พิศาล อัครเศรณี : พิศวาสในอุ้งมือซาตาน

pisal

ตีพิพม์ครั้งแรกใน นิตยสาร  OCTOBER ฉบับ SEX

 

เขาลากเธอลงจากรถ เขาผลักเธอตกลงไปในน้ำ เขาจิกผมเธอ เขาด่าเธอเป็นกะหรี่ เขาทุบตีเธอ เขาดูหมิ่นเธอ เขาทำกับเธอเหมือนเธอเป็นสัตว์ ส่วนเธอ เธอด่าท่อเขาหยาบๆคายๆ เธอเอาปืนจ่อเขา เธอบอกเขาเป็นสัตว์ เธอหนีจากเขาเพื่อที่จะกลับมา เพื่อที่ในที่สุดทั้งคู่จะรักกัน รักกันดูดดื่มหลังจากการ่วมรักกัน บ้างโดยการบังคับขู่เข็ญ บ้างโดยการสมยอม

นั่นล่ะสิ่งที่เรารู้จัก เคยได้ยิน เคยดูแต่จำไม่ได้ สิ่งซึ่งหลงเหลือตกค้างอยู่ในความทรงจำเวลาที่เราพูดถึงสิ่งที่เราเรียกกันอย่างเหมาๆว่าอาการ ‘ตบจูบ’ สิ่งซึ่งปรากฎประหนึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าในหนังของ พิศาล อัครเศรณี

เขาอาจถูกจดจำในฐานะผู้กำกับตบจูบ พระเอกซาดิสต์ ภาพผูกพ่วงอยู่กับการใช้ถ้อยคำรุนแรงด่าทอตบตี  ทำร้ายนักแสดงหญิงจนอ่วมอรทัย พ่อหนุ่มตัวเล็กเคราเฟิ้มตาดุที่ตะคอกตลอดเวลา หากที่จริงแล้วเริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงและนักพากย์ พิศาลปรากฏตัวครั้งแรกในบทดาราสมทบในหนังเรื่องสกุลกา ก่อนจะโด่งดังเป็นพลุแตกในหนังซึ่งเป็นปฐมบทตบจูบที่จะติดไปกับตัวเขา นั่นคือการรับบทคุณเภิก เศรษฐีเจ้าของไร่อารมณ์ร้ายที่จ้างน้ำผึ้ง ครูสาวโรงเรียนประชาบาลที่กำลังเข้าตาจนมาสอนหนังสือลูกชายเจ้าอารมณ์ของเขา คุณเภิกและลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อน ด่าว่าแม่น้ำผึ้งเราเจ็บๆปวดๆ เสียๆหายๆ แต่น้ำผึ้งก็ต้องจำทนเพราะเขาซื้อเธอมาด้วยการแลกกับการรักษาพยาบาลพ่อแม่ของเธอ ในภาพยนตร์มนต์รักอสูร(2521)ที่กำกับโดยหม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย ซึ่งพิศาล(ภายใต้ชื่อ วรรณิศา) เป็นคนเขียนบทหนังเรื่องนี้ขึ้น (นอกจาจากชื่อ วรรณิศา เขายังเขียนบทในชื่อ พิยดา อรรครพล อีกด้วย)

หนังขับเคลื่อนไปด้วยการถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใอย่างต่อเนื่อง (แน่นอนรวมเอาการข่มขืนในนามของการ ‘ปล้ำ’ เข้าไว้ด้วย ) ชายผู้ซ่อนความอ่อนไหวของตัวเองภายใต้ความกักขฬะค่อยๆถูกกระเทาะเปลือกจากความดีงามของสาวน้อยที่แสนบริสุทธิ์ ยิ่งมีตัวเปรียบเทียบเป็นสาวเปรี้ยวจากในเมืองที่หยิบหย่งยิ่งฉายชัดถึงความงามน้ำใจของเธอ และทำให้ในที่สุดทั้งพ่อลุกต่างต้องการครูน้ำผึ้งมาเติมเต็มชีวิต ในขณะที่ครูน้ำผึ้งเอง หลังจาก ‘โดนไปดอกหนึ่ง’ก็ตกหลุมรักคุณเภิกเสียแล้ว และเรื่องก็จบลงตรงที่ทั้งหมดกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นสุขในไร่รักเรือนเรา

มนต์รักอสุรประสปความสำเร็จเมื่ออกฉาย และกลายเป็นปฐมบทแห่งสงครามตบจูบที่ตัวพิศาลเองได้หยิบมาทำซ้ำ บิดขนบ ล้อเล่นกับมันในหนังเรื่องต่อๆมาตลอดชีวิตการทำหนังของเขาเองซึ่งเราจะได้กล่าวต่อไป

อย่างไรก็ดีเราอาจแบ่งหนังของพิศาล อัครเศรณี ออกไปเป็นสองกลุ่ม โดนนอกจากขนบหนังขนบ ‘ตบจูบ’ แล้วนั้น พิศาลยังสร้างหนังจากบทประพันธ์โด่งดังของนักเขียนสตรี (หรือบางครั้งเขาก็เขียนบทเอง)โดยทุกเรื่องนั้นก็คล้ายคลึงกัยเพียงแต่เปลี่ยนมือผู้ตบจูบจากโจรร้ายมาเป็นชะตากรรมช้ำชอกเข้มข้นที่สาดใส่ตัวละครจนแทบย่อยยับ หนังดราม่าชีวิตหนักหน่วงที่บทสนทนารุนแรงบาดหู และภาพชีวิตเข้มข้นบาดตา หากดำเนินไปตามขนบแฮปปี้เอนดิ้งในที่สุด

