LIKE SOMEONE IN LOVE (ABBAS KIAROSTAMI/2012/JP) คล้ายคนมีความรัก

like-someone-in-love-

1.เหมือนใึึครสักคนที่กำลังมีรัก เอ๊ะนี่มันชื่อเรื่องของเรื่องที่แล้วหรือเรื่องนี้ นี่คือเรื่องของคนที่ ‘ทำเหมือนว่ามีรัก’ ชายแก่จ้างเด็กสาวมาสนทนาหรืออาจจะมาร่วมรัก อุตส่าห์ต้มซุปซื้อไวน์ แต่มาถึงเธอก็เอาแต่นอนเป็นนางนอน เด็กสาวมาทำงานพิเศษรับนัดเดทผู้ชาย แต่เธอก็มีความรักหรือเหมือนว่าจะมีรักกับแฟนหนุ่มที่ปลายสาย บยายเธอจะมาหาแต่เธอก็ทำเหมือนว่าไม่รุ้เรื่อง แล้วนั่งร้องให้ในแทกซี่ที่ผ่านสถานี

2.และเมื่อเรามีความรัก เราคล้ายคนบ้าคลั่ง เราทำลงไปเพราะรัก ตัวละครในเรื่องพากันแสร้งว่ามีความรักแล้วกลายเป็นคนอื่น ถลำลึกลงไปเพราะรัก สุดท้ายกลายเป็นคนอื่น แสดงเป็นคนอื่น ชายชราแสดงเป็นคุณตา หญิงสาวแสดงเป็นหลาน และคนรักแสดงเป็นคนดี การถลำลึกในห้วงรักที่เป็นเพียงของปลอมๆ แล้วทำให้ตัวเองพาลติดบ่วงไปด้วย หรือันที่จริงตัวเราไม่ใช่ตัวเรา เหมือนที่ลากองว่า ตัวเราประกอบขึ้นจากคนอื่น เรามีบทบบาทให้ได้รับเสมอ ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ เรามีบทบาทหลากหลายมากเสียจนเราไม่มีวันกลับไปสู่ตัวเราได้อีก เมื่อกลับสู่ตัวเราเองเราเป็นเพียงเด็กสาวขี้เซาที่หลับตลอดเวลาเท่านั้นเอง

3.หนังละเอียดละเมียดละไมตั้งแต่บท โครงสร้างของเรื่อง ไปจนถึงการถ่ายทำ ตลอดเวลามีเหตุการณ์เกิดขึ้นนอกจอแต่เราจะไม่ได้เห็น ตั้งแต่ฉากแรกเราได้เยินเสียงแต่ไม่เห็นตัวเธอ เราไปเห็นเพื่อนเธอแทน เราเิร่มเดาเรื่องจากตรงนั้น พอเราเห็นผู้ชาย เราก็คิดว่าคงเดินมาหาเธอแต่เราเห็นเขาไปโต๊อื่น อีกนานเราถึงรู้ว่าเขาเป็นเจ้านายของเธอ เธอทพเลาะกับแฟนบอกว่าไม่ทำงาน แฟนเธอชอบควบคุมเธอ สั่งเธอไปนับกระเบื้องในผับวันหลังเขาจะไปเชคว่าเธอไปที่นั่นจริงไหมแต่สุดท้ายแม้จะขึ้นเสียงเธอก็ขึ้นแทกซี่ไปทำงานไปหาชายแก่ เธอไม่ไดเป็นตัวเธอเองเลย เธอเป็นคนอื่น like someone ตลอดเวลา พอขึ้นแทกซี่เธอฟังเมสเสจในโทรศัพท์ยายเธอโทรมาบอกว่าจะมาจากบ้านนอก เธอร้องให้ แต่ไม่ยอมไปหายาย ยายเก็นรูเธอในอะไรที่ไม่ดีแต่ยายไม่เชื่อหรอก เธอไม่อยากเป็นเด็กไม่ดีของยาย like someone เธออยากจะlike someone แต่ being other ตลอด แล้วเราจะไม่รู้ว่า someone เป็นใคร ฉากที่ที่วนแทกซี่เราไม่เห็นว่ายายเธออยู่ไหม เราเห็นคนที่ม้านั่ง ตอนวนรอบแรก แต่ไม่รู้อาจจะไม่ใช่ยายเธอก็ได้ พอเธอให้วนซ้ำ เราเห็นผู้หญิงแก่สวมกิโมโนท่าท่างเด๋อด๋า เธอมองเหลียวหลัง อาจจะเป็นยายเธอแต่เราไม่มีทางรู้หรอก มันอาจจะเป็นother แต่เราคิดว่ามันเป็นเป็น someone ประเด็นทั้งหมดของหนังจึงไม่ได้อยู่ที่love หรือ someone มันอยุ่ที่ like การทำเหมือนว่าเป็นทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น ฉากนี้ฉากเดียวให้รสที่ทั้งเศร้าสร้อย งดงาม และไม่สามารถอธิบายได้

