ลักษณ์อาลัย (อุทิศ เหมะมูล)

เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของนิยายดังที่อุทิศ ได้กล่าวไว้ในโปรยปกหลัง และในตัวเรื่องของเขา

‘เรื่องเล่าล่องลอยอยู่ในอากาศ ถ้ามันเหมาะกับสภาพพื้นที่ไหน มันก็เติบโตงอกงามได้’

และนิยายเรื่องนี้คือการเติบโตงอกงามเหยียดกิ่งก้านสาขาแตกแขนงแทงรากของเรื่องเล่า การผสมปนเป ตัดข้าม หักล้างทำลาย ส่องสะท้อน เปลี่ยนความหมาย ระหว่าง เรื่องเล่า พงศาวดาร อัตชีวประวัติ นิยายโรมานศ์ ประวัติศาสตร์ส่วนบุคคล ไปจนถึงหนังสืองานศพ

ขยับขยายจาก ลับแล,แก่งคอย แม้ฉากช่วงเรื่องราว สถานที่ทัศนียภาพจัยังคงเหลื่อมซ้อนกันจนแทบเนียนสนิท แต่ความต่างออกไปคือในขณะที่ลับแล,แก่งคอย อาศัยการแตกออกเป็นสองของตัวละครที่เป็นเรื่องในท่วงทำนองกึ่งจริงกึ่งฝัน ลักษณ์อาลัยกลับปริแตกออกเป็นสองเสียตั้งแต่ต้น ด้วยการแบ่งภาคในแต่ละบทระหว่าง ‘เหตุการณ์หลัก – การกลับไปงานศพพ่อ’ กับส่วนแขนงขยาย ‘เรื่องเล่า – ซึ่งเติบโตงอกงามอย่างระเกะระกะตลอดเรื่อง’

เราอาจจะบอกว่าการแตกออกเป็นสองเป็นการ ‘แยกชั้น’กันอยู่ของเส้นเรื่อง กับส่วนที่เป็นอะไรสะเปะสะปะ ซึ่งถูกยัดเข้ามาอย่างเช่นบทวิเคราะห์นิยายเกาหลี พงศวารดารของรัชกาลที่ 1 หรือแม้แต่การถอนสายตาจากตัวอุทิศมาเป็นสายตาของพระเจ้าที่ถามไถ่สำรวจเหตุการณ์ของกันยา ของศักดิ์ ของน้องชาย ของพ่อ แต่ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียง การยัดไม่ลงกระนั้นหรือเปล่าเลย อย่างที่กันยาบอกแก่อุทิศเสมอว่า ‘ไปจำใครเขามาล่ะ’ เราก็จะได้เห็นการจำต่อๆกันมา และอย่างที่กันยากล่าวเหมือนกันว่า ถ้าสภาพพื้นที่เหมาะสมเรื่องเล่าก็เติบโตได้ มันเติบโตได้จริงๆ งอกขึ้นมาโดยไม่จำเป็นต้องกลมกลืน แต่กลับทำหน้าที่ส่องสะท้อนทำลายล้างเรื่องอยู่ตลอดเวลาการตัดแบ่งเรื่องราวไม่ได้แอบกระทำ แต่ทำไว้อย่างโจ่งแจ้งตั้งแต่ชื่อบทสองชื่อตั้งแต่ต้น ตัดขาด ยอกย้อนยั่วล้อทำลายระหว่างกันตั้งแต่ชื่อบท อย่าง ถ่ายภาพหน้างานศพ/สมาชิกใหม่ในครอบครัว (เหตุการณ์ภาพถ่ายหน้างาน /เรื่องเล่าของนวล ซึ่งอันที่จริงมันยอกแสยงว่าอุทิศต่างหากที่เป็นสมาชิกใหม่) หรือ กาลนิรันดร์ในตำนาน /คุณเป็นนักตัดแต่งความทรงจำ ที่แค่เพียงชื่อทั้งสองก็ย้อนแย้งตะโกนใส่กันอย่างเจ็บแสบในตัวของมันเอง

