ยักษ์ (ประภาส ชลศรานนท์/2012/ไทย) ลืมเถิดดวงใจอย่าได้คิดเลย

คำถามสำคัญตอนที่ดูหนังเรื่องนี้คือคำถามเดียวกับตอนที่ดูอินทรีแดง นั่นคือเราจะแยกตัวบทออกจากบริบททางการเมืองในไทม์ไลน์เดียวกันได้ไหม ประเด็นของหนังจะสอดรับกัยความคิดภายในผู้สร้างต่อสังคมในห้วงยามของมันหรือไม่ หรือที่แท้มันต้องแยกกัน

ก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับอินทรีแดง กล่าวคือไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจถึงที่สุดในบริบทที่มันออกฉษยมันก็แปรตัวเองไปรับใช้เจตจำนงค์อุดมการณ์บางอย่างนั่นแหละซึ่งเราก็ต้องว่ากันที่ตัวบทตรงนี้

ขอเริ่มโดยการแยกมันออกเป็นเอกเทศก่อน การเลือกเล่าโดยดัดแปลงรามเกียรติ์ แล้วทำให้เป็นเรื่องแนกออกมานั้นก็น่าสนใจแระเด็นที่คนรู้จักรามเกียรติ์ และได้ป้ายสีทศกัณฑ์ในฐานะตัวร้ายไปแล้ว

ต่างไปจาก SITA SING THE BLUES ที่ตีความนางสีดาใหม่ ยักษ์ไม่ได้ตีความตัวละครใหม่ แต่ยึดขนบเดิม ทศัณฐ์เป็นผู้ร้ายและยังเป็น โดยไม่ต้องสนใจว่าอะไรที่เกอิดขึ้น มันคือสงครามที่จบไปหนึ่งล้านวันและการประนีประนอมของผู้คนหลังจากนั้น แน่นอนว่าการทำแบบนี้ปลอดภัยในการตีความ และการขยายเรื่องก็ไม่ได้มีผลไปทำลายแกนของเรื่องเดิม ทศกัณฑ์ไม่ว่าจมาในรูปหุ่นยนต์หรือไม่ ก็คือบทเดิมตำแหน่งเดิม การขยายออกของเรื่อง ที่ดูหเหมือนจะมีน้ำเนื้อจิตใจนั้นโปรดจดจำไว้ว่ามันอยู่ใต้บริบทของอาการความจำเสื่อมของตัวละคร กล่าวอย่างง่าย คือลืมไปเลยว่าเคยฆ่ากันกลางเมือง
และบริบทของการลืมคือหัวใจอของหนัง เมื่อเราพูดถึงหนังในแง่การรับใช้บริบทในปัจจุบันเพื่อสะท้อนกรอบคิดที่คนทำมีต่อปัจจุบันขณะ

ภายใต้บริบททางการเมืองนี้ ซึ่งช่วยไม่ได้จริงๆที่เราต้องแนบมันเข้ามา ถ้าไม่ไร้เดียงสาจนเกินไปคำพูดทำนอง ทำการ์ตูนอย่าคิดมาก ทำให้เด็กดูนั้น เป็นคำพูดของคนที่อาจจะไม่ได้เข้าใจเลยว่าการ์ตูนสามารถทำหน้าที่สอดแทรกความคิด กรอบความเชื่อลงไปได้ ตรรกะเหตุผลในการ์ตูนจะช่วยปูทางให้เด็กๆของโลกในทางหนึ่ง ดังนั้น การ์ตูนจึงไม่ใช่เรื่องเด็กๆ แต่เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่นี่แหละคิดลงไปในระดับโครงสร้าง

