FLORENTINA HUBALDO CTE ( LAV DIAZ /2012/PHILIPPINES) รูปทรงของความสิ้นหวัง

FlorentinaHubaldo

 

เธอชื่อ Florentina Hubaldo เด็กสาวเลี้ยงแพะและปู่ของเธอเดินไปตามถนนชนบทกรกร้าง จูงแพะตัวหนึ่งเร่ร่อนไปเรื่อยเปื่อยนานนับนาน บางเวลาเธอหยุดเหม่อจ้องถนนเมื่อได้ยินเสียงยวดยานอยู่ไกลๆ เสียงที่ไม่เคยมาถึง บางครั้งเธอแวะพักให้แพะกินหญ้า  เฝ้าถามปู่ของเธอซึ่งอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงว่าทำไมเราถึงไม่หนีไปเล่าปู่ ไปจากที่นี่ไปอยู่ที่อื่น แต่่่ปู่ไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วละ ปู่ไม่ไหนไม่ไหวอีกแล้ว ปู่บอกกับเธอ เธอฮึมฮัมชื่อตัวเอง ออกเดินทางเอาแพะไปส่ง ชายคนนั้นจ่ายค่าแพะ แล้วยัดเงินอีหลายเปโซให้กัปู่ บอกว่าตกลงกับบิดาของเธอไว้แล้ว ฉุดข้อมือเธอเอาไว้ ปู่ฮึดสู้กับชายผู้นั้น แพะวิ่งเตลิด เธอวิ่งเตลิด ลึกเข้าไปในป่า พอกลับถึงบ้านพ่อโกรธมาก  ทุบตีเธอ และล่ามโซ่เธอไว้กับเตียง นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ ซ้ำไปซ้ำมาราวกับวงจรชั่วร้ายไม่รู้จบ

 

เธอชื่อ Florentina Hubaldo  พ่อของเธอล่ามเธอไว้กับเตียงนอน รับเิงนจากคนในหมู่บ้านให้มาข่มขืนเธอ เสียงกรีดร้องกับโซ่เหล็กกระทบขาเตียง บางเวลาเธอฝันถึงยักษ์   พวกยักษ์แบบที่เอาคนมาสวมหุ่นขนาดใหญ่ เดินไปเดินมาในเทศกาล ยักษ์ที่เธอไม่เคยเอื้อมมืคว้าจับไว้ได้เลยสักครั้ง  บางครั้งเธอเพริดตามยักษ์ในจินตนาการเข้าไปที่ในเมือง  ยื่นมือไขว่คว้าหาอากาศกลางสายฝนที่แสนเศร้า  และเมือ่เธอกลับบ้านหลังจากหนีออกไป พ่อเธอจะจับเธอล่มอีกครั้ง ทุบตีีอีกครั้ง และขู่ว่าจะฆ่าปู่ของเธอเสีย  ยิ่งถูกทุบตียิ่งอ่อนระโหย สรรพสิ่งสูญดับจากความคิดเชื่องช้า เธอจดจำเรื่องของแม่ที่ตายไปไม่ได้เสียแล้ว จดจำเรื่องของเธอในตอนเด็กๆไม่ได้แล้ว เธอจึงลงมือเล่าเรื่องตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เล่าแล้วก็วนกลับมาที่เดิม ราวกับพูดซ้ำเพื่อท่องจำมันเอาไว้ เพื่อที่จะจดจำ มาถึงจุดหนึ่งเธอก็นึกอยุ่เป็นนาน เรื่องมันเริ่มต้นที่เธอของเธอ บางที่เธอก็นึกไม่ออกว่าเธอชื่ออะไร

 

ในทางการแพทย์ CTE ย่อมาจาก Chronic Traumatic Encephalopathy ที่กล่าวให้ง่ายก็คือโรคสมองเสื่อมที่สืบเนื่องจากการ ศรีษะถูกกระทบกระเทือนทำร้ายซ้ำๆจนเกิดบาดแผลในเยื่อหุ้มสมอง ผู้ป่วยมักมีอาการซึมเศร้า สับสน ก้าวร้าว และสูญเสียความทรงจำไปในที่สุด โดยอาการดังก่าวสามารถเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุได้นานนับเดือนับปี และอาการความทรงจำสึกกร่อน สับสน ซึมเศร้า คืออาการสำคัญที่เราจะใช้อธิบายหนังเรื่องนี้

 