4. ในหนังมีภาพสองภาพเป็นภาพผู้หญิงสองคนที่แทนตัวเธอ คนนึงเป็นผู้หฯญิงคุยกับนกแก้วในห้องของชายเฒ่าเธอบอกว่าลุงวาดภาพนั้นให้เธอ ชายเฒ่าเล่าว่ามันเป้นภาพที่ดังเพราะมันมีความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆภาพแรกในขณะที่ภาพอื่นๆมีอิทธิพลตะวันตกภาพแทนของหญิงสาวในกิโมโนที่สอนนกแก้วให้พูด เธอถึงกับเอาดินสอมามวยผมแล้วทำให้เป็นภาพแทนของผู้หญิง แต่มันเลือ่นความหมายออก เพราะเธอรับเอาภาพนี้มาเป้นภาพแทนของเธอแต่มันผิดด้วย เพราะเธอคิดเอาเองว่า นกแก้วต่างหากที่สอนให้ผู้หญิงพูด เธอถูกทำให้เป็นหญิงในภาพวาดแต่เธอไม่ได้เป็น

อีกภาพคือภาพเธอในโฆษณาขายบริการ ภาพเอผูกแกละ ทำท่าเย้ายวนมีเบอร์โทรศัพท์ เธอปฏิเสธว่าภาพนี้ไม่ใช่เธอ แต่มันเป็นเธอ เธอกลายเป้นอีกภาพเสมอ ภาพที่เป็๋นเธอแต่ไม่ใช่เธอ เธอถูกลดรูปเป็นภาพแทนของ หญิงงามและโสเภณี ตัวของเธอขัดขืนเสมอ แต่ไมไ่ด้ไกล เธอติดอยุ่ระหว่างสองภาพนั้นแต่ไม่ใช่ทั้งสองภาพ เธอเป็นหญิงสาวหลับไหลท่ามกลางผู้ชายสามคน เจ้านาย ลูกค้าและคนรัก ซึ่งผู้ชายสามคนมีภาพที่บิดเบือนในการควบคุมเธอ ลูกค้าทำตัวเยี่ยงคนมีรักปกป้องเธอ คนรักเยี่ยงคนมีรักไม่ยอมเชื่อว่าเธอเป็นนางทางโทรศัพท์ โกรธเกรี้ยวเพ้อคลั่ง เจ้านายเป็นคนที่เราไม่รู้ แต่เขาไม่มีรัก อาจจะมีรักก็ได้ เขาถึงส่งเธอให้กับคนที่เขาเคารพ เลือกเธอไม่เลือกสาวผมแดง

