COSMOPOLIS (DAVID CRONENBERG/2012/US) The Capitalism Contradiction

cosmopolis-movie-poster-6

 

มหาเศรษฐีนั่งลีมูซีนไปตัดผมที่อีกฟากของเมือง ในวันที่ทุกอย่างชิบหายวายป่วง ประธานาธิบดีมา มีแห่ศพนักร้องเพลงแรพ และมีการประท้วงของพวกอนาธิปไตยที่ใช้หนูเป็นตัวแทน แต่เขาก็ยังอยากออกไปตัดผม และพบปะผู้คน ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ สนทนาเกี่ยวกับทุนนิยมกับคนที่เป็นเหมือนแกนกลางของทุนนิยม

สมมติว่าเราให้ตัวเอกเป็นภาพแทนของจุดสุดยอดของทุนนิยม รถลีมูซีนที่ห่อหุ้มเขาคือการขับเคลื่อนของระบบทุนที่มีการป้องกันแน่นหนา บทสนทนาแรกพุดเรื่องความปลอดภัยของระบบ ลามมาถึงรถคันนี้ ทุนนิยมขับเคลื่อนไปบนถนนของความหลากหลายทั้งทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม มันอยู่ในการคุ้มกันที่แน่นหนาแกร่งจนไม่มีอะไรทำลายได้ แล้วตัวมันเองมุ่งหวังสิ่งใด ความมุ่งหวังของมันตลอดทั้งเรื่องมีเพียงสองประการคือการไล่ตาม หวีหญิงคนหนึ่ง คนที่เป็นลูกสาวอันร่ำรวยและเป็นกวี คนที่แต่งงานแต่ไม่ได้มีเซกส์กัน ชายหนุ่มไล่ล่าของเซกส์จากหญิงสาวที่ไม่ยอมมอบ ในขณะที่อีกทางเขาต้องการไปตัดผมในร้านตัดผมที่พ่อเคยพามาตอนเด็กๆ ช่างที่เคยตัดผมของพ่อ และตัดผมของเขา

กล่าวแบบนี้ทุนนิยมคือการเคลื่อนไปยังความปรารถนา ความปรารถยนาในความพึงพอใจอันประกอบด้วยศิลปะ (กวี) เซกซ์ในรูปบบถูกทำนองคลองธรรม (เซกซ์ในสมรส) และอดีตอันหอมหวาน (การไปตัดผม) การนอสตาลเจีย สรรพสิ่งทั้งหมดนั้นเป้นสิ่งที่ได้มาโดยง่าย แต่กลับไม่น่าพึงใจ สิ่งที่พึงใจคือการตามล่าเธอไปยังที่ต่างๆ ร้องขอในสิ่งที่อยากจะได้แต่จะไม่ได้ หรือการไปตัดผมในวันที่รถติดระยำ ความพึงพอใจเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะความปรารถนาคือทั้งหมดถึงที่สุดมันคือความปรารถนาเพื่อความปรารถนา ความปรารถนาคือจุดประสงค์ การไล่ตามความปรารถนาไม่สิ้นสุดที่มีความปรารถนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเป้าหมาย (ผ่านทางเป้าหมายลวงอย่างคนรักหรือวันชื่นคืนสุข) คือตัวบทของการขับเคลื่อนของโลกทุนนิยม เฉกเช่นนการครอบครองในสิ่งที่เขาใช้ประโยชน์ไม่ได้ เช่นการครอบครองโบสถ์เพื่อภาพเียน หรือเครื่องบินขับไล่ที่ไม่มีอาวุธ การครอบครองไม่ได้ทำหน้าที่เป็นการเป็นเจ้าของเพื่อใช้ประโยชน์ ไปๆมาๆ การไร้ประโยชน์ของมันต่างหากที่สำคัญ เพราะมันขัดถูการครอบครอง (ความปรารถนา)ให้งดงามขึ้น


บรรดาผู้คนที่เขาพานพบตลอดวัน ล้วนเป็นลูกน้องของเขาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโสเภณี บอดี้การ์ด นักปรัชญา นักวิเคราะห์ความปลอดภัย หรือนักวิเคราะห์การเงิน ทุกคนคือแขนขาที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกับเขาในรถลีมูซีนสีขาวแห่งทุนซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันไปส้ินสุดที่ใด รถซึ่งเคลื่อนไปท่ามกลางแรงเสียดทางของการเมืองการปกครอง ของวัฒนธรรม ของการต่อต้าน ดังที่นักปรัชญากล่าว พวกเขาลุกขึ้นปฏิวัติ การต่อต้านของพวกเขาคือการปกป้องอนาคตจากการจู่โจมทำลายล้างของปัจจุบัน