เราอาจแบ่งงานของLav ได้เป็นสองแบบคร่าวๆตามตัวละครหลักที่เขาใช้ งานกลุ่มแรกคือตัวละครปัญญาชนผู้ทนทุกข์ที่โฟกัสไปยังบรรดานนักขียน ศิลปิน กวี ที่ยากแค้นแสนเข็ญตลอดชีวิตด้วยการเกี่ยวเนื่องกับการเมือง งานอย่าง Death in the Land of Encantos (กวีที่กลายเป็นบ้าหลังครอบครัวล้มตายในพายุ) Melancholia (ปัญญาชนที่ออกแก้ไขความสำนึกผิดที่ไม่ได้ตายตามคนที่รักในช่วงล้อมปราบ) และ  Century of Birthing (ผู้กำกับที่ทำหนังไม่เสร็จและไม่มีเงินถ่ายต่อ) ในขณะที่งานอีกกลุ่มของเขาโฟกัสไปยังคนเล็กคนน้อย ครแบครัวชาวนาที่แตกกระสานซ่านเซ็น (Evolution of Flippino Family) พอค้าเร่ในเมืองบาป (Heremias) หรือสาวเกลี้ยงแพะโสเภณีจำเป็นในเรื่องนี้  และแน่นอนทุกคนในจักรวาลของ Lav ล้วนตกเป็นเหยื่อของประวัติศาสตร์ และการเมอืงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

ในขณะที่หนังกลุ่มปัญญาชนของเขาพูดถึงผลกระทบทางตรงผ่านทางการยุ่งเกี่ยวทางการเมืองของปัญญาชน หนังกลุ่มที่สองกลับโฟกัสที่บรรดาผู้คนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย แต่เพียแงค่ดำรงอยู่ก็ถูกมือที่มองไม่เห็นของการเมืองซัดสาวกวาดชะตากรรมของตัวเอง ตั้งแต่ในระดับใหญ่ไปจนถึงระดับภาพแทนจำลองทางการเมือง

 

Florentina  Hubaldo CTE มีความคล้ายคลังกับ Heremias  Book 1 อยู่มากทีเดียวในแง่ที่ตัวมัน ดู ปราศจากการเมืองอย่างยิ่งแต่กลับเป็นภาพจำลองทางการเมืองอย่างยิ่ง  ในขักรวาลของLav ผู้หญิงมักเป้นภาพแทนของแผ่นดินแม่ แผ่นดินฟิลิปปินส์ ที่ถูกครอบครอง ถูกทารุณกรรม ถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า และมากกว่านั้นผู้หญิงภาพแทนประเทศในหนังของLav ยังเป็นผู้หญิงบ้าด้วยซ้ำ  (แม่ของRaynaldo ใน  Evolution ,  เด็กสาวไม่มีหน้าที่จะถูกข่มขืนใน Heremias Book1 , แม่ของกวีใน Encantos , โสเภณีกับนางชีปลอมใน Melancholia หรือสาวคลั่งศาสนาที่เป็นบ้าไปใน Century of Birthing

 

อาจจะน่าเบื่อแต่นี่เป็นวิธีการอย่างง่ายที่สุดในการอ่านหนังของLav  เริ่มผ่านอาการสติเลอะเลือนประสาทเสื่อมของFlorentina  ซึ่งเอาเข้าจริงมันคืออาการจากการถูกทารุณกรรมซ้ำๆ ภาพแทนง่ายๆของแผ่นดินพิเศษที่ถูฏปกครองผลัดมือมายาวนานทั้งสเปน อเมริกาหรือมาร์กอส ถูกทำลายซ้ำจนในที่สุด ประวัติศาสตร์และความทรงจำไหลทับซับซ้อนเลอะเลือนและไร้ความหมาย

 

ยักษ์ในฝันของ Florentina ไม่ต่างกับร่องรอยของเจ้าอาณานิคมที่ทิ้งไว้ ความปรารถนาที่ไปไม่ถึง พวกยักษ์ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยช่วยอะไรได้ นอกจากทิ้งร่องรอยเลอะเือนไว้ในความฝัน ในขณะที่บิดาของเธอคือกฏอัยการศึกของมารกอสที่ล่ามโซ่เธอไว้ให้เป็นโสเภณีแล้วริบเงินทั้งหมดไปจากเธอ ฉากหนึ่งเธอถามปู่อันง่อยเปลี้ยของเธอว่า ทำไมปู่ถึงสร้่างอสุรกายตนนี้ขึ้นมาไม่ต่างกับที่คนฟิลิปินส์สร้างมาร์กอสขึ้นมาเองและให้เขาดูดกินทำร้ายยาวนานหลายสิบปี  จนผู้คนสติไม่สมประดี จดจำไม่ได้อีกแล้วแม้แต่ชื่อตัวเอง

 