ตัวอย่างเช่น ฟ้าหลังฝน(2521) เล่าเรื่องของ เด็กชายโอปอลล์ ลูกที่เกิดจากพ่อนักศึกษาและแม่แม่ค้าที่อาศัยอยู่ด้วยกันในสลัม พ่อของเขากำลังเรียนรัฐศาสตร์ และผูกสัมพันธ์ลับๆอยู่กับเพื่อนสาวนักศึกษที่ร่ำรวย ต่อมาเมื่อแม่ของเขาทราบความจริงก็หอบลูกหนีหายไปเป็นคนงานก่อสร้าง และลงเอยอย่างเศร้าๆเมื่อนางมาตายเพราะตกลงมาจากรถผสมปูน เด็กชายโอปอลล์จึงตกอยู่ในการเลี้ยงดูของป้าที่เคยอาศัยอยู่ข้าง้านในสลัม บัดนี้เธอเป็นโสเภณีหาเงินเลี้ยงผัวขี้ยาจอมโหด ที่กระทืบหนูน้อยโอปอลล์จนสลบคาตีน(หนังมีฉากกระทืบเด็กจริงๆ) จนหนูน้อยต้องหนีไปอยู่กับแกงค์เด็กขายของข้างถนนในอาณัติการดูแลของลุงคนหนึ่ง จนกระทั่งชะตาฟ้าลิขิตให้ได้มาพบพานกับพ่อของตัวเองและได้ชีวิตดีงามกลับตืนมาเหมือนท้องฟ้าหลังฝนอันสดใส

หรือในดวงตาสวรรค์(2525)(บทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน ในนามปากกา กัญญ์ชลา)  ที่เล่าเรื่องของแพนสาวบ้านนากำพร้าแม่ที่ถูกแม่เลี้ยงทารุณจนต้องหนีมาพึ่งใบบุญบ้านคนร่ำรวย เธอรักคุณชายเล็ก แต่แต่งานกับคุณชายใหญ่ พี่ชายของหญิงอรที่เป็นคู่รักของคุณชายเล้ก แล้วยังมีเพื่อนสมัยวัยเด็กมาตามรักเธออีก แต่คุณชายใหญ่เอาแต่วาดรูปและละเลยเธอ ขณะที่เธอก็ยังพยายามจะทำลายความรักของคุณชายเล็กและหญิงอรจนในที่สุดชีวิตของเธอก็จบลงอย่างเป็นโศกนาฏกรรม

เพลงสุดท้าย (2528) เล่าเรื่องที่ต่างออกไปจากหนังทุกเรื่อของเขา  นี่คือหนังที่เล่าเรื่องชีิวิตของสมหญิง ดาวราย สาวประเภทสองนางโชว์คาบาเร่ต์พัทยา ที่ได้พบกับนายบุญทิ้ง หนุ่มบ้านนาที่เข้าเมืองมาเป็นช่างซ่อมรถเพื่อหนีความจน สมหญิงจ้างบุญทิ้งให้เป็นคนขับรถต่อมาก็ยับฐานะเป็นคนรัก ซ้ำยังผลักดันจนเขาได้เป็นนักร้องหน้าม่านของคณะโชว์จนเขาโด่งดังมีชื่อเสียง ในขณะเดียวกัน บุญทิ้งก็เริ่มผูกสัมพันธ์กับเด็กสาวที่เป็นคนรักของสาวทอมเพื่อสนิทของสมหญิง ทั้งคู่แอบคบกัน แอบไปร่วมกันเปิดอู่รถ แอบตั้งใจจะแต่งงานกัน และเมื่อทั้งคู่เปิดเผยเรื่องรักต่างเพศต่อคู่รักร่วมเพศของตนเรื่องราวก็ดำเนินมาถึงจุดจบ เมื่อสมหญิงขึ้นโชว์ ‘เพลงสุดท้าย’ของเธอต่อหน้าผู้คน

ใน ชะตาฟ้า (2530)นาถยารับบทสาวเคร่งศาสนาที่เป็นคุณครูสอนร้องเพลงในโบส์ถ แต่ถูกล่อลวงโดยนักร้องหนุ่มเซียนพนัน ด้วยความต้องการจะเอาชนะเพื่อนที่ท้าพนันว่าเขาจะจีบเธอไม่ติด ทั้งคู่แต่งงานกัน ถึงกับมีลูกด้วยกันก่อนที่เธอจะพบว่า เขามีลูกเมียอยู่แล้ว แถมยังติดหนี้พนันจนเธอถูกยึดบ้าน ท่านแม่อธิการที่โบสถ์ก็ไม่ช่วยเหลือเธอ ต้องหอบลูกไปอาศัยกับเพื่อนเก่าที่เป็นพยาบาล แต่ดูเหมือนยังไม่เลวร้าสยพอ เธอฆ่าไอ้คนที่พยายามจะปล้ำเพื่อนเธอตายไม่ได้เจตนาทำให้ต้องไปติดคุกอยู่หลายปี ฝากลูกไว้ให้เพื่อนช่วยดูแล ครั้นพอออกจากคุกเธอก็เลือกเส้นทางไปเป็นโสเภณีเพื่อหาเงินเลี้ยงลูกชายคนเดียวซ้ำยังต้องปกปิดความจริงที่ว่าเธอเป็นแม่ เพราะกลัวลูกจะอับอายเพื่อนๆ จนเมื่อสามีเก่ากลับมาทวงลูกคืนเธอก็ต่อสู้จนฆ่าเขาตาย และต้องไปติดคุกอีกครั้งหนึ่ง กาลเวลาผันผ่าน ลูกชายของธอกลายเป็นคุณหมอคนดี ขณะที่เธอเพิ่งออกจากคุกและอยากมาดูหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย

