MICHAEL (MARKUS SCHLEINZER/2011/AUSTRIA) คนรักเด็ก

มิคาเอลก็ดูเป็นคนดี อาจจะเงียบสักหน่อย แต่ก็เป็นคนดี กำลังจะได้เลือนขั้น ว่างก็ไปเล่นสกี แต่ไม่ชอบทำอะไรมากไปกว่าอยู่บ้านทำกับข้าวกิน มิคาเอลเป็นคนดีๆนี่แหละ แต่เขามีเด็กสิบขวบขังไว้ในห้องใต้ดิน เขาดูแลเด็กอย่างดี พาไปเที่ยวเป็นบางที ทำกับข้าวให้กิน ล้อเล่นกันด้วย แต่เขาก็ข่มขืนเด็กทุกคืน

เรื่องมันก็ทำนองนี้แหละ!

ใน WOODSMAN เควิน เบคอนเล่นเป็น pedophile กลับใจ ใน HAPPINESS วิลเลียม เอช เมซี่ เล่นเป็น เล่นเป็นpedophile โสๆ ตุ๋ยเพื่อนลูก แต่ไม่มีpedophile ที่เป็นมนุษย์แบบ มิคาเอล

ความงามคือหนังไม่ได้โผกัส ความป่วนป่วยไข้ในจิตใจของมิคาเอล แล้วห็ไม่ได้สำรวจความทั้งรักทั้งชังของเด็ก มันเล่าแบบกลางๆด้วยระยะที่ห่างมาหน่อย (กล้องก็แทบไม่เข้าใกล้ตัวละคร) เพื่อถ่ายทอดกิจวัตรของคนทั้งคู่แล้วเห็นโยงใยความเป็นมนุษย์ในความวิปริต ผิดเพี้ยน หนังไต่ไปบนเส้นลวดบางๆของความอบอุ่นแบบคู่รักมนุษย์ไร้เพศไร้กาล กับ ความสัมพันธ์วิปริตของไอ้โรคจิตกับเหยื่อ และการยืนอยู่บนเส้นลวดนั้นคนที่ถูกทดสอบไม่ใช่ตัวละครแต่เป็นผู้ชม

เราไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดีที่เห็นมิคาเอลพาเด็กไปเที่ยว เล่นปาหิมะกับเด็ก หรือช่วยกันทำความสะอาดบ้าน วินาทีหนึ่งเขาดูเหมือนพ่อลูก อีกวินาทีหนึ่งเขาก็เดินไปที่เตียงแล้วก็ลูบจู๋ เรียกเด็กไปหา เขาดูทวี เข้มงวดให้เด็กนอนเป็นเวลาเหมือนคุณพ่อ พอตกดึกเขาก็เข้าไปเอาเด็ก เขาไปล่าเหยื่อ ไอ้โรคจิต แต่ในอีกทางหนึ่งเขาอาจพยายามหาเด็กอีกคนมาอยุ่เป็นเพื่อนกับเด็กที่เขา ลักพามา

หนังจำกัดตัวเองอยู่แต่ในบ้าน และที่ทำงานของมิคาเอล จนเหมือนเป็นจักรวาลส่วนบุคคลที่ไม่ว่าใครเข้ามาก็จะทำลายสมดุลมากๆ ฉากที่ชวนกระอักกระอ่วนมากๆคือฉากที่เพื่อนร่วมงานมาเยี่ยม ผู้ชมยืนอยู่ตรงไหนในฉากนั้น ถ้ามันเป็นหนังฆาตกรโรคจิต เราคงอยากให้อีนี่ค้นพบความจริง สงสัยแล้วเเอาไปสืบต่อ แต่ในหนังเรื่องนี้ วินาทีหนึ่งเราอยากให้นางเจอเด็ก อีกวินาทีหนึ่งเราก็โกรธเหมือนมิคาเอล มึงเข้ามาทำไม มึงเข้ามาทำลายความสัมพันธ์พิเศาชนิดนี้ลงไปทำไม ทำไปได้อย่างไร ความกระอักกระอ่วนแกว่งไปแกว่งมาระหว่าง ความนุ่มนวลและความโหดเหี้ยมคือสิ่งที่หนังล้อเล่นกับเราไปตลอดทาง

ฉากช่วงต้นของเรื่องเมื่อมิคาเอลประสบเหตุอาจจะเป็นฉากสุดท้ายในหนังเรื่อง อื่น แต่ในเรื่องนี้มันช่วยตอกย่ำสมดุลบางอย่างของตัวละคร ในแง่ที่ว่าทั้งคู่รู้สึกมั่นคงในระดับหนึ่งที่จะรอคอยกันเงียบๆ เมื่อมิคาเอลเข้าบ้าน เขาไม่ได้เปิดประตูทันที พอเขาได้ยินเสียงเด็กเคลื่อนไหวเขาก็ผละไป เพราะเด็กยังอยู่
อีกฉากที่ยอดเยี่ยมมากคือฉากที่เด็ฏวาดรูปให้เขาในวันคริสมาสต์ การ์ดใบนั้นเป็นรูปเขากับด็ก ที่น่าสนใจคือมันถูกวาดในระดับความสูงที่เท่ากัน เด็กไม่ได้มองเขาเป็นไอ้โรคจิตน่ากลัว แต่เป็นคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกัน ฉากที่เด็กอาละวาดก็มีเซนส์แบบการกระเง้ากระงอดของคนรักอยู่จางๆ มากกว่าจะเป็นการพยายามดิ้นหนีจากไอ้โรคจิต ฉากสำคัญของเรื่องจึงคลุมเครือและช๊อคผู้ชมว่ามันคือเจตจำนงแบบใดกันแน่ และเมือ่ไรที่ผู้ชมเริ่มหวั่นไหวในเจตจำนงว่าเด็กไม่ได้กำลังจะหนี ผู้ชมก็ถูกหนังท้าทายไปแล้วเรียบร้อย

บางทีนับจากTHE SON ของดารืแดนน์ นี่อาจจะเ็หนนังที่ท้าทายศีลธรรมของผู้ชมมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s