เราอาจตัดแบ่งเรื่องราวที่วิ่งวนรอบความสัมพันธ์ของพี่น้องกับพ่อได้เป็นเรื่องของ อุทิศกับวัฒน์และพ่อ พลอยใสกับชองมินและแกงค์มาเฟีย ไปจนถึง เจ้าพระยมหากษัตริย์ศึกกับกรมพระราชวังบวร และพระเจ้าตากสิน ล้วนเป็นร่องรอยความสัมพันธ์ของพี่น้องไม่ลงรอยทั้งรักทั้งชังกับพ่อที่รักลูกไม่เท่ากัน ทั้งหมดจึงกลายเป็นเรื่องเล่ากระจกสามด้านที่สองสะท้อนกันและกัน และเราอาจลำดับใหม่ โดยเอาอุทิศเป็นศูนย์กลางว่ามนุษย์อย่างอุทิศและวัฒน์ ล้วนแนบสนิทอยู่กับประวัติศาสตร์(สมัยก่อตั้งรัตนโกสินทร์) และเรื่องเล่า(นิยายเกาหลี) ทั้งสามส่วน ปะวัติศาสตร์ เหตุการณ์จริง(ในหนังสือ) และเรื่องเล่า ล้วนยึดโยงอยุ่บนโครงสร้างเดียวกัน เมื่ออุทิศเริ่มชำแหละเรื่องเล่าของพลอยใส กับชองมิน หรือชำระปวศงพระจ้ากรุงธน ในทางหนึ่งมันคือการชำระปวศ.ส่วนบุคคลของเขาไปในตัวด้วย
เราทุกคนไม่ว่าข้าว่าเจ้าหรือลูกครึ่งเกาหลี ล้วนขับเคลื่อนอยู่บนโครงสร้างเดียวกันในฐานะมนุษย์ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโครงสร้างดังกล่าวยึดโยงอยู่กับความสัมพันธ์แบบพ่อปกครองลูก ซึ่งเราต้องนับรวมเอาเรื่องเล่าของกันยากับบิดาของเธอเข้าไปด้วย กล่าวให้ถูกต้องบิดาทำสิ่งใดลวนส่งผลกระทบกระเทือนถึงบุตรธิดา จะกลับมาคืนดี หรือมาล้างบิดาเสียให้สิ้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลการกระทำระหว่างกันมากกว่า ความเป็นพ่อในระดับสากล ถ้าจะมีสิ่งใสากลมันคือระบบคิดปิตาธิปไตยนั้นเอง

แต่นี่ไม่ใช่เพียงนิยายแบบจำลองที่สะท้อนภาพกลับไปมา อุทิศลงลึกไปในเรื่องของมนุษย์อย่างน่าทึ่ง ครั้งหนึ่งอุทิศเคยเขียนเรื่องสั้นซึ่งเป็นการีเมคกลายๆของหนังเรื่องDISTANT ของ NURI BILGE CEYLAN ผู้กำกับชาวตุรกี (อุทิศเขียนกำกับไว้อย่างชัดเจน ในเรื่องสั้นนั้น เสียดายที่จำชื่อเรื่องไม่ได้) สิ่งที่หนังยุคกลางของCEYLAN เป็นคือการเจาะลึกลงในความเย็นชาของตัวละครเพศชายชนชั้นกลางที่ไม่สามารถเข้ากันได้กับบ้านเกิด และไม่ได้มีสถานะน่าพึงพอใจกับปัจจุบัน อดีตของตัวละครคือสิ่งที่เขาทิ้งไปไม่ใส่ใจ ไม่ต้องการให้กลับมารบกวนชีวิต และด้วยการปิดกั้นแบบใดแบบหนึ่งกำแพงน้ำแข็งทวีคูณยกตัวขึ้นสูงกางกั้นเขาออกจากความสัมพันธ์ของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งอุทิศถ่ายทอดความเยือกเย็นเช่นนี้ออกมาบ่อยครั้งในเรื่องสั้นของเขา และทำได้อย่างงดงามในลักษณ์อาลัย

ตัวละครอุทิศไม่ได้ต่างจากตัวละครใน DISTANT อีกครั้ง คนหนุ่มทำงานในเมืองที่ต้องผเชิญกับอดีตจากบ้านเกิดผ่านการมาขออาศัยของหลานชายบ้านนอกที่ไม่เข้ากับเขาในทุกกรณีอีกต่อไป หรือเราอาจจะบอกไพล่ไปถึงตัวละครในCLIMATES ชายใจจืดที่แยกทางกับภรรยา และเราค่อยๆเห็นความเย็นชาของเขา ที่ไม่ว่าเขาพยายามจะทำตัวเป็นคนดีเท่าไหร่ มันก็เป็นเพีนยงการทำเพื่อไถ่ถอนบาป สร่้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับตัวเองมากกว่าจะจริงใจกับมัน

