CHRONICLE OF A LONELY CHILD (LEONARDO FAVIO/1965 /ARGENTINA) เรื่องเล่ายืดเยื้อเรื้อรังของเด็กชายเดียวดายชั่วนิรันดร์

แรกทีเดียวมันก็เป็นชีวิตเรื่อยเปื่อยในบ้านเมตตา ไอ้หนู POLIN ติดคุกเด็กเพราะอะไรไม่มีใครรู้ แต่ชีวิตคุกเด็กก็คือชีวิตคุกเด็ก ครูผู้คุมหินโหดตบเด็กได้เมื่อมีอารมณ์ เด็กๆก็ใช่ย่อย ตกดึกก็แอบสูบบุหรี่กัน แถมนัดต่อยกันในห้องน้ำอีกต่างหาก สรรพสิ่งคืบเคลื่อนไปอย่างที่มันเป็น วันหนึ่งPOLIN ไอ้หัวโจกจอมก่อเรื่องโดนส่งไปห้องพยาบาลเพราะปวดท้อง แต่หมอดันไปยืนจ้องหน้าต่างเสียแทน

ไปๆมาๆหมอพยายามหนี แต่มีอีป้าใจดีกลัวหมอจะตกกำแพงคุกเลยเรียกผู้คุมมาจับกลับไป หมอเลยโดนแขวนป้ายให้เดินไปเดินมาในโถงรอบห้อง โดนจับกล้อนผม โดนขังเดี่ยว ไว้ใต้ถุนตึก ขังเดี่ยวนี่เดี่ยวจริงๆหมอเลยหนีออกมาอย่างยากเย็นด้วยการพยายามเปิดประตูห้องขัง ปีนหน้าต่างครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ออกมาได้


ไอ้หนูPOLIN เดินทางกลับบ้าน ระหว่างก็จิ๊กตังค์คนบนรถโดยสาร บ้านของไอ้หนูก็เป็นสลัมโทรมๆ ที่ในวันที่หมอมาถึงใครสักคนในสลัมเกิดฆ่าตัวตายขึ้นมา หมอตกใจนึกว่าตำรวจมาตามจับตัวเองเลยชวนเพื่อนสนิทไปเล่นกระโดดน้ำในคลองหยำเหยอะท้ายสลัม ที่นั่นมีแกงคืเจ้าถิ่นคอยล้อเลียนว่าไอ้หัวล้านอยู่ แต่หมอก็ไม่กลัว ยามบ่ายอันรื่นรมย์ของเด็กครึ่งหนุ่มครึ่งเด็กที่แก้ผ้าเล่นน้ำ นอนเปลือยผึ่งแดดบนตลิ่ง ก่อนจะจบลงด้วยการเป็นโศกนาฎกรรม ที่ไอ้หนุ่มได้พิสูจน์ความขลาดที่แท้ภายในตัวเอง

เย็นนั้นไอ้หนุ่มพบรุ่นพี่ชาวสลัมที่ยึดเป็นฮีโร่ ไอ้หนุ่มวัยรุ่นกลายเป็นเป็นคนขับรถม้ากลางวัน แมงดากลางคืน ไอ้หนุไปแอบบดูสาวขายตัว แล้วลักลอบพาม้าของรุ่นพี่ไปเที่ยวเล่น ช่วงเวลาเสรีเปี่ยมสุขช่วงท้ายในราตรีกาลที่เมืองหลับไหล ไอ้หนูกลายเป็นเด็กไม่ได้เป็นหัวโจกตัวก่อปัญหา วายร้าย แน่นอนันจบลงอย่างรวดเร็ว

เราอาจจะบอกว่าCHRONICLE OF A LONELY CHILD คือ THE 400 BLOWS ภาคอาร์เจนตินาก็ว่าได้ แต่ไม่เลย นี่ไม่ใช่ความรื่นรมย์ของการหนีสถานดัดสันดาน มันคือการหนีนรกหนึ่งไปหานรกอีกแบบหนึ่งก็เท่านั้น ชีวิตในสลัมกับชีวิตในสถานดัดสันดาน คือสิ่งที่เหลือจะทนเสียทั้งคู่ มีเพียงช่วงสั้นๆระหว่างการ ‘หลบหนี’ ทั้งหลบหนีจริงๆและหลบหนีเชิงอุปมาเท่านั้น ที่พอจะให้ความรื่นรมย์ให้กับชีวิตของไอ้หนูPOLIN

แต่หนังไม่มาเสียเวลาดราม่าฟูมฟายให้กับประเด็นชีวิตบัดซบของเด็กพรีทีนในสลัม หนังมากเล่ห์พอที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยดวงตาไร้ความเห็นใจ ไอ้หนูก็ไม่ใช่เหนือของสังคม การดิ้นรนของมันก็มีความร้ายกาจ การเอาตัวรอด ความชั่วช้าใจหินเจือปนอยู่ หนังสะท้อนภาพของเด็กที่ดูเหมือนจะแกร่งกล้ากร้านโลก แต่ที่แท้กลับค้นพบความขลาดเขลา อ่อนเยาวื เบาปัญญา และความเป็นเด็กของตัวเอง เขาไม่ได้เรียนรู้ด้วยการก้าวพ้นวัยหรืออะไรแบบนั้น เขาเรียนรู้ด้วย บาปผิดติดใจ ด้วยโศกนาฎกรรม และด้วยความบัดซบของชีวิตที่ยังคงรอคอย

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่หนังจะออกมาเป็นภาวะก้ำกึ่งไปเสียตลอดการเดินทาง ความก้ำกึ่งของความรื่นรมย์และความริยำตำบอน ความก้ำกึ่งของโลกของเด็กกับโลกของผู้ใหญ่ ความกำ้กึ่งของความแกว่นกล้า และขลาดเขลา ความกำ้กึ่งของความเงียบ และความอึกทึก ความก้ำกึ่งของการเป็นหนังสารดคี และหนังโป๊เด็ก ความก้ำกึ่งของความสุขและความสะพรึงขวัญอันไม่อาจลืมลงในป่าละเมาะ คลองน้ำหยำเหยอะ อาชญากรรมของฝูงเด็กและการล่มสลายทาวิญญาณของเด็กที่ถูกทำให้เป็นผู้ใหญ่ในคราบของเด็กไม่เอาไหน ไอ้ความก้ำกึ่งนี้เองค่อยๆก่อรูปของสภาวะการติดอยู่ตรงกลาง กลับไม่ได้ไปไม่ถึง เกลียดอดีตกลัวอนาคต มีแต่ปัจจุบันที่เป้นเพียงการหลบหนีชั่วครู่ ติดอยู่ตรงประตูซึ่งหับปิด ไร้ทางออก

ว่ากันว่า Leonardo Favio คือหนึ่งในผู้กำกับอารืเจนตินาที่โลกลืม หนังเรื่องนี้ได้ิสูจน์แล้วว่าเขามีีไม้ลายมือที่น่าทึ่ง การควบคุมโทนของเรื่องให้ดำเนินไปอย่างหนังที่เราเอาใจช่วยไม่ได้แต่ก็ไม่อาจเย็นชาต่อตัวละคร ค่อยๆติดตามตัวละครที่ลอกเปลือกความแข็งของตัวเองออกทีละน้อยจนในที่สุดเมื่อฉากสุดท้ายมาถึงตัวละครก็ลอกเอาเปลือกของสายตาของเราออกไปด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s