ในเวลาต่อมา Florentina หลบหนีจากบิดาของเธอได้ แต่เธอสะบักสะบอมจนตายลงไม่นานจากนั้น เธอได้รับความช่วยเหลือจากหนุ่มกรรมกรที่รับจ้างขุดหลุม เธอมีธิดาที่ป่วยไข้คนหนึ่ง คนที่บิดาปลอมๆ ชายหนุ่มคนที่ช่วยเธอ ทุ่มกำลังกายขุดหลุมชั่วนิรันดร์หาเงินมารักษาอาการป่วยไข้ที่ไม่อาจเยียวยา จนในที่สุดเด็กสาวก็ตายลงและพบกับวิญญาณของแม่ของเธอ

 

เจ็บปวดรวดร้าว ผู้คนที่พร่องพิการ ให้กำเนิดบุครธิดาที่ป่วยไข้ อาการเรื้อรังจากการถูกทารุณกรรมซ้ำๆกลายเป็นการประชดแป่นดินที่เจ็บแสบโศกศัลย์นี้ ผู้คนจากยุคสมัยมาร์กอส และ EDSA (ที่อาจจะเทียบเคียงได้กับฉากการกระเสือกกระสนของFlorentina ในช่วงท้ายเรื่อง)บอบช้ำเกินจะเยียวยา การฝากความหวังไว้กับคนรุ่นหลังไม่ได้เป็นอะไรมากว่าความสิ้นหวัง เพราะลูกหลานกลับถือกำเนิดใต้โลกอันพิกลพิการและเจ็บปวดป่วยไข้จนทำอะไรไปไม่ได้มากไปกว่าการรอความตาย คตนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ต้องทำงานอย่างหนักหนาเพื่อรักาษาอาการป่วยไข้นี้

 

นี่คือหนังที่เล่นกับความสิ้นหวังขั้นสูงสุด ครั้งหนึ่งแม้จะเดินไปในความมืด แต่ Raynaldo  ยังคงมุ่งหน้าเดินไปในตอนจบ แต่มาตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เด็กสาวตายโลกใกล้แตกดับ หนังเลือกจบในช่วงที่เจ็บปวดที่สุด แต่เรืองรองที่สุดด้วย โมโนลอกยืดยาวของFlorentina หลังจากหนีบิดาเธอมาได้ เธอพูดชื่อตัวเองซ้ำๆ เล่าเรื่องไปแล้วขาดตอน วกกลับมาเล่าใหม่ เริ่มต้่นจากชื่อ แน่นอนว่ามันเป็นฉากที่รวดร้าวทรมาน แต่ใช่หรือไม่ว่านั้นคือเวลาที่มีความหวังเรืองรองที่สุดในหนังเรื่องนี้

 

โดยส่วนตัวหนังจึงเป็นเสมือนฝาแฝดของ THE TURIN HORSE โดยไม่ได้ตั้งใจในแง่ของความสิ้นหวังถึงที่สุด นอกจากการถ่ายขาวดำ ต่อเนื่องยาวนาน และกิจวัตรซ้ำๆแล้ว เราก็พบว่าแก่นแกนของความสิ้นหวังสัมบูรณ์ทำให้หนังทั้งสองเรื่องเป็นคู่หนังสิ้นโลกที่รุนแรงสุดๆ

 

เคยพูดเรื่องสุนทรียศาสตร์ในหนังของLav ไปเยอะมากๆแล้วไม่ขอพูดซ้ำอีก  แต่ Florentina ดูเหมือนจะหลักLav  ไปไกลขึ้นเมื่อหนังไม่ได้มีแค่กล้องแช่นิ่งอีกต่อไป หากยังมี ฉากโคลสอัพ การถ่ายชัดตื้นภาพือไขว่คว้าขอบจอราวกับตัวละครอยากจะปีนออกจากจอภาพไปสู่ที่ที่ว่างไสวกว่านี้ ไขว่คว้าอย่างสิ้นหวังเป็นภาพที่งดงามและรุนแรงอย่างยิ่ง ดูเหมือนลาฟได้นักแสดงที่มีความสามารถมากพอจะเล่นหนังได้สุดทางมากๆ  Hazel Orencio ช่วยให่้หนังสองเรื่องหลังของLav เป๋็นความบ้าคลั่งที่ไปไกลขึ้นไปอีก ด้วยการแสดงที่น่าทึ่งที่สุดในรอบปีนี้สำหรับผู้เขียน  และดูเหมือนว่ายิ่งทำหนังLav จะยิ่งฝนความสามารถของเขาให้คมคายมากขึ้น โดยยังคงความไม่ประนีประนอมไว้อย่างมั่นคงและนี่คือความงดงามประจำปีของเรา ความสิ้นหวังที่งดงาม

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s