น่าสนใจว่าเขาเป็นตัวแทนของทุนนิยมโดยสมบูรณืเพราะสิ่งที่เขาเป็นคือผู้ถืออำนาจในการแลกเปลี่ยนเงินตรา เขาอยู่กลางการไหลเข้าออกของเงิน และเขากำลังล้มเหลวรุนแรงเมื่อเขาประเมินเงินหยวนผิด และทำให้สูญทรัพย์สิน การที่เขาเป็นภาพแทนของระบบเศรษฐกิจแบบทุนสวมทับภาระของทุนนิยมได้พอดี ในขระที่ทุนเคลื่อนด้วยความปรารถนา ทุนก็มีความวิตกกังวลของตนเอง เขาจึงแวะพบหมอทุกวัน เพื่อตรวจหัวใจ และต่อมลูกหมาก มีบอดี้การ์ดคุ้มกัน ทุนที่แท้นั้นอ่อนไหวมากๆ เขาต้องอยู่ใต้เกราะคุ้มกันแน่นหนาที่เขาซื้อหามาอีกที การแลกเปลี่ยนกับผู้คนซึ่งพากันพูดเรื่องนหน้าจอในรถทำให้น่าสนใจมากๆว่าผู้คนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเพียงอีกหน้าจอหนึ่งบนจอจำนวนมาก (เว้นแต่หญิงสาว บอดี้การ์ดที่เขาทำลาย และช่างตัดผมเท่านั้น ทีเขาลงจากรถไปพบ ออกจากหน้าจอไปหา

การพูดเรื่องการประท้วงของกลุ่มอนาธิปไตยนั้นน่าสนใจดีพวกอนาธิปไตยที่ยกเอาหนูสกปรกมาใช้แทนคุณค่าความหมายของเงินตรา ทุนชอบใจการประท้วงแบบนี้ (ฉากหนึ่งเขานั่งในร้านอาหารกลางการต่อต้านโดยตรง และเขามีทีท่าพึงใจ) การต่อต้านแบบนี้ไม่มีผลอะไรกับทุนเลย มันเพียงสร้างความตืนใจที่ควบคุมได้ เหมือนที่ไม่ว่าข้างนอกรถจะถูกใส่ร้ายป้ายสีอย่างไร ข้างในยังคงสะอาดเอี่ยม การประท้วงแบบนี้ไม่ได้เพียงต่อต้านทุนแต่กลับทำให้ถูกตระหนักถึงความสัมพันธ์ของทุนอีกต่างหาก เขาใช้ประโยชน์จากมันได้ มันจึงน่าพึงใจและไม่ถึงเนื้อถึงตัว เป็นการประท้วงนอกอาณาเขตของเขา

แต่ที่เขาทนไม่ได้คือการประท้วงทางตรงแบบถึงเนื้อถึงตัว ไร้ที่มาที่ไปของนักปาพาย เขาถึงกลับโต้กลับอย่างรุนแรงเพราะมันไม่มีแรงจูงใจ (อาชญากรรมต้องมีแรงจูงใจ นี่เขาพูดเองด้วยซ้ำ) การต่อต้านที่มีการทำข่าว(คิดวางแผนมาเป้นระบบ) เป็นการต่อต้านที่เขารับไม่ได้โกรธแค้น ไม่พอใจ ไม่มีเหตุผล เป็นการต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ที่บ่อนเซาะตัวเขามากกว่าการต่อต้านที่มีจุดประสงค์ (การชุมนุมแบบเก่า -พวกหนู ที่เปลี่ยนเป็นสกุลเงินตราได้)การต่อต้านของนักปาพายบ่อนเซาะขเา ในทางตรงกันข้ามการคุ้มกันภัยของบอดี้การ์ด ก็ทำให้ทุนถูกทำให้ตกอยุ่ในความหวาดวิตก (ความเจ็บปวด ถ้ามองแบบอัตถประโยชน์นิยม) ทุนนิยมตอนปลายพบว่า การปกป้องขัดขวางความปรารถนา เขาจึงต้องลงมือกำจัด เพื่อจะได้รู้ว่าปลายทางของทุนนิยมไปทางไหน