หนักหนาที่สุดคือ ซอสามสาย (2531)หนังที่เล่าเรื่องของสามพี่น้อง ของตระกูลนักดนตรี คนพี่ทำงานเป็นมือแซกโซโฟนในผับอยู่กินกับสะใภ้ปากกล้าอาศัยร่วมกันในบ้าน คนกลางเป็นนักเรียนกฏหมายเซียนพนันเจ้าอารฒณืปากสุนัขที่หาแต่เรื่องมาให้พ่อปวดหัว ส่วนคนเล็กเป็นเด็กหนุ่มขาพิการที่ช่วยพ่อรับจ้างสอนดนตรีไทย หนังฉายภาพชีวิตสามพี่น้องและพ่อขี้เหล้าในบ้านดงสลัม อาการไม่ลงรอยของน้องายคนกลางกับพี่สะใภ้ พี่ชายคนโตจอมเจ้าชู้ และน้องคนเล็กผู้เรียบร้อย ก่อนที่ด็กสาวลูกสาวของเจ้านายเก่าของพ่อจะเข้ามาเรียนดนตรีไทยที่บ้าน เธอผูกสัมพันธ์แสนงามกับน้องคนเล็กก่อนที่พี่ชายคนกลางจะทำลายมันลงอย่างย่อยยับ

กลับมายังฟากฝั่งหนังขนบตบจูบอันเป็นเครื่องหมายการค้าของพิศาลนั้น(โดยมากเขาจะรับบทนำด้วยตนเองเสียด้วย)  เราก็อาจจะเล่าเรื่องออกมาในทำนองนี้

ในเลือดทมิฬ (2522) พิศาลรับบทเป็นตชด.หนุ่มปลดประจำการที่กลับมาบ้านแล้วพบว่าคนักของเขาโดนนักเลงฉุกไปทำเมีย นักเลงพวกนั้นเป็นลูกสมุนเจ้าพ่อที่ต้องการที่ตรงบ้านของเขา สุดท้ายก็ฆ่าพ่อแม่เขาจับน้องเขาไปข่มขืนจนเป็นบ้าฆ่าตัวตาย เขาจึงขอแรงเพื่อนตชด.มาช่วยล้างแค้น ด้วยความบังเอิญในขณะนั้นเองเขาได้พบคุณหนูลูกสาวเจ้าพ่อ เขาจึงลากเธอเข้าไปทรมานในป่า ก่อนจะค่อยๆตกหลุมรักกัน กลายเป็นคู่รักอาชญากรหนีกฏหมายและลงเอยอย่างเศร้าสร้อยที่ปลายแหลม กลางแถวตำรวจที่มาล้อมจับ

ครั้นพอมาถึง หัวใจทมิฬ (2526) เขาก็กลับข้างตัวละครด้วยการเล่าเรื่องนายตำรวจที่ตามล่าแก๊งค์โจรที่มีหัวหน้าเป็นสองแม่ลูก (รับบทโดยบ มารศรีิ อิศรางกูร และพิศมัย วิไลศักดิ์) จนในที่สุดแกค์โจรส่งคนมาสังหารโหดลูกเมียของเขา หนำซ้ำยังจับเอาน้องสาวคนเดียวของเขาไปทั้งชุดนางพยาบาล เขาตามล่าไม่ละดละจนมาสารถสังหารแก๊งค์โจรได้เกือบหมด เหลือเพียงเจ้าโจรคุ้มดีคุ้มร้ายเพียงคนเดียวที่ลักพาตัวน้องสาวของเขาหนีเข้าไปในป่า ตามสไตล์ทั้งคู่ตกหลุมรักกัน ก่อนที่จะจบลงด้วยความตายเช่นเคย

ในอุ้งมือมาร  (2529) เขาเอาขนบนี้มาใช้อีก โดยการเล่าเรื่องของดำชุมพร คนหาปลาที่เป็นที่รักของคนทั้งชุมชน ครั้งหนึ่งเขาออกไปหาปลาเสียนานจนพลาดจ่ายค่างวดเรือ พอกลับเข้าฝั่งพร้อมปลาเต็มลำเขาก็พบว่าเรือโดนแจ้งอายัด เขากับอีกาหลง โศเภณคู่ใจจึงเดินทางเข้ากรุงเทพมาเจรจากับเจ้าของบริษัท แต่พอไปถึงก็พบว่าเท่าประธานเดินทางขึ้นเหนือไปน่านเพื่อเยี่ยมลูกสาวเสียแล้ว แน่นอนเจ้าดำตามไปที่นั่น ขโมยรถขนไก่จากคนแถวนั้น ทิ้งอีกางหลงไว้กลางทางแต่พอไปถึงก็พบว่าท่านไม่อยู่ อยุ่แต่คุณอ้วยลูกสาวจบนอกเจ้าอารมณ์ช่างูถูกคน เขาจึงจับคุณอ้วนใส่รถพากันเดินทางขโยกข้ามเขาไปตามหาคุณพ่อในป่า โดยตลอดทางย่อมต้องมีการตบตีด่าทอกันอย่างรุนแรงทั้งทางกายและวาจา จนในที่สุดแน่นอน ตกหลุมรักกัน

หากที่ไปได้ไกลที่สุด และทำลายขนบทุกอย่างทิ้งย่อมต้องเป็น พิศวาสซาตาน (2529)หนังที่คลายจะดัดแปลงมาจาก  The Beguiled ภาพยนตร์ปี 1971ของ Don Seigel หนังเล่าเรื่องของนักโทษประหาร (ต้นฉบับนั้นเป็นทหารหนีทัพ)  ที่หนีตายกระเซอะกระเซิงเข้าไปในเหมืองเล็กๆห่างไกลผู้คน เหมืองนั้นมีเจ้าของเป็น คุณ มาณธา อดีตภรรยาท่านเจ้าของเหมืองที่ขึ้นมากุมอำนาจกลังจากสามีตายอย่างลึกลับ เธอปลดคนงานชายออกจนเกือบหมด และไปรับเด็กสาวห้าหกคนมาอศัยอยู่ร่วมกันในบ้าน มีสัมพันธืกับเด็กบางคนในบ้านเสียด้วย  นักโทษหนุ่มหลอกว่าตัวเองเป็นเศรษฐีหนีโจรมาขอพึ่งใบบุญ แม้คุณมาร์ธาจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ช่วยรักษาจนเขาดีขึ้น ในขณะที่เขายังเดินไม่ได้นี้เองเขาลงมือยั่วยวนหลอกลวงเอาเด็กสาวทั้งบ้านมาทำเมีย(แม้แต่เด็กเก้าขวบก็ยังไม่วายโดนเขาล่อลวง) พิศาลเปลี่ยนชายกักขฬะจากผู้ล่าเป็นเหยื่อกามของสาวๆทั้งบ้าน ก่อนที่จะหักหลังผู้ชมอย่างร้ายกาจในฉากจบของเรื่อง