อุทิศในเรื่องก็เป็นเช่นนั้น เขากลับมาบ้านหลังจากบ้านไปหลายปี กลับมาทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีต่อรองคดีของพ่อ จนกระทั่งน้องชายกล่าวแทงใจดำว่ามันเป็นเพียงการไถ่ถอนบาปที่ไม่อาจสำเร็จ ไม่ใช่การกลับมาคืนดีกับอดีต แต่เป็นการกวาดเก็บมันไปไว้ใต้พรมอีกครั้ง เพื่อหวังให้ผู้อื่นชื่นชมว่าเขาทำได้สะอาดเอี่ยม จะได้จากไปอย่างหมดจดปราศจากบาป คำพูดที่เจ็บปวดร้าวรานที่สุดในนิยายจึงคือการบอกออกไปตรงๆว่า อย่ากลับมาอีกเลย
แต่มองให้ไกลไปกว่านั้น โดยใช้โครงสร้างแบบเดียวกับที่อุทิศทำกับนิยายของเขา ใช่หรือไมว่านี่คือเรื่องเล่าของชายชนชั้นกลางที่ตัดขาดตัวเองออกจากประวัติศาสตร์รากหญ้าที่อุ้มชูเลี้ยงดูเขา ประวัติศาสตร์ของความชั่วช้าของพ่อที่ทุบตีด่่าทอเขา(แต่แอบส่งเงินไปให้) แม่จอมโกหกที่มีผัวใหม่ น้องชายที่ไม่เอาไหน สังคมเล็กแคบปิดตายที่เต็มไปด้วยเรื่องซุบซิบนินทา หรือแม้แต่นวล ตัวน่ารังเกียจร่วมของสังคม ตราบาปเกี่ยวกับเรื่องเล่าความเสื่อมทรามของบิดา แต่เขาเองก็มีส่วนร่วมก่อความเสื่อมทรามนั้นด้วยในท้ายที่สุด

เขาคือชนชั้นกลางที่ตัดขาดเสียแล้วจากชนชั้นรากหญ้าที่เป็นแหล่งกำเนิดของเขา เขาอยุ่สูงกว่า เขาไม่นอนที่บ้าน เขาฉลาดหลักแหลมเรียนจบปริญญาและอาสาเข้ามาแก้ปัญหาของรากหญ้าที่โดนนายทุนกดขี่ ในสายตาของอุทิศ นายวันชัยเถ้าแก่โรงปูนคือปีศาจร้ายแห่งทุนนิยมที่กลืนกินหมู่บ้านผู้คน ไอ้คนเลวที่พกปืนมางานศพ (นิยายถึงกับเล่าฉากความล่มสลายขอสังคมเพราะโรงปูน ปีศาจทุนนิยมที่คร่ากินหมู่บ้านแห่งนี้อย่างเป็นระบบและไม่รู้เนื้อรู้ตัว) น้องชายของเขาคืออ้ายโง่ จนเจ้บที่โดนขูดรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกเขาหลอกใช้มาตลอด มีแต่เขาเท่านั้นที่จัดการได้

แล้วเขาจัดการอย่างไร เขาจัดการด้วยอาการของวิ่งเต้นเส้นสายผ่านสามีของชู้รัก กล่าวให้ถูกต้อง เขาใช้ผู้หญิงคนเดียวกันกับนายทหาร และให้นายทหารยื่นมือใหญ่โตที่มองไม่เห็นเข้ามาช่วยจัดการปัญหาในครอบครัว เขาฉลาดหลักแหลมแกว่นกล้า เขาจะได้ความดีทุกอย่างไปหมด แล้วยังมีหน้ามายกเงินให้น้องชาย