กลับมาที่หนัง บริบทของการลืมกลายเป็นหัวใจสำคัญของหนัง เพราะ ว่าหนังเลือกเล่าเรื่องเมื่อเหตุการณ์จบลงแล้ว หนึ่งล้านวัน หนังเล่นสนุกได้โดยพูดถึงการปรองดอง ความเป็นคนดีในตัวเราทุกคน โดยไม่ต้องพะวักพะวนกับเหตุกาณืที่จบไปแล้ว ไม่ต้องตามหาคลี่คลายความถูกผิด ถ้าจะพุดในบริบทของหนังต้องบอกว่า ไม่ต้องมานั่งคิว่าสุดท้ายรามเลยทำลายทุกคน เรื่องมันจบไปแล้วโปรดเข้าใจไว้ด้วย

ทศกัณฐ์จึงเหมือนฮิตเลอร์ที่ฟื้นขึ้นมาในวันที่แม้แต่กำแพงเบอร์ลินก็ล่มสลาย ฮิตเลอร์ที่เป็นจิตรกรอ่อนไหว ไม่ใช่ไอ้บ้าเลือดฆ่ายิว

ในทรรศนะขอกงารลืมระยะยาวมันฟังดูเวิร์ฺคใช่ไหมที่ลูกไม่ต้องรับกรรมของพ่อแม่ เรื่องมันแล้วไปแล้วอย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ

แต่นั่นใ้ไม่ได้กับทุกกรณ๊ และยิ่งใช้ไม่ได้ในบริบทที่ความขัดแย้งยังดำเนินต่อไป

ความปรองดองประเภทเราลืมทุกอย่างเถอะแล้วมารักกัน เป็นการตบหน้าประเภทหนึ่ง เป็นการกดขี่ประเภทหนึ่ง

การทำให้ทศกัณฐ์ในเรื่องนี้ ‘ลืม ‘ คือวิธีการเช่นนั้น และวิธีการเช่นนี้คือวิธีการที่สังคมไทยใช้กับการบันทึกประวัติศาสตร์มาตลอด โดยตัวมันเองอาจไร้พิษสง แต่ในสังคมที่ทุกอย่างโน้มเอียงไปเช่นนั้น การลืมกลับอันตรายอย่างยิ่งิ อันตรายเกินไป

ทำไมทศกัณฑ์กับหนุมานถึงสามารถเป็นน้าเขียวกับไอ้เผือกได้ ขัอกำหนดทั้งหมดอยุ่ทที่ทั้งสองคน ต่างความจำเสื่อม ลืมไปแล้วว่าอะไรเคยเกิดขึ้น ผู้คนก็ผุดขึ้นมาตรงนี้ ผู้ชมเข้าไปในช่วงชุลมุนเหตุการณืไร้ระเบียบที่ไม่รู้ที่มาที่ไป จากนั้น เรากดลบเป็นศูนย์รีสตาร์ท ตัวละครหลงลืม เราก็หลงลืม เรื่องก็ดำเนินไปเช่นนั้น เราได้เห็นความน่ารักของน้าเขียว แต่ไม่ได้เห็นว่าเขาเป็นฆาตกรฆ่าร้อยศพ ถ้าเรามองว่าทศกัณฑ์โหดเหี้ยม เราจึงยอมรับได้ที่จะลืม เราไม่ใช่คนตายแค่คนจ้องมองความขัดแย้งนี่นา เรายอมรับมิตรภาพ การปรองดอง รับได้เสมอ เพราะทุกคนเป็นคนดีข้างใน ภายใต้ข้อแม้ว่าเราจะไม่สืบสาวราวเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ทศกัณฑืที่ดีจึงคืทศกัณฑ์ที่ลืมไปแล้ว ความจำเสื่อมไปแล้ว และดียิ่งขึ้นไปอีกหากทศกัณฑ์จะจู่ๆสำนึกผิดได่้และ นิ้วไหนร้ายตัดนิ้วนั้นท้ิง