จากเรื่องย่อของหนังบางส่วนของเขา เราอาจจะจับอะไรได้ไม่มากไปกว่าโครงสร้างเรื่องของผู้ชายซาดิสม์ลากผู้หญิงไปตบตีกันในป่า หรือภาพชีวิตทรมานของตัวละครที่ด่ากันไฟแลบ ไม่บันยะบันยังอารมณ์ทั้งกายและทางวาจา แต่เลยพ้นไปจากนั้นเราพบว่าหนังของพิศาล อัครเศรณีมีความน่าสนใจ ทั้งในส่วนของ ‘อาการตบจูบ’ ในตัวของมันเอง ไปจนถึงการแสดงภาพของชนชั้นไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ผ่านทางตัวเรื่องของเขา

ชนชั้นนางฟ้า และชนชั้นซาตาน

แกมันเลวยิ่งกว่าสัตว์! แหมพอตกดึกก็เป่าแซกโซโฟนให้ผัวเชียวนะ! แกมันกะหรี่ เงินที่แกหามาได้ก็เป็นเงินน้ำกาม! โธ่ อีนี่ เดี๋ยวกูถีบตกรถซะนี่ ! อีอ้วน มึงจะเอายังไงกับกู! เหล่านี้เป็นเพียงคำพูดเล้กๆน้อยที่ตัวละครกล่าวแก่กัน ทั้งในหนัง และบนใบปิดหนังที๋โฆษณาตามหนังสือพิมพ์ มากไปกว่านั้นนี่คือหนังที่มีตัวละครอันประกอบด้วย สาวก่อสร้าง เด็กขายหนังสือพิมพ์ ตชด.กะหรี่ หนุ่มสลัม เซียนพนัน ตังเกเรือประมง  ช่างซ่อมรถ กล่าวให้ถูกต้อง นี่คือหนังที่เต็มไปด้วยตัวละครชนชั้นล่างโดยแท้

หนังของเขาไม่กะมิดกระเมี้ยนที่จะใช้ภาษาแบบชาวบ้านร้านตลาด(ในครั้งกระนั้นหนังไทยก็กระมิดกระเมี้ยนน้อยกว่าตอนนี้มาก ภาษาในหนังไทยก็แสบทรวงมากกว่าตอนนี้มาก แต่พิศาบลก็ยังถูกจดจำในฐานะแนวหน้าก็การทำหนังที่ด่ากันหยาบๆคายๆ) ตัวละครที่เป็นคนชั้นล่างของจริง ด้วยกริยาตบตีต่อยชกแบบคนชั้นล่าง ที่เราแทบจะหาโอกาสเห็นได้ยากในหนังไทย ไม่ว่าจะเป็นฉากการกระทืบเด็ก หรือการอ้าขาโชว์เพื่อตอบโต้เมื่อโดนด่า การจิกหัวตบกันกลางตลาด   (หนังมีตัวละครแรงๆโดยเฉพาะ อภิรดี ภวภูตานนท์ ที่ได้เล่นบทอย่างโสเภณีคู่ขาที่เปลี่ยนโกเตกซ์กันบนจอหนัง หรือบทพี่สะใภ้ตัวแสบที่ถ่างขาโชว์เมื่อโดนน้องสามีแซวเรื่องคลอดลูก หรือรับบทเป็นสาวร่านสวาทที่เคยมีผัวกะเทยใน พิศวาสซาตาน ) เราแทบจะบอกได้ว่า นี่คือหนังที่เปิดโอกาสให้มีการใช้ ภาษาแบบคนชั้นล่าง ฉายภาพชีิวตแบบคนชั้นล่าง โดยไม่อินังขังขอบที่จะเป็นหนังเรียบร้อยหรืออย่างน้อยก็สุภาพเลยแ้แต่น้อย) กล่าวถึงที่สุดหนังของพิศาล อัครเศรณี จึงเป็นหนังที่ว่าด้วยคนชั้นล่่าง และสร้างมาเอาใจคนชั้นล่างของจริง