จนเมื่อเขามองเห็นปลายทางของทุนนิยมที่ยืนอยู่บนไหล่ของคนยากจนจำนวนมาก อู่เก็บรถลีมูซีนสุดขอบชานเมือง ที่คนขับรถเอารถเขามาจอด แล้วขับรถตัวเองกลับบ้าน เขาถึงได้เข้าใจ และเขายังได้พบมือสังหารไร้แรงจูงใจ ภาพแทนของคนสามัญที่เคียดแค้นต่อระบบ คนที่รับใช้แล้วถูกระบบขับออกมา ผลผลิตของทุนที่ต้านทุน เพราะทุนไม่เคยให้แต่เอาไปจากเขา บทสนทนาช่วงท้ายเรื่องหนยักหน่วงสุดขีด เมื่อทุนนิยมค้นพบสิ่งสำคัญนั่นคือการขัดแขงกันเองของแนวคิดของทุนเอง สร้างความเพลิดเพลินจาความปรารถนา ความเพลิดเพลินกับนำมาซึ่งความเจ็บปวด ความเข้าใจเรื่องสมดุลของเขาถูกทำลาย เพราะโลกไม่มีสมดุล เหมือนต่อมลูกหมากที่ไม่สมมาตรของเขา (น่าสนใจว่าการคุกคามของหมอเป็นภาพของการคุกคามที่ทะลุทะลวงความเป็นชาย ความเป็นทุน อยู่เหนือการควบคุมของเขา (ล้วงทวารตรวจต่อมลูกหมาก) ในขณะที่เขาแสดงควาเมป็นชายใส่หน้าพนักงานหญิง ) สิ่งที่ควบคุมไมได้ ปัจจัยเล็กๆที่ไม่สำคัญทำลายทุนของเขาได้ ดังที่พวกเขาคุยกันในตอนท้าย แต่หนังไม่ได้หวังพึ่งพลังเหล่านั้น หนังเพียงบอกว่าทุนนั้นเปราะบาง และการคาดเดาได้เป็นเพียงแนวโน้มแบบหนึ่ง แต่ไม่ได้รับประกันว่ามันจะม่พังครืนลงมา ต่อมลูกหมากไม่สมมาตรไม่ใช่ปัญหาสุขภาพที่จะต้องจำเป็นใส่ใจ แต่ความไม่สมมาตรของมันทิ่มแทงสมดุลที่ทุนคิดว่าตัวเองมี

ในฉากสุดท้ายจึงเป้นการผเชิญหน้าของคนไร้พิษสง ซึ่งเป็นความไม่สมมาตรของต่อมลูกหมาก คนเล้กๆที่ไม่สำคัญ ในวันที่ทุน เอาความเจ็บปวดมาเป็นความปรารถนา (การยิงคนอื่น หรือยิงตัวเอง) ปรารถนาที่ไม่ได้รับการเติมเต็มอย่างเช่นหญิงสาวหรือการตัดผม ถูกผ่อนคลายด้วยการยักย้ายถ่ายเทไปสู่ความเจ็บปวด แต่คนที่ไร้พิษสงต่างหากที่ทุนอาจจะต้องกลัว พลังอันไร้แรงจูงใจ ไม่สมมาตรและคาดเดาไม่ได้ ตลกร้ายที่เขาเป็นพักงานควบคุมเงินบาท (ฮา!)

Cosmopolisน่าจะมีดีมาจากนังสือแล้ว และโครเนนเบิร์กไม่ได้ต้องทำอะไรมากนัก แต่การไม่ทำอะไรมากกลับดีมากๆ การจำกัดฉากในรถ นอกรถ โดยไม่พยายามอธิบายอะไรเพิ่มเติม บทสนทนาคือหัวใจแต่การควบคุมระยะห่าง ความเย๋็นชา และการมองผ่านรถในฐานะผู้ชม (มีสองครั้งที่เราได้เป๋นผู้ชมพร้อมกับพระเอกคือการชมการฆาตรกรรมในเกาหลีเหนือและชมงานศพของนักร้องเพลงแรพเคร่งศาสนาอิสลาม) เป็นการแสดงให้เห็นถึงโลกทุนที่อยู่ไกลจากความชั่วร้าย(ในรถลีมูซีนของการงานของเรา เราเสพเรื่องพวกนี้่ผานสื่อมากกว่าจะลงไปคลุกกัยมันเองแน่ๆ) หากเราก็เจออาชญาการรมของตัวเองเหมือนกัน

ดีใจจังที่โครเนนเบิร์กกลับมาทำอะไรแบบนี้ ไม่ใช่ไม่ชอบHistory of Violence หรือ Eastern Promise (ยังไม่ได้ดู Dangerous Method) แต่หนังแบบน้นคนอื่นก็ทำได้แต่หนังแบบนี้ต้อ.โครเนนเบิร์กสิ!

One thought on “COSMOPOLIS (DAVID CRONENBERG/2012/US) The Capitalism Contradiction

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s