหนึ่งมันง่ายที่จะมองว่าพวกจนๆคบไม่ได้ แต่หนังต่อด้วยฉากของลุงหอยยิ้มที่พูดกับตี๋เพื่อแสดงให้เห็นเป็นนัยว่า แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง และการยึดเอาความเป็นเพื่อน แทนศีลธรรมเป็นเรื่องชวนหัวว มากกว่าการหักหลัง ฉากนี้งดงามมาก ๆเพราะหนังจบลงด้วยอารมณืแสนดีแบบเพื่อนรัก เราจะจดจำนายไปชั่วกาล แต่ลุงหอยยิ้มบอกแล้วว่า ไม่มีหรอด สุดท้ายทุกคนต้องตายคนเดียว ความเป็นเพื่อนเป็นเรื่องชั่วคราว และเราไม่สามารถเอามันมาเป็นมาตรฐานตัดสินคนได้ อันที่จริงฉากเล็กๆที่งดงามมากๆ คือฉากที่โมนกับตี๋นั่งที่ทะเล แล้วโมนถามตี๋ว่าคิดถึงบ้านไหม ความคิดถึงบ้านของโมนกับตี๋มันต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะสำหรับตี๋มันยังมีที่มั่นคงรออยู่มีสถานะที่รอการเลื่อนขึ้นแต่กับโมนมันจะไม่ได้เป็นการหนีออกจากบ้านแบบนั้น ฉากที่โมนพูดสั้นๆว่ากูคิดถึงบ้านมันจึงเป็นฉากสั้นๆที่เจ็บปวดและเอาอยู่มากๆ

 

จริงๆแล้วตัวละครโมนผมทองจะทำให้เรานึกถึงตัวละคร นกแล ในกาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ จริงๆหนังมีความเชื่อมโยงกันอยุ่มาก เพราะมันล้วนพูดถึงตัวละครเดฏ้รุ่นที่หนีออกจากบ้านแล้วพบเพื่อนใหม่ ในตอนจบของกาลครั้งหนึ่ง ตัวละครนกแลหนีออกจากบ้านเด็ก ใครจะรู้เขาอาจจะโตมาเป็นอีกหนึ่งโมนผมทองก้ได้

อีกตัวละครที่คิดถึงคือตัวละคร แก่นในฮักนะ สารคาม แก่นเป็นเด็กวินที่อาจจะไม่ได้ไปเรียนต่อในกรุงเทพ เหมือนภูมิกับมุกในบทหนึ่งของฮักนะสารคาม

การโยงตัวละครสามตัวนี้เข้าหากันโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เรามองเห็นภาพ กำแพงปริญญาขิงสังคมที่ชนชั้นกลางจะขยับฐานะตัวเองผ่านการเรียนหนังสือปริญญาตรี และขยับสูงขึ้นไปเรื่อยๆถีบตัวออกจากชนชั้นล่างที่ไม่มีทางขยับฐานะ เพราะเขาไม่มีครอบครัว ไม่มีเงิน ไม่มีโอากาส ตี๋จึงได้มายืนอยู่ขอบเหวของสิ่งนี้และเติบโตขึ้น การแตะประเด็นนี้ในหนังมันเลยยิ่งงดงามมากๆ

ยิ่งหนังเลือกจบโดยการให้ตี๋กลับคืนสู่สังคมที่ตนสังกัด โดยไม่มีใครได้พบโมนผมทอง เขาก็จะค่อยๆลืมเรื่องนี้ไปช้าๆ กลับไปเป็นตี๋คนเดิมที่สอบเข้ามหาลัย และมีชีวิตต่อไป