ตชด.ที่ถูกฆ่าล้างโคตร แก้แค้นด้วยการักพาตัวลูกสาวเจ้าพ่อ(เลือดทมิฬ) ชายชาวเรือลักพาตัวลูกสาวเจ้าของบริษัทเพื่อให้เธอนำทางไปหาพ่อ(อุ้งมือมาร) โจรร้ายลักพาน้องสาวของนายตำรวจที่สังหารครอบครัวของเขา (หัวใจทมิฬ)  แม้หนังสามเรื่องนี้แทบจะเป็นการทำซ้ำหนังเรื่องเดียวกัน (ซึ่งอันที่จริงเป็นการงอกเงยด้านกลับออกมาจากหนังเรื่อง มนต์รักอสูร และในที่นี้เราอาจผนวกรวมเอาไฟรักอสูร หนังโด่งดังที่สาบสูญไปซึ่งว่าด้วยเรื่องของชายคนหนึ่งที่ถูกภรรยาหักหลังแล้วไปจับเอาฝาแฝดแานดีของเธอมาทรมานปางตายแทน-ผูเขียยังไม่สามารถหาชมหนังเรื่องนี้ได้เว้นแต่ฉบับละครโทรทัศน์ จึงขอละไว้ในที่นี้) แต่ดูเหมือนพิศาลจะพลิกเกมไปมา  เรื่องหนึ่งเป็นคนชั้นล่างจับคุณหนูบริสุทธิ์ อีกเรื่องเป็นโจรร้ายของจริงแถมยังครึ่งดีครึ่งบ้า (สถานะของตัวละครโจรในหัวใจทมิฬนั้นไม่ใช่ตัวเอกของเรื่องเพราะตัวเอกของเรื่องคือนายตำรวจที่ถูกฆ่าล้างครัว ซึ่งแสดงโดยสรพงษ์ ชาตรี และเป็นการกลับข้างจากตัวเอกในเลือดทมิฬ) ในขณะที่อุ้งมือมารนั้นตัวละครชายแบบเลือดทมิฬ(ถูกยึดเรือ) ลักพาคุณหนุลูกผู้ดีที่ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แต่เป็นสาวหัวนอกที่เขาจับมาในคืนที่เธอเฟลิร์ตกับชายหนุ่มหน้าใหม่  ทำให้หนังทั้งสามเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกันเอาเข้าจริงมีการพลิกกลับข้างของตัวละครอย่างน่าสนใจ ภายใต้รูปรอยของหนัง ที่ว่าด้วย Stockholm Syndrome  (อาการที่ผู้ถูกลักพาตัวเกิดเหนอกเห็นใจคนที่ลักพาตัวไปจนในที่สุดเปลี่ยนข้างมาช่วยคนที่ลักพาตัวเองไปเสีย ซึ่งจากการวิจัยของFBIพบว่าเกิดขึ้นถึง27% ของคดีทั้งนี้อาการนี้ตั้งชื่อตามเหตุการณ์ปล้นธนาคารในกรุงสตอล์กโฮล์ม ที่บรรดาพนักงานธนาคารที่ถูกจับเป็นตัวประกันหันมาช่วยโจรเสียแทน) แต่อันที่จริง

หากในอีกทางหนึ่งเราพิจารณาหนังสามเรื่องนี้รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันในฐานะหนังที่แสดงโครงสร้างความสัมพันธ์ของชายกักขฬะกับสาวบริสุทธิ์นั้น (ในกรณีนี้เราอาจรวมเอา ซอสามสาย ที่ถึงแม้ไม่ได้มีการลักพาตัวหรือทำทารุณกรรม แต่มันคือเรื่องของชายกักขฬะ ข่มขืนหญิงสาวลูกผู้ดี หนำซ้ำคราวนี้ไม่มีความแค้นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป) ในทางหนึ่งชายกักขฬะเป็นภาพแทนของคนชั้นล่าง ( ตังเก ตชด. หนุ่มสลัม โจร ) ที่ลักพาเอาลูกหลานคนชั้นกลางไป ลูกหลานที่มาในฐานะของสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอหยิบหย่ง ทำอะไรไม่เป็น ไร้กำลังจะขัดขืน

ประกอบกันเข้ากับการที่หนังของพิศาลนั้นอุดมไปด้วยอาการปากว่ามือถึง ภาษาระดับปากตลาด  มีการตบตีด่าทอกันอย่างรุนแรงเต็มที่(ทั้งในส่วนของตัวหนังลามเลยไปจนถึงภาพการโปรโมทหนังที่มีการโควทคำด่าเด็ดๆมาแปะเรียกความสนใจจากผู้ชม) เราแทบจะอนุมานเอาคร่าวๆได้เลยด้วยซ้ำว่ามันเป็นหนังที่สร้างขึ้นมาสำหรับคนชั้นล่าง มากกว่าเป็นความบันเทิงที่เรียบร้อยสำหรับผู้ลากมากดี

ดังนั้นด้วยลักษณาการนี้ใช่หรือไม่ที่ผู้ชมอาจจะพากันสงสารเวทนาแม่เจ้าประคุณที่ถูกตบตีด่าทออย่างไม่เป็นธรรมเอาเสียเลย หากในขณะเดียวกันมันก็คืออาการพาฝันขั้นสูงที่ให้โอกาสและอำนาจแก่ผู้ชมคนชั้นกรรมาชีพหาเช้ากินค่ำ ได้แสดงอำนาจเหนือชนชั้นกลางอย่างจริงจัง พวกเขาและเธอได้ใช้ภาษา กริยาแบบที่พวกเขาใช้กันจริงๆด่าจริงตบจริง กับไอ้พวกลูกคุณหนู แถมยังได้ครอบครองพวกเธอเหล่านั้น ได้ชัยชนะเหนือร่างกาย(ข่มขืนบ้าง สมยอมบ้าง)  และเหนือจิตใจ(พอได้เสียเป็นเมียผัวก็รักกันขึ้นมาเสียอย่างนั้น)

การชมภาพยนตร์กลุ่มนี้ของพิศาลจึงเป็นความบันเทิงซึ่งกวัดไกวไปมาระหว่างอาการสงสารเห็นใจตัวละคร กับอาการสะใจอยู่ลึกๆที่ได้เห็นตัวละครหญิงเหล่านี้ถูกทำร้ายปางตาย  ความรักของตัวละครในหนังของพิศาลมักจะดูไม่สมจริง ไม่น่าเป็นไปได้  เป็นความรักที่ลงเอยกันตามขนบของหนังไทย นั่นคือเมื่อมีตัวพระมีตัวนาง ก็ต้องมีความรัก  รักไปย่างนั้น รักกันง่ายๆ (ไหนๆก็ได้กันแล้ว ลองถ้าได้กันโดยที่ในที่สุดไม่รักกัน ก็จะถือเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามของหนังไทย เพราะนั่นจะเท่ากับผลักการปล้ำให้กลายเ็นการข่มขืน และผลักพระเอกไปเป็นผู้ร้าย)

