OBLIVION (JOSEPH LKOSINSKI/2013/US )มนุษย์นิยมหลังมนุษย์

Tom-Cruise-Olga-Kurylenko-Oblivion-2013

ปัญหาของหนังคือมันเป็นหนังมนุษย์นิยม ในโลกยุคหลังมนุษยืนิยม

1. Art Direction by Steve Jobs อยากจะเรียกสิ่งของในหนังว่า imotorbike ispaceracer และ ihouse มากๆ มันจะสวยจะขาวจะเกลี้ยงอะไรขนาดนั้น 555

2. ชอบจังหวะของหนังมาก ตอนแรกคิดว่าหนังจะไปได้ไกลเท่า MOON หรือ SOURCE CODE แต่พอหนังเลือกเล่นท่าแบบมนุษย์นิยม มันก็ลดตัวลงไปเป็นWALL -E หรือ INDEPENDENCE DAY ทันที แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของหนัง เพียงแต่ท่าทีมนุษย์นิยมของหนังมันอาจจะมาช้าไปในโลกที่ตอนนี้เราต้องตรวจสอบมนุษย์นิยมกันสิ


3. ดีใจที่หนังดึงจังหวะช้าเพื่อเล่นกับตัวประเด็นในเรื่องไปจนจบเรื่อง โดยไม่มัวให้เวลากับการ spectacle ผู้ชมด้วยฉากแอคชั่น

4. ตอนแรกหนังเลือกเล่าให้สนใจในประเด็นความทรงจำ การเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ การถูกเขียนประวัติศาตร์ทับลงบนของเดิม (โอค Total Recall นะ) แล้วก๋็เลยไปประเด็นโลกใต้ดินขอโลกที่ตายไปแล้ว (โอเค MAtrix) จากนั้นก็เป้นประเด็นโคลน (โอเค Moon + Resident Evil) แต่ทั้งหมดทั้งมวลซึ่งท้าทายความคิดที่มีต่อมนุษย์ ว่ามนุษย์เปาะบางเชื่อไม่ได้ตกเป็นเหยื่อ และมีแต่การต่อสู้เพื่อปลดปลอยจะทำให้เป็นอิสระ แล้วก็ต้องสู้รบกันต่อไป (ลองนึกถึงประเด็นของMatrix จะชัด) แต่หนังก็หันกลับไปใช้ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายในการเชิดชูความเป็นมนุษย์ ซึ่งในที่นี้คือความรักแบบฮิสทีเรีย

5.จริงๆความสัมพันธ์ของ แจ๊ค กับวิกก้า นี่เป็นความสัมพันธ์แบบ โบราณมาก ผู้ชายออกไปเข้าป่า ท่องเที่ยวเดินทาง หญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากัยบเรือนคอยดูแลยบ้านช่องให้เป็นระบบ แล้วผุ้ชายก็ไปเจอความexotic ภายนอกที่จะมาสั่นคลอนความเชื่อพื้นฐานดั้งเดิม ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวขึ้น อะไรแบบนั้น เป็นพลอตแบบเก่าๆเลย ซึ่งในที่นี้ผู้หญิงเป็นการแสดงความจำนนต่อระบบ เพราะครอบครัวจะฟอร์มขึ้นไดก็ด้วยพื้นฐานที่มั่นคง ความมั่นคงถูกจัดหามาโดยรัฐ (ในนามของศูนย์ควบคุม) ดังนั้นการเล่นบทเด็กดีของรัฐจึงไมไ่ดแค่ทำไปเพราะเป็นคนของรัฐ แต่เป๋็นเพราะความหวาดกลัวความไม่มั่นคงด้วย (ในที่นี้คือการไม่ได้กลับไททัน) ในขณะที่ผ่ายชายรักการผจญภัยและอยากอยู่บนโลกนี้การผจญภัยทำให้พบสิ่งใหม่ที่ต่อต้านระบบ และการskeptic ของฝ่ายชายนี้เองที่ทำให้เปิกปัญหา แต่เขาไม่ได้เป็นขบถนะ เขาจะกลับไปหามโนธรรมอีกแบบหนึ่ง

6.การค้นเจอโลกที่แท้ ทำให้ประเด็นความทรงจำตกไปเลยนะ คือมันก็เลิกเ่นกับความทรงจำของตัวเองนั้เชื่อไม่ได้ ไปเลย การที่ความทรงจำสูญหายไม่ใช่เพราะความทรงจำเชื่อไม่ได้แต่เพราะถูกสร้างขึ้นและเพราะมนุษยืมีความดีงามอยู่ภายใน มันจึงมีสิ่งดีพยายามจะหลับมาหามนุษย์เสมอ สิ่งนั้นเรียกว่าความรัก และไอ้ความรักนี่เองคือหัวใจหลักของหนัง หัวโจหลักในการเชิดชูมนุษยืซึ่งหนังก๋็ทำท่าจะสำรวจมันแต่ก็ผละไป