สายตาของหนังเป็นสายตาวัยรุ่นมากๆ ตัวละครในหนังทุกตัวจึงเป็นวัยรุ่นทั้งหมด ไม่ใช่แค่ แกงค์เกรียน แต่เลยไปจนถึงอีแดงน้อย อ.เสน่ห์ และทิพย์ด้วย ตัวละครทิพย์นี่ถือว่าสุดขอบมากๆ จริงๆในขณะที่หนังโฟกัสที่ตี๋และเพื่อนๆตัวละครทิพย์ กับ โมนผมทองต่างหากที่เป้นวัยรุ่นจริงๆ และประสบเหตุเภทภัยของจริง ตัวละครทิพย์เป็นไม้เด็ดที่มะเดี่ยวเอาไว้น๊คอคนดู และที่งดงามาคือหนังให้ตัวละครนี้จบลงโดยไม่ได้โตขึ้น การลงรถไฟไปหาผัวของทิพย์ในหนังกลายเป็นการกะทำที่วัยรุ่นกว่าการหนีออกจากบ้านของไอ้ตี๋ด้วยซ้ำ และการเฉลยความจริงของทิพย์ก็ทำให้เราได้เห็น ผลที่ตามมา ของการเป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย มันไม่ได้เป็นบทลงโทษของใครที่จะมาพูดใส่หน้าว่าทำตัวไม่ดีเลยต้องโดนลงโทษ แต่เรามีทางเลือกเองและดิ้นรนต่อสู้ไปตามทางเลือกของเราเหมือนการต่อสู้ของทิพยื จนกลายเป้นว่าทางเลือไม่กี่ทางในโมโนลอกของตี๋ต่างหากที่เป็นข้อจำกัดกันความเป็นวัยรุ่นออกไปจากชีวิตพวกเขา ผลักให้เดินหน้าตามทางเลือกที่เลือกไม่ได้

หนังเลือกจบผ่าปากของตี๋ ที่ขอจะทำให้ทุกคนมีความสุขฉากนี้มันเจ้บปวดมากๆ มากกว่าการฉายภาพอนาคตเลวร้ายที่แท้จริงของทุกคน และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นภาพฝันปลอมๆของอนาคตแสนดีของทกุคนด้วย แต่มันเป็นภาพแทนของความหวังเมื่อครั้งที่เรายังมองเห็นโลกสวยงามต่างหาก ความฝันแบบนี้มันโหด เพราะกนังตอย้ำกับเราว่าตี๋แค่พยายามวาดมันขึ้นเพื่อที่จะเห็นคนที่เขารักเป็นสุขซึ่งในชีวิตจริงของตัวละครเราจะยังไม่เห็นและเราก็ไม่มีทางรู้ เรมีแต่ความหวัง เพราะเป็นวัยรุ่นจึงมีความหวังจะบอกว่างั้นก็ได้

 

2 thoughts on “เกรียนฟิคชั่น (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล /2013/ไทย)เพราะเป็นวัยรุ่นจึงมีความหวัง

  1. ชอบความประหลาดของเหตุการณ์ที่พัทยามาก จริงๆเรื่องมันสุ่มเสี่ยงที่จะออกทะเลตั้งแต่ตี๋ออกจากบ้าน สะเปะสะปะไปถึงพัทยา แล้วไปเจอโมนผมทอง ไปเต้นอะโกโก้ จนกลายเป็นสมาชิกของคณะตลกที่ประหลาดจริงๆ แต่สุดท้ายช่วงเวลานี้แหล่ะที่เป็นหมัดฮุค เป็นช่วงจำของหนัง และนำไปสู่การคลี่คลายปมทุกอย่างในเรื่องได้ดีมากๆ กลายเป็นคนชนชั้นล่างอย่างโมนผมทองหรือหัวหน้าคณะตลกที่เข้าใจความเป็นจริงและสัจจธรรมของชีวิต ในขณะที่คนอีกกลุ่มต่างหากที่ยังสับสน หลงทาง และยังไม่รู้ว่าจะหาทางออกให้กับชีวิตได้ยังไง ฉากที่หัวหน้าคณะตลกออกมาบอกลาตี๋โดยที่ไม่แสดงอาการตีโพยตีพายที่เสาหลักของคณะจะจากไป จึงเป็นฉากที่อบอุ่น งดงาม และทำให้ผมเสียน้ำตาโดยไม่รู้ตัว

    เกรียนฟิคชั่นเป็นหนังวัยรุ่นที่ห่ามพอประมาณ กวนทีนประมาณหนึ่ง แต่ลึกซึ้งมาก เหมือนเราเห็นเพื่อนเราคนหนึ่งที่มันมีหลายหลากอารมณ์อยู่ในตัวคนๆเดียวกัน เป็นหนังที่ดูแล้วอยากดูซ้ำ ย้ๆอีกหลายๆรอบ เพราะมันช่วยเปิดมุมมองและทำให้เราเติบโตได้ด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s