นอกเหนือไปจากขบวนพาเหรดหนังตบจูบ หนังอีกกลุ่มของพิศาลก็ยังคงอุดมไปด้วยตัวละครชนชั้นล่างอันเข้มข้น  ในปี  2521 ตัวละครของการันต์ (รับบทโดยวิูร กรุณา) คือภาพแทนของคนชั้นล่างที่ดิ้นรนขึ้นไปเป็นคนชั้นกลางผ่านทางการศึกษา หากเป็นการดิ้นรนนี้เองที่ทำให้เมียแม่ค้าของเขาต้องหอบลูกหนีไปผเชิญชะตากรรมเลวร้าย เด็กชายโอปอลล์ลูกคนเดียวของเขากลายเป็นเด็กข้างถนน แม้เขาจะกิ้นหนีความจนได้ แต่มันก็ตามหลอกหลอนเขาอยู่เช่นนั้น (แต่หนังก้เลือกจะประนีประนอมใ้ตัวละครในตอนจบ จนอาจกล่าวได้ว่านี่เป็นหนังของพิศาลเรื่องเดียวที่ตัวละครได้เลื่อนชั้นจากคนชั้นล่างขึ้นไปชั้นที่สูงกว่า ตามขนบของหนังไทยจำพวกหนังชีิวิตที่ขับเน้นโลกศักดินา ผูกกันอยู่ที่ความลับว่าใครเป็นลูกใคร (  -โปรดอ่านเพิ่มเติมในบทความ  ‘ความยุติธรรมของบานเย็น OCTOBER 09)  ในทางตรงกันข้าม แพน ในดวงตาสวรรค์ สาวบ้านนอกใฝ่สูงกลับไม่สามารถเลื่อนชั้นของตัวเองได้สำเร็จ แม้เธอจะเป็นเมียคุณใหญ่หนีไกลจากความจน จนลืมพ่อที่หอบข้าวของมาเยี่ยมจากบ้านนอก แพนเป็นภาพแทนชนชั้นล่างของแท้ในวรรณกรรมที่ครอบครองโดยชนชั้นกลาง สาวบ้านนอกที่ไม่รู้จักพอทั้งชีวิตและทั้งความรักในไม่รู้อิ่ม เธอละเมิดข้อห้ามของการเป็นคนชั้นล่างแสนดี และเธอจะต้องโดนลงโทษอย่างโหดเหี้ยม

ไม่เพียงแต่แพนเท่านั้น คู่รักอย่่างธงหนุ่มตชด.กับคุณนูดาวลูกสาวเจ้าพ่อ หรือ เจ้าโจรร้ายกับนางพยาบาลสาว ล้วนต่างต้องลงเอยอย่างโหดร้ายทารุณทั้งสิ้น ข้อห้ามของรักข้ามชนชั้นที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม (ลากกันเข้าป่่า ลักพาตัว กริยาไม่น่าดูชม) แม้แต่นายบุญทิ้งหนุ่มชาวบ้านที่ได้ดิบได้ดีได้สมรักกับลูกสาวผู้ลากมากดี ยังต้องจดจำไปจนตายว่านางกระเทยที่ส่งเสียเขานั้นฆ่าตัวตายไปต่อหน้าต่อตา  หรือแม้แต่ตัวละครแสนดีอย่างเช่นตัวเอกในชะตาฟ้า (จะว่าไปแล้วในหนังเรื่องนี้นาถยารับบทเป็นทั้งชนชั้นกลางที่ตกเป็นเยื่อชายกักขฬะ และเป็นคนชั้นล่างที่คลั่งแค้นในเวลาต่อมาเมื่อเธอเป็นโสเภณีสู้เพื่อลูกจนพลั้งมือฆ่าสามีเก่าตาย)  จนกระทั่งมาถึงคู่ของ ไอ้ดำกับอีอ้วนแห่งอุ้งมือมารนี้เอง ที่คนชั้นล่างได้มีโอากาสเอาคืน

ไอ้ดำลักพาคุณหนูอ้วนเข้าป่าไปในคืนหนึ่งที่เธอเมามายอย่างยิ่งและเ่าทอเขาเสียๆหายๆ จริงๆเขาก็แค่ต้องการให้เธอช่วยตามหาพ่อที่เข้าป่าล่าสัตว์เพื่อที่จะได้ตกลงธุรกิจเรื่องเรือของเขาที่ชุมพรเท่านั้นแต่มันก็กลับเลยเถิดไปกันใหญ่

อุ้งมือมาร อาจจะเป็นหนังตบจูบก็จริง แต่ตัวมันนั้นก็ได้แหกขนบหนังตบจูบอย่างน่าสนใจยิ่ง ด้วยการกำหนดบทของคุณหนูอ้วนให้เป็นผู้หญิงเจ้าอารมณืไม่แพ้นายดำ เธอถึงขั้นตบตีด่าทอเอาคืนพระเอกของเราด้วยดีกรีคำด่าที่แรงพอกัน กรีดร้องเสียงหลงเมื่อไม่ได้อย่างใจ และถึงที่สุด เมื่อถึงคราวจะได้กันเธอเป็นคนชักชวนพี่ดำของเราเสียด้วยซ้ำ

และในอุ้งมือมารนี้เองที่คนชั้นล่างได้ทำสิ่งที่แตกต่างออกไป พวกเขาไม่ต้องการขยับชนชั้น แต่เกี่ยวเอาคนชั้นบนลงมาคลุกขี้ดินด้วย ในตอนจบ คุณหนูอ้วนสมยอมกลับมาหานายดำ ลงเอยกันอย่างเป็นสุข ซึ่งนั่นหมายความว่า เธอจะต้องมาเป็นเมียไอ้หนุ่มตังเกนั่นเอง!

