DAD (VLADO SKAFAR/2010/SLOVENIA)พหูพจน์ของพ่อเอกพจน์

เด็กชายออกไปตกปลากับพ่อในวันอาทิตย์ เขารู้สึกเบื่อหน่าย การตกปลาไม่ใช่กิจกรรมอะไรมากไปกว่าการนั่งนิ่งๆริมบึงในป่า เขามาอยู่กับพ่อในสุดสัปดาห์ พ่อลูกพยยามหาเรื่องคุยกัน แต่ยังขัดเขินเกินกว่าจะเข้ากันได้ เด็กชายอ่านหนังสือดูดวง เขาบอกว่าเล่มที่พ่อให้มันน่าเบื่อ พ่อถามว่ายังไม่อ่านจะรู้ได้ยังไง เขาบอกว่าเขารู้ เขาบอกว่าถ้าเราจับปลาได้คงมีเรื่องคุยกัน พ่อจะสอนเขาล้างปลาและแล่เนื้อมัน พวกเขาจับปลาได้ พ่อลูกสนุกสนาน

เด็กชายทำการบ้านในป่า เล่าให้พ่อฟังเรื่องภาษาที่เขาคิดขึ้นเอง พ่อหัวเราะแล้วก็หลับฝันเห็นท้องฟ้า เด็กชายอาจจะหลับฝันด้วย ไม่ก็เดินเ่น ลึกเข้าไปในป่าที่เงียบสงบ  ยื่นมือไขว่คว้าความว่างเปล่า

พ่อทำกับข้าวให้กิน เขาเอาคลิปเล่นเปียฬโนให้พ่อดู พวกเขาออกไปเดินเล่น เจอยิปซีพ่ายรัก  พวกเขานอนหลับในท้องทุ่ง พ่อเล่าเรื่องงตอนที่เขายังเด็ก ตอนที่พ่อยังไม่ไปจากเขา พ่อจำได้ทุกโฒงยามในวันที่พ่อออกจากบ้าน เด็กชายน้ำตาไหล เขาหลับไปกับพ่อกลางทุ่ง พ่อฝันว่าพ่อจูบเขา พอตื่นขึ้นมาเขาก็หายไป

พ่อไปหาเขาที่สนามฟุตบอล ขับรถกลับมาส่งที่บ้านแม่ พ่อกลืนหายไปในความมืด สูญหายไปในแสงดาวเศร้าสร้อย

พ่อมากมายกำลังตกงาน หนังเลื่อนไหลช้าๆไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำ พ่อที่ไม่มีเงินให้ลูกเรียต่อแล้ว พ่อของเราเล่าถึงงานใหม่ที่ทำให้เขาต้องมองดูผู้คนในแง่ร้าย งานที่ไม่ใช่การปลูกต้นไม้ตามชื่อของโป๊บ พ่ออยากพาลูกไปดูบอล เลยทำงานหนัก และแทบจะไร้เรี่ยวแรงในวันอากาศยะเยือก

ภาพยนตร์แสนงดงามของVlado Skafar ผู้กำกับชาวสโลเวนีย  ราวกับ อเลกซานเดอร์ โซคูรอฟ หนังของเขาเคลื่อนไหวเชื่องช้าเงียบเชียบ ว่าด้วยความสัมพันธ์คลุมเครือของพ่อลูก (โซคูรอฟ ก็เคยทำมาแล้วในFather and Son)  หนังเป็นเมือนบันทึกความทรงจำส่วนบุคคลที่เขามีต่อพ่อ ตัดต่อด้วยการซ้อนแต่ละฉากเข้าหากันเชื่องช้าราวกับภาพบนจอค่อยๆละลายเข้าหากันทีละน้อย ภาพกึ่งฝันกึ่งจริงที่อธิบายไม่ได้ในป่ายามบ่ายที่แสงสาดส่อง  ท่ามความขัดเขินของพ่อลูกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ปรับเข้าหากันทีละน้อย

ยิ่งหนังเคลื่อนไป หนังยิ่งกลายเป็นภาพฝันเลือนลางมากขึ้น หนังพร้อมจะล่องลอยขึ้นไปบนฟ้าในบทสนทนาของพ่อลูกที่พูดถึงดวงดาว หรือภาษากำเนิดใหม่ หรือการสูญเสีย ความเจ็บปวด และความตาย ราวกับภาพยนตร์ค่อยๆถูกความทรงจำ และความฝันซ้อนเบลอเข้ามาทีละ้อยละลายเข้าหากันในขณะที่ภาพเคลื่อนไป

แต่งดงามไปกว่านั้น ความทรงจำส่วนบุคคลในอดีตได้แผ่ขยายเข้ารวมกับปัจจุบันขณะเมื่อหนังจู่ๆบอกกับผู้ชมว่า ระหว่างการถ่ายทำพวกเขาพบกับคนงานที่โดนเลย์ออฟในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง
กล้องเสออกจาเรื่องราวส่วนตัวไปสู่ ‘ภาพของพ่อๆ’ ในทันที ด้วยความปัจจุบันทันด่วนที่ตัดข้ามกับความเลือนซ้อนเชื่องช้าในเรื่องนี้เองเราได้เห็นประกายงดงามอยู่ในการทำหนัง การทำหนังที่พร้อมจะปล่อยให้ สรพพสิ่งคลี่เคลื่อนเข้ามา เปิดรับสิ่งใหม่ๆรอบข้าง การทำหนังที่เรื่องส่วนตัวนั้นผูกโยงอยู่กับผู้คนที่มีเลือดเนื้อจริงๆรอบข้าง

หนังกวาดจับใบหน้าของพ่อท่ามเสียงปราศรัยของคนงาน เก็บเอาคำสัมภาษณ์ของพ่อบางพ่อที่ไม่รู้จะหาเงินมาส่งลูกเรียนต่อได้อย่างไร  ภาพสารคดีสามัญตัดขวางคนงานทั่วไปในที่สุดไปได้ไกลกว่าการสัมภาษณ์ความทุกข์เข็ญแร้นแค้น เมื่อมันถูกรองรับด้วยภาพฝันของพ่อลูกที่เขาทิ้งร่องรอยไว้ก่อนหน้า

ยิ่งงดงามกว่านั้นในฉากท้ายเรื่องที่ถ่ายภาพพ่อนั่งอยู่กับเพื่อนคนงาน ราวกับสารคดีที่ผู้กำกับบังเอิญได้มาได้ถูกนำมาคนให้เข้ากันกับเรื่องราวทั้งหมดก่อนหน้า ฉากสุดท้ายจึงคือความเจิดจ้าของภาพยนตร์ที่ความจริงและสิ่งฝันได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน แชร์พื้นที่ในซีนเดียวกัน ในฉากสุดท้ายที่พ่อคุยเรื่องการไปดูบอลกับลุกชายและความทุกข์ยากของชีวิตแรงงานที่ไร้ความมั่นคง มีแต่งานหนักวันแล้ววันเล่า

หนังจบลงตรงนี้ จุดที่หมดจดที่สุด ที่ที่การทำหนังส่วนตัวของภาพฝัน ได้บรรจบกับสารคดีความแร้นแค้นของผู้คน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s