ใช่หรือไม่ที่พอเรามองจากมุมนี้นิยายนี้ได้สะท้อนภาพที่ไม่ใช่เพียงประวัติศาสตรืปลายกรุงธนบุรี แต่เป็นปลายยึครัตนโกสินทร์ ภาพโครงสร้างของความขัดแย้งตลอดหลายปีที่ผ่านมาบังเกิดขึ้นต่อหน้าขอตัวละครในแบบจำลองที่เล้กลงกว่าเดิม อภินิหารบรรพบุรุษกำเนิดใหม่ด้วยน้ำมือคนชั้นกลาง พวกรากหญ้าโง่งมต้องการคนอย่างอุทิศเท่านั้น จนกระทั่งน้องชายของเขาบอกว่าอย่ากลับมาที่นี่อีกเลย

ลักษณ์อาลัยจึงส่องสะท้อนกลับไปกลับมาในเหลื่อมซ้อนของอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ยุบย่อลงในเรื่องเล่าที่ละเอียดและมีหัวจิตหัวใจ หัวจิตหัวใจที่เย็นชาของมนุษย์ซึ่ถ่ายทอดออกมาอย่างหมดจดและน่าทึ่งนี้

One thought on “ลักษณ์อาลัย (อุทิศ เหมะมูล)

  1. คณะกรรมการคัดเลือก (SELECTION COMMITTEE) รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี พ.ศ. 2555
    ได้พิจารณาคัดเลือกและลงมติให้นวนิยายผ่านเข้ารอบแรก (Long list) จำนวน 15 เรื่อง ดังต่อไปนี้
    (เรียงตามลำดับตัวอักษร)
    1.คดีดาบลาวยาวแดง ของ ภาณุ ตรัยเวช (สำนักพิมพ์มติชน)
    2.คนแคระ ของ วิภาส ศรีทอง (สำนักพิมพ์สมมติ)
    3.คราบ ของ จิรภัทร อังศุมาลี (สำนักพิมพ์มติชน)
    4.ช่างซ่อมตุ๊กตาจากอาเคเซีย ของ ศิริวร แก้วกาญจน์ (ผจญภัยสำนักพิมพ์)
    5.เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง ของ แดนอรัญ แสงทอง (สำนักพิมพ์สามัญชน)
    6.ในรูปเงา ของ เงาจันทร์ (แพรวสำนักพิมพ์)
    7.ในอ้อมกอดกาลี ของ มหรรณพ โฉมเฉลา (สำนักพิมพ์มติชน)
    8.โปรดจงโอบกอดฉันเอาไว้ ของ ปรีดี หงษ์สต้น (แพรวสำนักพิมพ์)
    9.มนต์รักอ่าวทองคำ ของ ปริทรรศ หุตางกูร (แพรวสำนักพิมพ์)
    10.รอยแผลของสายพิณ ของ สาคร พูลสุข (แพรวสำนักพิมพ์)
    11.รุสนี ของ มนตรี ศรียงค์ (สำนักพิมพ์สามัญชน)
    12.เรื่องเล่าในโลกลวงตา ของ พิเชษฐ์ศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์ (เปนไท พับลิชชิ่ง)
    13.ลักษณ์อาลัย ของ อุทิศ เหมะมูล (แพรวสำนักพิมพ์)
    14.โลกประหลาดในประวัติศาสตร์ความเศร้า ของ ศิริวร แก้วกาญจน์ (สำนักพิมพ์ใบไม้ป่า)
    15.เสือเพลินกรง ของ ผาด ภาสิกรณ์ (สำนักพิมพ์คเณศบุรี)

    รายชื่อคณะกรรมการคัดเลือกซีไรต์ ปี 2555 (SELECTION COMMITTEE)
    1.อาจารย์สกุล บุณยทัต อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
    *ประธานกรรมการรอบคัดเลือก*
    2.นางกนกวลี กันไทยราษฎร์ – นักเขียน
    3.นายขจรฤทธิ์ รักษา-นักเขียนรางวัลศิลปาธร และผู้ก่อตั้งนิตยสารไรเตอร์
    4.นายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย -นักวิจารณ์
    5.ผศ.ดร.จินดา ศรีรัตนสมบุญ – อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันตก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    6.อาจารย์นพดล ปรางค์ทอง -อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา
    7.รศ.บาหยัน อิ่มสำราญ -อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ วิทยาเขตสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s