มันเป็นเช่นนั้นอีกในซอสามสาย คุณหนูคนงามถูกไอ้นักศึกษาปากเสียข่มขืนในวันฝนตก เขาหนีหายไปด้วยสำนึกบาปปล่อยให้น้องชายแสนดีรับผิดชอบแทนก่อนจะกลับมาทวงคืนเมียคืนเดียวของตัวเอง ที่สำคัญคือคุณหนูลูกผู้ดีก็ย้ายมาอยู่บ้านดงสลัมเสียแล้วในขณะนั้น

หากแต่นี่เป็นเพียงเรื่องของชนชั้นล้วนๆเท่านั้นหรือ มันคือการประกาศชัยชนะของชนชั้นหรือเปล่า บางทีอาจะตีขลุมเกินไปที่จะมองเช่นนั้น เพราะถ้าจะว่าไปแล้ว ตัวละครที่สมยอมกลับมาอยู่กับคนชั้นล่างคือตัวละครหญิงล้วนๆ

กล่าวให้ถูกต้องเลยพ้นไปจากประเด็นชนชั้นที่ลอยฟ่องอยู่ในหนัง สิ่งที่ยังคงผงาดง้ำค้ำโลกในหนังของพิศาล (หรืออาจจะเป็นหนังไทย) ก็คือประเด็นเรื่องเพศนี้เอง ถึงที่สุดนี่คือหนังที่ตอกย้ำสภาวะชายเป็นใหญ่ หนังที่ตัวละครชายจะไม่ถูกลงโทษต่อสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปต่อผู้หญิง  ถึงที่สุด การก้าวข้ามไปเอาคืนชนชั้นกลางของตัวละครชนชั้นล่างในหนังจึงยืนอยู่บนการกดขี่เพศหญิงโดยเฉพาะ  ความรักที่บังเกิดขึ้นต่อตัวละครถึงที่สุดเป็นเพียงอาการลูบหน้าปะจมูกหลังจากเสียสาว และยิ่งตอกย้ำอาการรักนวลสงวนตัวให้แน่นหนามากขึ้น เพราะที่สุดแล้วตัวละครเอก ก็เสียสาวให้กับชายที่เธอจะรักในเวลาต่อมา ความรักถูกทำให้มีอำนาจเหนือสรรพสิ่งจขนเธอสามารถช่วยชายคนรักบุกป่าฝ่าดง สู้กับตำรวจ หรือโจรร้ายก็ทำได้ ในเลือดทมิฬและหัวใจทมิฬนั้น การณ์กลายเป็นว่าโลกข้างนอกมีตำรวจชาย ยืนล้อมความรักโรแมนติคข้ามชนชั้นเต็มไปหมด ผู้หญิงในหนังของพิศาล โดยเฉพาะบรรดาคุรหนุลูกชนชั้นกลางจึงถูกกดขี่ซ้ำสองชั้น จากสังคมภภายนอกที่พยายามพรากเธอออกจากคนรัก และจากความรักที่ถูกจับยััดใส่เธอหลังจากเสียตัวไปล่วงหน้าเป็นค่ามัดจำเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เรากลับผบว่ามีหนังเรื่องหนึ่งของพิศาลที่ท้าทายต่อขนบ ทั้งของหนังไทย และต่อขนบของตัวเขาเองอย่างถึงที่สุด  และหนังเรื่องนั้นคือ พิศวาสซาตาน

พิศวาสซาตานเริ่มเรื่องด้วยภาพของการขนส่งนักโทษประหารชีวิตที่หลบหนีอยู่ตามตะเข็บชายแดน เสือเภิก เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากการชิงตัวประกัน เขาถูกยิงบาดเจ้บสาหัส แต่ยังเอิญได้เจอกับน้องแป้งเด็กหญิงเก้าขวบที่ออกไปถีบรถเล่นแถวเหมือง เด็กหญิงแป้งจะร้องให้คนช่วยเหลือเขา แต่เขากลับหันมาจูบเด็กหญิงเพื่อกันไม่ให้เธอร้องออกมา จากตรงนั้นเด็กหญิงแป้งก็เข้าใจว่าเขาคงชอบเธอ

เด็กหญิงแป้งพาเธอมาที่บ้านของคุณมร์ธา (รับบทโดยเพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เจ้าแม่เหมืองอะไรสักอย่าง สามีของเธอตายหลังจากพบว่าเธอคบชู้กับคนงานเหมือง เขายิงชู้เธอแล้วหัวใจวาย เธอจึงเข้าครอบครองเหมือง เด็กสาวในอาณัติของเธอมีทั้งสาวแสนซื่อญาติห่างๆที่เคยถูกลงแขกจนต้องหลบมาอยู่กับเธอ ที่ติดตัวมาด้วยคืออาการอยากผู้ชายเป็นพักๆ (ฉากหนึ่งในหนังเธอร้องครวญครางว่า ผู้ชาย ผู้ชาย ฉันต้องการผู้ชายยยย คุณมาร์ธาจึงสนองด้วยการตบหน้าเธออย่างแรง ซ้ำๆบอกว่าจะสั่งสอนเธอให้หายอยาก และแน่นอนร่วมรักกับเธอด้วย)  ทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้เด็กสาวคนอื่นๆ(รับบทโดย นาถยา แดงบุหงา)  ส่วนอีกคนเป็นแม่หม้ายหย่าผัวที่เป็นกะเทยเป็นคนสนิทคู่เลสเบี้ยนของคุณมาร์ธา (รับบทโดย อภิรดี ภวภูตานนท์) สาวๆที่เหลือก็มีทั้งสาวธรรมดา สาวอ้วนช่างกิน ไปจนถึงสาวน้อยร้อนรักที่อยากลองรักจนตัวสั่น