7.พอประเด้นนี้ตกไปก็จะมีประเด็นการเป็นโคลนมาแทนที่ มันน่าสนใจมากกว่า ในขณะที่ประเด็นโคลนมักจะเอามาใช้ทำลายความเป้นออริจินัลของมนุษยืกลฃ่าวคือ คุณไม่รุ้ว่าคุณเป็นตัวจริงหรือโคลน แล้วพอเราสูญเสียตวามเป็นตัวตนจริงๆควาเมป็นมนุษย์ก็จะสูญหายไปด้วย เหมือนที่พอมาถึงจุดนึง ลิซ่าในRESIDENT EVIL ไม่รู้แล้วว่าเธอเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง และไม่รู้ว่านี่คือลูกโคลนหรือลูกจริง การเลือกสุ่มหยิบเด็กสักคนในตอนท้ายของภาค5 มันเลยท้าทายดี ในขณะที่หนังเรื่องนี้ได้ให้คำตอบต่อการกระทำของลิซ่าเลยว่ามึงทำถูฏแล้ว เพราะไม่ว่าจะโคลนสักกี่คนมนุษย์ก็ยังมีจิตดวงเดียวกัน มีความดีงามเหมือนๆกันอยู่ นางเอกจึงรับโคลน49ได้ แบะการมาถึงของโคลน 52 ก้ใช้หลักการเดียวกัน ประเด็นความไม่ออริจินตกไป แต่ประเด็นมนุษย์มีความดีงามที่แท้ก็กลับมาฉวีวรรณขึ้นเรื่อยๆ

8. ทีนี้พอความจริงปรากฏ พระเอกก็ค้นพบบทกวีโบราณของโรมัน เรื่องการตายเพื่อพระเจ้า(ทดไว้เรื่องนี้) แล้วออกไปกู้โลก แบบผู้เสียสละ อันนี้มันจะเข้าแก๊ปชาตินิยมเลย คือรู้สึกถึงเพื่อนร่วมโลกที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนตัวเอกทั้งหมดคือความรัก ที่น่าสนใจคือความรักนี้มันไม่skeptic เท่าการskepticของตัวเอกด้วยซ้ำ เพราะมันเจอปุ๊บปกป้องเลย เพราะว่ามนุษยืเป็นความดีงามอะไรแบบนั้น (หนังคงต่างไปถ้าตอนหลังเฉลยว่านางเอกเป็นโคลน)ความรักแบบฮิสทีเรีย((อีกแล้ว) คือสิ่งที่หนังเชิดชู มนุษยืเชิดชู ควาเมป้นปัจเจกที่ทำให้พระเอกแตกต่างจากโคลนคนอื่นและทำให้ภารกิจสำเร็จ

กล่าวโดยสรุปคือประเด็นท้าทายน่าสำรวจทั้งหลายในหนังวิทยาศาสตร์ถูกปัดตกไปในเรื่องนี้ด้วยความจริงเพียงพอข้อเดียวว่ามนุษยืเป็นสิ่งดีงามเป็นบุตรของพระเจ้า และต่อสู้เพื่อความดีงามนั้น พูดให้ถูกคือมันเป็นหนังไซไฟที่ศาสนามากๆๆๆๆ

9.แต่พอเล่นท่านี้ปุ๊บมันตีย้อนกลับไปน่าสนใจอีกชั้นเมื่อเราพบว่าสิ่งที่พระเอกทำคือ suicide bomb แล้วการทีพระเอกเป็นโคลน ทำให้ในทางตรงกัยข้าม(ซึ่งลักลั้นย้อนแย้งดีมาก) พระเอกก้คือควจำนวนมากที่เป้นบุตรของพระเจ้าเหมือนกัน เป็นคนไร้ชื่อที่แทนที่กันได้ (สิ่งที่ตอกย้ำคือการที่52มาแทนที่49ในตอนจบ) ดังนั้นบทกวีโรมันที่อ่าน และSUICIDEBOMB ที่นอกอวกาศจึงน่าสนใจมากว่า มันลักลั่นย้อนแย้งดีถ้าเอาไปแทนค่ากับ เหตุการณ์ ระเบิดพลีชีพใน 911 ซึ่งถูฏขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์เดียวกันกับที่ผู้ชมซาบซึ้ง ตายเพื่อพระเจ้า อเมริกาคือระบบที่หลอกลวง และเราต่อสู้ด้วยการจิฮัด การตีกันเองในเรื่องไม่ใช่การสะดุดขาตัวเองล้ม แต่เป็นการต่อยอดออกไปที่น่าสนใจมากๆ

10. เนื่องจากมนุษย์ในหนังเป็นมนุษยดี เราจึงเห้นแต่ความร่วมมือร่วมใจ ตั้งแต่ต้นจนจบ และฉากจบของหนังถ้าอยู่ในหนังไซไฟมันจะน่ากลัวมากว่ามนุษย์ได้รุกล้ำสวนสวรรค์อีเด็นแล้ว และปัยาจะตามมามากมาย มนุษยืด้วยกันเองจะทำลายกัน แต่ไม่เลย หนังบอกว่ามันคือการทำความดีพาคนรักมาหาอะไรทำนองนั้น

สรุปก็คือหนังมันเป็นมนุษยืนิยมมากๆ และความเป็นมนุษย์นิยมนี้เองที่เป็นปัญหากับตัวมนุษย์เอง ซึ่งหนังเล่าได้น่าสนใจดีมากๆ คือมันทั้งโมเดิร์น และ แสดงจุด่อนของโมเดิร์นไปพร้อมๆกันไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s