ทศกัณฑ์ตัดหัวทั้งเก้าได้โดยไม่ตายแต่ชีวิตไม่คืนกลับการที่ทศกัณฑ์ฆ่าตัวเอง เป็นการล้างผิดบาแที่น่าสนใจ เพราะตัวหนังเน้นย้ำในซีนสุดท้ายว่าเรามียักษ์ในตัวทุกคน มันคือการฆ่ายักษ์ในตัวเรา การเปลี่ยนผ่านจากความผิดบาปไปสู่ชีวิตใหม่ แต่การสำนึกบาปนั้นไร้คุณค่าเพราะมนุษญืไม่ได้เป็นสีขาวดำเยี่ยงตัวละคร ยังมีเหตุปัจจัยมากมายไม่นับผลพวงที่ตามมาเมือ่เหตุการณืเกิดขึ้นกับผู้อื่น

โดยส่วนตัวผู้เขียนอาจจะรับได้ในแง่บริบทสอนเด็ก แต่ความมองโลกในแง่งามแบบนี้มีด้านมืดของมันอยู่เมื่อถูกนำมาใช้ราวกับว่าโลกจริงนอกอนิเมชั่นนั้นเป้นโลกการ์ตูนด้วย เฉกเช่นการขอร้อง ขู่เข็ย หรือบังคับให้คนที่เราคิดว่าเป็นทศกัณฑ์ลืมเสียว่าอะไรเคยเกิดขึ้น แต่ที่จริงเขาอาจจะเแ็นพ่อของยักษ์ตนอื่นๆที่ตายไปก็ได้

นี่ไม่นับว่า กุมภกรรณ ที่หนังยกมาเป็นสมุนไม่ได้เรื่องชอบความรุนแรงของทศกัณฑ์จะเป็นยักษ์สีแดงที่สะสมอาวุธไว้ก่อสงคราม เป็นพวกกกระหายความรุนแรง

แต่หากเรามองกุมภกรรณด้วยแว่นนี้ สิ่งที่รุนแรงที่สุดในหนังคือ ราม

เพราะรามในหนังคือดาวเทียมโพ้นไกล เราไม่พักต้องคิดว่ารามในรามเกียรติ์นั้นเป็นเจ้า และชาวลิงชาวยักษ์รบกันโดยมีรามเป้นผู้นำ รามอยู่ไกลราวกับพระเจ้า คอยพิพากษาในฉากจบ และเป็นที่เกรงขามเมื่อถูกขานกล่าว ว่ากันตามนี้รามทาบทับเอากับบริบททางสังคมได้อย่างน่าสนใจมากๆ ยิ่งการที่ราม ชี้เป็นชี้ตายอะไรหรือใครก็ได้ ไม่มีการตอบโต้ มันยิ่งน่าสนใจมากขึ้นไปอีก และแน่นอนหนังให้เราเห็นความเตตาของรามในฉากจบทีศรรามถูกยกเลิกเพราะรามมีเมตตา รามอยู่โพ้นไกล แต่เห็นไปได้ในทุกที่และรู้ว่าน้าเขียวไม่ใช่่ทศกัณฑ์ รามที่ลอยอยู่เหนือสงครามทั้งหมดในท้ายที่สุด

เราอาจจะบอกได้ว่านี่คือหนังที่บอกว่า เรามารักกันเถอะเรามาลืมทุกสิ่งมองหาสิ่งดีงามในตัวเราแล้วจับมือกันก้าวไปข้างหน้า ซึ่งไม่ได้มีอะไรผิดแต่มันมีคุณลักษณ์แบบเดียวกับการบอกความจริงครึ่งเดียว และเมื่อมันผุดโผล่ในสังคมที่ความขัดแย้งยังคุโชน ันก็ชวนยอกแสยงใจไม่น้อย

แต่ก็เอาเถอะ เราอาจจะจต้องยอมรับว่าเด็กที่ดูหนังในปีนี้ อาจะโตพอจะรู้ความเมื่อสงครามสิ้นสุดลงไปแล้วหนึ่งล้านวัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s