นายเภิกนั้นแม่จะต้องนอนอยู่กับที่เกือบทั้งเรื่อวง เขาก็เที่ยวหลอกคนนั้นคนนี้ไปทั่ว อีนที่จริงคุณมาร์ธารู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นักโทษหนีคดี แต่เธอก็เก็บเขาไว้ เป้นไปตามคาดเขาล่อหลอกสาวๆในบ้านมาบำเรอกามและทำให้บรรดาสาวๆ (โดยเฉพาะนาถยา และ อภิรดีถึงกับแทบจะตบกันตาย)ไม่เว้นแม้แต่เด็กหญิงแป้ง ที่ถลกเสื้อให้เขาดูว่าไม่เด็กแล้วใส่เสื้อในแล้ว ก่อนที่ความจริงจะเฉลยว่าคุณมาร์ธากำลังจะิดเหมืองย้ายไปเมืองนอก โดยเด็กสาวทุกคนจะเดินทางไปด้วย ข้างนายเภิกหลังจากหลอกคนนั้นล่อคนนี้ เขาก็ประสบอุบัติเหตุใหญ่ตกบันได จนคุณมาร์ธา(ซึ่งมีความรู้เรื่องแพทย์ ตัดสินใจตัดขาทั้งสองข้างของเขา!)  ในฉากสุดท้ายของหนัง เขากลายเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ในหมืองกับคุณมาร์ธา ชายขาพิการสองข้างโดดเดี่ยวในความมืด โน่นแน่ะคุณมาร์ธาเดินมาในชุดนอนยั่วยวน แล้วขึ้คร่อมบนร่างของเขา ขยับขโยกเชื่องช้าก่อนที่หนังจะจบลงตรงนั้น!

โดยไม่ต้องสงสัย เพียงแค่ครั้งนี้ครั้งแรก และอาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เราจะเห็นว่าความเป็นชาย(จากนักสร้างหนังที่มาโชที่สุด) ถูกท้าทายและบดขยี้อย่างละเอียดโดยเพศหญิง  ในหนังเรื่องนี้ ตัวละครเพศชายอ่อนด้อย ถึงขั้นง่อยเปลี้ยเสียขา ลำลึงคืของเขาคือฐานที่มันสุดท้ายนที่เอาไว้หลอกลวงบรรดาสาวๆของบ้าน (เช่นเคยได้กันทีเดียวก็ตกหลุมรักเป็นเรื่องเป็นราว) หากความรักนำมาซึ่งพิษร้าย เพราะความรักนี่เองที่ทำให้เธอไม่สามารถทนเห็นเขาไปมีิอะไรกับสาวอื่นได้ และนำไปสู่อุบัติเหตุชวนสะพรึง  ถึงที่สุด ลึงคืที่เป็นอำนาจของเพศชายมาตลอด(เอากับใครคนนั้นก็จะกลายเ็นเมีย) ถูกทำให้กลายเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งสำหรับแก้อาการร่านสวาทของคุณมาร์ธา ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ขนบทั้งหมดในหนังของพิศาล ถูกท้าทายด้วยตัวเขาเองในหนังเรื่องนี้ หนังที่ความสัมพันธ์ของชายหญิงบิดผัน การร่วมรักไม่เกี่ยวกับความรัก และผู้ชายไม่ได้เป็นใหญ่อีกแล้ว

ไม่รู้นับเป็นโชคหรือไม่ที่หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นในยุคที่จัดได้ว่ามีเสรีภาพสูงสุดยุคหนึ่งในสังคมไทย หนังที่กล้าหาญทั้งเนื้อหาและการเล่าเรื่องเรื่องนี้ จึงสามารถออกฉายได้ ที่น่ขันคือหนังที่น่าจะเฟมินิสต์ที่สุดเรื่องนี้ของเขาทำให้เขาต้องมีัญหากับคณะกรรมการสภาสตรีในประเทศไทย!  และไม่รู้ว่าเป็นโชคหรือไม่ที่ในไม่กี่สิบปีหลังจากนั้นสังคมไทยจะเหวี่ยงหวือกลับไปเป็นอนุรักษ์นิยมชนิดสุดโต่ง ผลก็คือหนังแทบทุกเรื่องของเขาที่ออกขายเป็นวีซีดีราคาถูกในบ้านเรานั้นล้วนถูกดูดเสียงคำหยาบไล่เรื่อยไปจนถึงเซนเซอร์บางฉากออก​(หนึ่งในนั้นคือฉากลือลั่นที่เขาถีบเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ตกรถจิ๊ปในเลือดทมิฬ)  ดูเหมือนพิศาลจะมาก่อนกาล และจะยังเป็นเช่นนั้นเสมอไป  หนังของเขาในที่สุดเป็นเหมือนเครื่องหมายที่บอกให้รู้ว่าสังคมไทยเคยไปได้ไกลแค่ไหน อะไรที่ถึงที่สุดด็ยังเป็นสิ่งต้องห้ามในขณะนั้น และที่หนักกว่านั้นหนังของเขาเป็นเครื่องยืนยันว่าในที่สุดบ้านเราก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลังลงคลอง

หากไม่นับ เพลงสุดท้ายที่เขาหยิบหนังตัวเองมารีเมคใน ปี 2549ก็เป็นเวลาเกือบยี่สิบปีแล้วที่เขาเลิกทำหนัง (เขาหันไปทำละครซึ่งก็เป็นการรีเมคบทประพันธ์ของตัวเอง หลายชิ้นก็กลายเป็นของทำเทียมที่ประนีประนอมและไม่น่าจดจำ) น่าเสียดาย ที่เขายังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้กำกับไทยมากฝีมือคนหนึ่งที่มีความโดดเด่นในยุคสมัยของตนเอง  เป็นหนึ่งในออเตอร์ที่พอจะมีได้หากจะมี และสมควรอย่างยิ่งที่จะมีการศึกษาเกี่ยวกับหนังของเขาอย่างจริงจัง  ในฐานะผู้กำกับหนังที่ซ่อนเนื้อหาทางชนชั้นไว้ภายใต่รูปรอบของหนังไทยตามขนบ ที่ถูกเรียกว่า น้ำเน่า ได้อย่างแนบเนียนทีุ่ดคนหนึ่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s