เทวดาเดินดิน (Grounded God) (หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล/1976/ไทย)

 

เราจะเขียนถึงหนังว่าอย่างไรดี ตอนนี้ที่สนใจมากๆๆๆ คือเสียงตอบรับในขณะที่หนังออกฉาย บริบทของมันซึ่งแน่ชัดว่าไม่สามารถลอยพ้นจากสังคมในขณะนั้นได้ การเขียนอะไรในตอนนี้คือการกระทำโดยความไม่รู้ คาดเดาเอาเอง มั่วเอายึดถืออะไรไม่ได้เป็นการโยงตัวบทเข้ากับเหตุการณืในช่วงนีั้นอย่างูๆปลาๆ กล่าวให้ง่ายคือโน้ตไว้ก่อนระหว่างรอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและการสืบค้นในอนาคต

หนังว่าด้วยโจรวัยรุ่นสามคนที่เริ่มจากขนเฮโรอีน จิ๊กของ ไปจนถึงปล้นร้านทอง ขโมยรถ ฆ่าเจ้าทรัพย์ โจรร้ายหนีลงใต้ไปเจอหนุ่มยะลาชวนกันไปปล้นแบงค์โดนตำรวจล่าจนเตลิดเข้าไปโซนอันตรายของหมู่บ้านมุสลิม แล้วถูกจับ ต่อมาหมู่บ้านมุสลิมถูกโจร(ป่า?โจรใต้?ชายแต่งกายคล้ายทหาร)ถล่ม สามโจรเลยช่วยชาวบ้าน เสียเพื่อนไปคน หนึ่งในสามก็บาดเจ็บ กลับเข้ากรุงเทพแล้วโดนตามล่าจนไปจนตรอกบนตึกสูง


ฟังดูเหมือนหนังแรดิคัลขบถสุดขีด แบบขบถต่านรัฐที่นิยมสร้างในสมัยนั้น (อย่างน้อยก็ในอเมริกา )แบบหนังรุ่นพี่อย่างBONNIE AND CLYDE (พี่หลายปีไปหน่อยแต่เลือกเรื่องนี้เพราะมันเห็ความต่างชัด) เอาเข้าจริงเรากลับพบว่าหนังกลับมีมุมมองแบบอนุรักษ์นิยมมากๆๆๆทีเดียว ท่าทีของสามโจรไม่ได้ทำหน้าที่เป็นวัยรุ่นขบถ มากไปกว่า พวกเด็กเอาแต่ใจที่ปล้นฆ่าเพราะความสนุก ฉากหนึ่งถึงกับยืนยันกันหน้ากล้องว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เราปล้นแบบสนุกไม่ได้มีจิตใจเป็นโจรโดยสันดาน ใครขวางเราก็ฆ่าก็แค่นั้น (อันนี้เพิ่มเอง) ท่าทีแบบวัยรุ่นสมควรตายทำให้ผู้ชมดูเหมือนจะอยุ่ข้างตำรวจมากกว่าข้างของวัยรุ่น พูดง่ายๆ พวกโจรกลายเป็นผู้ร้ายเต็มที่ (ฉากเด็ดของหนังคือกลังการปล้น สรพ.ษ์กีบวิยะดามีเซกส์ และ ต่อลาภ เล่นยาตัดสลับความเหลวแหลกของวัยรุ่ไร้แก่นสาร)ในขณะที่นายตำรวจต้องยอมเหน็ดเหนื่อยทิ้งเมียมาตามล่าโจรร้าย

หนังก้ไปสุดทางในแง่ที่ไม่ให้ปูมหลังอะไรของทั้งสามคนเลยซึ่งเป็นเรื่องดีมากๆ ผู้ชมผเชิญกับความรุแนรงตรงหน้าโดยไม่ต้องมาคิดเรื่องผูมหลังเหตุผล แต่ในอีกทางหนังก็เต็มไปด้วยgraphic violence ที่แสดงความบ้าคลั่ง ไม่อินังขังขอบสังคม และอันตรายให้กับทั้งสามโจรโดยไม่ลงลึกไปกว่านั้น เราอาจจะไม่อยากรู้ว่าเขามีที่มาที่ไปอย่างไร แต่เราอยากรู้ว่าเขาคิดอะไร มีความหวั่นไหวหรือไม่ในขณะเหตุการณืดำเนินไป และหนังก็ไม่ให้เรา พวกวัยรุ่นเทวดาเดินดิน(เทวดาในความหมายเสียดเย้ยสุดขีดว่านึกอยากทำไรก็ทำ) จึงเป็นตัวร้ายโดยสมบูรณ์

หนังพลิกไอีกทางเมื่อตัวละครล่วงเข้าสู่หมู่บ้านอันตรายในชายแดนใต้ โดยไม่แน่ใจนัก นี่คือหนังที่นำเสนอปัญหาภาคใต้ที่น่าสนใจเรื่องแรกหหรือเปล่า ในแง่ที่พยายามจะไป(แต่ไม่พ้น) stereotype ของปัญหาภาคใต้ แต่เรื่องนี้ติดไว้ก่อน เราไม่รู้ว่าปัญหาภาคใต้ในปี 2519เป็นอย่างไร และก่อนหน้านั้นมีหนังที่พูโเรื่องนี้แบบtake seriouslyมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตามก่อนถึงเรื่องราวในหมู่บ้านหนังกลับมีฉากนี้โผล่ขึ้นมา

ฉากนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องเลย มันจู่ๆก็โชว์ขึ้นมาเฉยๆ สรพงษ์หนึ่งนสามโจรสวมชุดทหารบุกเข้ามหู่บ้านไปยิงชาวบ้าน แล้วพบว่าบ้านที่ยิงเป็นคนพุทธ มีรูปในหลวงอยุ่ในบ้าน เขาถึงแก่ทิ้งปืนวิ่งลงมาต่อยตีหัวหน้า ที่รับบทโดยนายตำรวจคู่ปรับ!ในฉากที่เหมือนฝันนี้อยู่ดีๆ ชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ผนึกกำลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวในแง่ที่ว่า เราทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน ฉากนี้กระอักกระอ่วนมากๆๆๆๆ เมื่อในเวลาต่อมา เราพบว่าหนังพูดเรื่องปํยหาภาคใต้โดยการบอกว่าชาวบ้านมุสลิมบริสุืทธิ์ถูกโจรใต้ไล่ฆ่า จนต้องป้องกันตัวเอง ในขณะเดียวกันก็พุดว่าชาวบ้านเองก็ไม่อาจไว้วางใจในรัฐได้ เป็นการพูดถึงปัญหาโจรใต้ที่น่าสนใจมากๆๆๆๆๆ ๆและนี่รุนแรงคือหลังจากหนังเรื่องนี้ปัญหาภาคใต้ก็ยังรุนแรงอยู่ แต่เราหาหนังที่เล่าเรื่องนี้แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

ที่รุนแรงมากกว่านั้นคือฉากไคลแมกซ์ของเรื่อง เมื่อสามโจรจนมุมอยู่บนตึก ฆนังตัดเอาฉาหนี้เข้ามา

ว่ากันว่าหนังถ่ายทำในปี2518ออกฉายเดือนกันยา ปี2519 ก่อน หกตุลาเพียงไม่ถึงเดือน มันจึงน่าตกใจว่าซีนนี้มีความหมายอย่างไรกันแ่น

ว่ากันตามเนื้อผ้า ซีนนี้คือเริ่มจากสื่อตีข่าวว่าสามโจรเป็นฮีโร่จนคนชาวบ้านนักศึกษาพากันชื่นชมสามโจรอย่างรุนแรง เมื่อฉากไคลแมกซืมาถึงเราจึงเห็นขบวนนักศึกษาออกมาต่อต้านการจับโจรทั้งสามแบละปะทะกับตำรวจ และเราเห็นใรูปแรกจากสี่รูป ว่าป้ายเขียนว่าต้าฟาสซิสต์!

มันจึงน่าาสนใจว่านัยยะของหนังทางหนึ่งคือการบอกว่า พวกนึกศึกษาที่ตกเป็นหยือ่สื่อมวลชนปลุกปั่นเข้าข้างพวกโจร ออกมาประท้วงรัฐที่จะจับโจรที่จนมุมอยู่บนตึก! ซีนนี้รุนแรงมากและน่าสนใจว่าในบริบทสมัยนั้นมันได้รับเสียงตอบรับอย่างไร

และน่าสนใจมากขึ้นไปอีกเมื่อหนังกลับให้ตัวละครเลือกจบชีวิตแบบแอนตี้ฮีโร่มากๆอยุ่ยนตึก เรียกว่าปเ็นการตายแบบโรแมนติกจนน่าสงสัยว่าเอาเข้าจริงหนังมีทีท่าต่อสามโจรแบบไหน ความคลุมเครือของหนังนั้นน่าสนใจมากๆๆๆๆทีเดียวไม่ว่าหนังจะยืนากฝั่งขวาหรือฝั่งซ้าย

และหนังยังมีกิมมิคเล็กๆของป้าศรี

ในซีนสุดขีดนี้ตำรวจบุกจับป้าศรีที่เป็นเอเยน๖ืเฮโรอีน ป้าศรีใจดีใจุบญสุนทาน ไหว้พระแต่ค้ายา ฉากนี้ตำรวจบุกจับป้าศรีตอนไหว้พระ ป้าก็หันมายิ้นให้ตำรวจแล้วเดินไปหยิบลูกซองจากหลังตู้มาส่องตำรวจตาย!

ความคลุมเครรือในหนังไม่ใช่ความคบลุมเครื่อเชิงจริยธรรมของตัวละคร แต่เป็นความคลุมเครือของผู้สร้างซึงไม่อาจประเมินได้ในจุดนี้ แต่มันน่าสนใจจริงๆว่านี่อาจจะเป็นหนังดูซ้ายแต่ไปขวา แบบเนียนที่สุดเรื่องหนึ่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s