5. หนังเต็มไปด้วยร่องรอยของเครื่องหมายคำถาม การแทนที่ซึ่งไมใ่แนบสนิท การดูเหมือนที่ไม่ใช่จงใจทำให้เหมือนแต่มันเพียงดูคล้ายๆและถูกทึกทักไปเอง ชายเฒ่าและหญิงสาวถูกทึกทักจากคนอื่นว่าเป็นตากับหลานกัน เล่นบทคลุมเครือคล้ายคลึงไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ เพื่อปกป้องอีกฝ่าย การกระทำแบบ like someone in love อันสุนทรีย์ ชายเฒ่าถึงกบัละทิ้งกองหนังสือ การงาน เพื่อไปหาหญิงสาวที่ที่เขาคิดว่าเหมือน เหมือนภรรยา เหมือนลูกสาว เหมือนหญิงสาวในภาพถ่าย แต่ที่เขาได้รับคือหญิงสาวที่หลับ เขาเองก้หลับเหมือนกัน หลับหลังจากมีรัก หลังจากไปส่งเธอเล่นบทคุณตาใจดี ให้คำปรึกษาคนรัก ตัวตนของเขาก็แกว่งไปมาระหว่าไงอ้แก่ตัณหากลับ และคุณตาใจดี นักวิชาการที่น่าเคารพ เขาไม่ได้เป้นตัวเขาอีก เขาหลับไป ตัวตนที่แท้หลับไหลที่ไหนสักแห่ง ถูกปลุกให้ตื่นรุนหลังให้ไปข้างหน้าในบทใหม่ๆ ทำเทียมว่าเป็นคนนั้นคนนี้ สิ่งนั้นสิ่งนี้ การเป็นเหมือนใครสักคน ทำให้เราไม่ได้เป็นตัวเรา เราเป็นคนอื่นเสมอ ในทุกๆเวลาที่เราเป็นตัวเรา

6.การซ้อนทับของกระจก (หน้าร้าน หน้ารถ) การหลงทิศผิดทาง เสียงซึ่งแทรกเข้ามาในความสัมพันธ์ เสียงโทรศัพท์ เสียงไมโครเวฟ เสียงกริ่งประตู มีคนอื่นแทรกเข้ามาในตัวเราเสมอ เรากำลังจะเป้นตัวเรา กำลังจะเป็นเหมือนสิ่งหนึ่งสิ่งอื่นก็แทรกเข้ามา ดึงเราออกหรือทับเราลงไป (ฉากแรกของหนัง เจ้านายของเด็กสาวมีเงาอยู่เหนือเธอทาบลงในการปฏิเสธของเธอ หรือภาพของเธอที่สะท้อนสลัวในทีวีที่ปิดอยุ่ เราเห็นแค่นั้น เธอถอดเสื้อผ้าแต่เราเห็นภาพมัวซัว เคียงอยู่หับชายเฒ่า ภาพสะท้อน ภาพที่แทรกเข้ามา บทสนทนากสั้นกุด ทั้งหมดคือควาเมป้นอื่นที่แทรกเข้ามาในความเป็นอื่น หนังดำเนินไปเช่นนี้

7.จน someone in love ปรากฏตัวขึ้นทุกอย่างจึงพังพินาศ ฉากจบอันงดงาม สะพรึง ประหลาด น่าตระหนกของหนังตบหน้าเราด้วยการบอกว่า like someone in love นั้นงดงาม รื่นรมย์ แต่ someone in love นั้นบ้าคลั่งร้ายกาจ รักคือความป่วยไข้ อาการฮิสทีเรีย การทำลายล้าง

8.เราทำตัวlike someone in love เสมอ เราชอบด้วยซ้ำ ที่จะlike someone in love มากกว่า in love จริงๆ ในอีกทางหนึ่ งเราlike someone แต่ไม่ได้ไเป็นตัวเอง ตัวของเราหลับอยู่ มีแต่การเสแสร้งแกล้งทำที่takeover ความจริงไปจากตัวเรา หลังจาก intellectดเต็มที่ในcertified copy อับบาส พูดเรื่องนี้อีก ผ่านทางเรื่องใหม่ขยับเข้าใกล้ตัวเรามากขึ้น จากความไม่จริงของศิลปะ ความสัมพันธ์ของคนรักกันจริงๆ กลายเป้นเรื่องของคนที่แกล้งว่ารักกัน แล้วทั้งหมดคือการกลายเป๋นอื่นผ่านทางความรักนั่นแหละ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s