COME, COME UPWARD (IM KWON TEAK/1989/ST KR) แฉนางชี

หนึ่งในหนังศาสนาที่ไปได้ไกล ไปสุดทางที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยดูมา

หนังเล่าเรื่องของแม่ชีสองรูป รูปแรกเคยเป็นนักเรียนพยาบาล เด็กสาวที่อยุ่กับแม่ลำพัง ไม่เคยพอใจชีวิตตัวเอง ตอนเรียนมัธยมตกหลุมรักครูหนุ่มที่เสียเมียไปในเหตุกวางจู จนตามครูหนุ่มไปเที่ยวกันสองต่อสอง แต่ไม่ได้มีอะไรกัน พอกลับมาโรงเรียนรู้เรื่องครูหนุ่มก็ลาออก หลายปีหลังจากเรียนจบนางเดินทางมาขอบวชที่วัดบนเขา ท่าเจ้าอาวาสก็ให้นางทำงานเป็นคนรับใช้เพื่อทดสอบรอเวลาปลงผม อีกรูปเป็นแม่ชีมาแต่อ้อนแต่ออก แต่ปฏิบัติธรรมเท่าไหร่ก็ไม่เห็นธรรม เจ้าอาวาสเลยส่งนางไปเรียนในเมือง ที่ในเมือง นางได้พบกับหนุ่มนักปฏิวัติ เจอคำถามแบบผ่ายซ้ายกระตุกเตือนให้ยิ่งล้มเหลวในธธรม

ข้างแม่ชีรูปแรกปฏิบัตธรรมได้ดีจนได้พบไอ้หนุ่มที่มาฆ่าตัวตายบนเขา แม่ชีช่วยชีวิตเขาไว้ อดีตลูกคอมมิวนิสต์ฝ่ายเหนือที่มีประวัติพ่อแม่ด่างพร้อยเกินไปจนไม่สามารถจะเติบโตในการงานได้ หลังแม่ชีช่วยชีวิตเขากลับตกหลุมรักคลั่งไคล้แม่ชี จะสึกนางไปทำเมียให้ได้ ข่าวฉาวโฉ่จนเจ้าอาวาสจำต้องขับนางออกจากสำนักบอกให้นางฝากจิตไว้ที่นี่แล้วเอากายไปท่องโลก นางออกจากสำนักทั้งน้ำตา โดนไอ้หนุ่มที่นางช่วยชีวิตข่มขืน แต่ในที่สุดนางก็ช่วยให้เขากลับตัวไปเป็นคนงานเหมืองเลี้ยงตัวตั้งใจจะสร้างชีวิตใหม่พร้อมลูกน้อยในท้อง แม่ชีอีกรูปไปเรียนแล้วก็ไม่ประสบผลยิ่งสับสนมากขึ้น เลยลาเจ้าอาวาสไปธุดงค์สามปี

ต่อมาแม่ชีทั้งสองได้พบกัน แม่ชีที่กลายเป๋็นฆารวาสนั้นผัวตายในเหมืองลูกก็ตายตอนคลอดจึงเดินทางไปเป็นพยาบาลบนเกาะห่างไกล นางมีผัวอีกหลายคนเพราะการมีผัวพิการคือการบำเพ็ญตบะของนาง นางไปได้ผัวใหม่เป็นคนขับรถโรงพยาบาล ที่ต่อมาก็ตายคาอก นางยังพบว่าอาจารย์ที่นางหลงรัก ตอนนี้ได้เป็นกวีสมใจ เขียนบทกวีรักพร่ำเพ้อถึงนางที่ลาบวช แม่ชีอีกรูปเข้าไปซ่อนตัวในถ้ำ ไปเจอกับพระลามกที่ทำท่าจะข่มขืนนางถึงขนาดเปิดจู๋โชว์ แต่ก็พบว่าเขาเป็นไอ้ด้วนน่ะสิ นางบำเพ็ญพรตสามปีในถ้ำก็ไม่พบธรรม จึงเดินทางกลับวัดพบเจ้าอาวาสกำลังร่อแร่

แม่ชีฆารวาส ผัวตายกลับไปลาเจ้าอาวาสเป๋นครั้งสุดท้ายในฐานะนางฉาวโฉ่ที่ชาวบ้านเกลียดชังจนไม่ให้เข้าร่วมพิธี เจ้าอวาสมรณภาพ และทั้งสองไม่มีใครพบธรรม

เวลาทำหนังพุทธแล้วต้องพูดเรื่องการพบธรรม มันออกจะน่าตลกที่จะทำให้ตัวละครได้พบธรรมจริงๆในหนัง เพราะถ้าตัวละครพบธรรมมันต้องเป็นส่ิงที่คนดูไม่มีทางเข้าใจได้ เพราะพวกเขาต้องไม่เคยพบธรรม การสร้างตัวละครที่บรรลุธรรม โดยต้องเป็นธรรมที่ผู้ชมเข้าใจได้ด้วยจึงไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าการทำเทียมเอาใจผู้ชม เพราะถ้าตัวละครบรรลุธรรมผุ้กำกับก็ต้องบรรลุธรรมจึงถ่ายทอดธรรมที่ตัวละครบรรลุออกมาได้ ซึ่งถ้ามันเข้าใจได้ง่ายดายเพียงนั้นความเพียรทั้งหมดก็ไร้ผล แม่ชีสึกมาดูหนังก็พบธรรมได้

อิมกวอนเต็กจึงไม่ให้เราได้เจอการบรรลุธรรม เขาตั้งคำถามเฉียบคมว่าวัตรปฏิบัติแบบพระผู้ทนทุกข์กับการควบคุมตัวเอง และการปลดปล่อยตัวเองของฆารวาส แบบใดจะพาเราเข้าไปใกล่้สภาวะะรรมได้มากกว่ากัน หนังเลือกจบอย่าวร้าวรานว่าอาจจะไม่มีใครได้พบเห็นธรรมอะไรใดๆทั้งสิ้น ทั้งคู่เพียงเข้าใกล้ในคนละรูปแบบ และไม่อาจเข้าถึงมัน การพยายามปลีกวิวเวกของนางชี และการสร้างเจดีย์พันองค์ของหญิงสาวจากสรีรธาตุของชีเจ้าอาวาสวไม่ได้บอกว่าใครบรรลุธรรมมากกว่ากัน ถึงที่สุดก็ต่างไปตามเส้นทางของตน ใช่ว่าชีจะทุกข์น้ยกว่าฆารวาส หรือฆารวาสจะไกลธรรมกว่าชี หนังเฉียบแหลม ท้าทายตั้งคำถามตรงประเด็น ยิ่งเมื่อพระจู๋ขาดแสร้งประชดว่า ไอ้เรื่องปรมาจารย์ไม่มีเครานั้นก็แค่พูดไปคูลๆเท่านั้นเอง ยิ่งทำให้หนังเฉียบคมมากขึ้น

แม้หนังจะอ่อนอารมณืหนังมานุญวิทยาแบบหนังหลายๆเรื่องของอิมกวอนเต็กที่เราเคยดู แต่หนังยังคงเป็มไปด้วยเรื่องราวเข้มข้น และการคิดใคร่ครวญจริงจังกับประเด็นที่นำเสนอ โดยไม่ละท้ิงอารมณ์โซปโอเปร่า ดราม่าตบตลาดแตกแม้จะเป็นหนังแฉนางชีก็ตาม

One thought on “COME, COME UPWARD (IM KWON TEAK/1989/ST KR) แฉนางชี

  1. น่าดูมากเลยครับ ชอบที่จบลงตรง”และทั้งสองไม่มีใครพบธรรม”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s