รักฉันอย่าคิดถึงฉัน (มณฑล อารยางกูร /2012/ไทย) รักฉัน จงจดจำฉัน

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์

เราจดจำคนที่ตายในหกตุลาอย่างไร เราจดจำคนที่ตายในเดือนเมษา พฤษภาปีห้าสามอย่างไร เราจดจำการตายของคนที่เรารักอย่างไร เราจดจำการตายของคนที่เราไม่รู้จักอย่างไร หกตุลา หรือพฤษภาห้าสาม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ แต่การจดจำคนตายคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ซึ่งเล่าเรื่องของ หมอธนากับหมอนก ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุ หมอนกตาย หมอธนาจมอยู่ในความทรงจำของคนรัก ร้านที่เธอเคยไป กาแฟแบบที่เธอกิน หรือการที่เขากับเธอจะไปไหนไปด้วย จนกระทั่งหมอบี หมอประจำบ้านคนใหม่เข้ามาฝึกงาน หมอบีคล้ายหมอนกในหลายๆเรื่อง พอหมอธนาเริ่มผูกสัมพันธ์กับหมอบี ผีหมอนกก็เริ่มอาละวาด หรือกล่าวให้ถูกต้องผีหมอนกอาละวาดกับทุกคนที่เข้ามาจีบหมอธนา แม้แต่ผู้แทนยาอย่างตรีที่เป็นเหมือนคู่ขามากกว่าคู่รักของหมอธนา

คาดเดาเหตุการณ์ได้ไม่ยาก ผู้ชายที่ไม่ลืมอดีต ผู้หญิงคนใหม่ คนรักเก่าที่ตายกลายเป็นผี และหญิงร้ายคู่ขาที่ต้องการผู้ชายคนนั้นมาครอบครอง แน่นอนว่าตัวเรื่องไม่ได้มีอะไรหักมุมเกินคาดเดา แต่ในความคุ้นเคยคาดเดาได้ของพลอตหนังผีแย่งผัว หนังสอดส่ายสายตาถี่ถ้วนลงไปสำรวจ ผี และความเป็นผีได้อย่างน่าสนใจ

หนังเฉลยในท้ายที่สุดว่าผีหมอนกคือห้วงคำนึงสำนึกบาปตกค้างของหมอธนา (พันธนา คือชื่อจริง) การเขาครุ่นคิดถึงหมอนกเป็นการสร้างผีหมอนกขึ้นมาในท้ายที่สุด ผีของหมอนกดำรงคงอยู่เพราะหมอธนายังคิดถึงเธออยู่ เมื่อคิดถึงเมื่อจดจำเธอจึงมีอยู่ เช่นเดียวกับที่ตรีสรุปเอาไว้ว่าคนเราเวลาจะแย่งของของใคร มันก็ต้องอาศัยความดีบ้างความชั่วบ้างเข้ามายื้อแย่งกัน ความตายของหมอนกทำให้เธอได้ครอบครองหมอธนาไปตลอดกาล เพราะเขาไม่มีทาลืมเธอ (หมอบีเป็นเพียงภาพแทนหมอนก) หมอบีพยายามทำให้หมอธนาลืมหมอนก แต่นั่นยิ่งทไให้ผีของหมอนกเข้มแข็งมากขึ้น จากการต่อสู้ในใจของหมอธนา

แต่หากเป็นเช่นนั้นเราจะอธิบายการหลอกหลอนของผีหมอนกได้อย่างไร

พยาบาลนางหนึ่งพูดกับหมอบีว่า หมอนกเป็นคนดี คนที่โดนผีหมอนกหลอกล้วนแต่เป็นคนที่เข้ามายุ่งกับหมอธนาเท่านั้น  กล่าวให้ถูกต้องนั่นคือคนเหล่านั้นล้วนเกี่ยวข้องกับหมอนก ผ่านทางหมอธนา หรือพูดให้ชัดคือเพราะคนเหล่านั้นคิดถึงหมอนกนั้นเอง

หมอนกจึงไม่ใช่ผีในรูปแบบของผีที่มีแรงแค้่นหรือเรื่องราวเป็นของตัวเอง หมอนก แปรผันความเฮี้ยนไปตามความคิดที่คนแต่ละคนมีต่อหมอนก ละม้ายคล้ายคลึงกับการที่ตำนานเรื่องหนึ่งกิดขึ้นมา มันไม่มีตัวตน แต่ถูกสร้างขึ้น ขยายต่อ บิดผันไปตามแต่ความทรงจำ ความรู้สึก ประสปการณ์ (หรือที่ในหนังเรียกว่า ‘ความคิดถึง’)ผลิตสร้างขึ้นมา อาการคุ้มดีคุ้มร้ายของผีหมอนก ที่หลอกคนไม่เท่ากัน จึงไม่ใช่เป็นความประหลาดของผี แต่เป็นเพราะระดับความทรงจำ ความหวาดกลัว ที่แต่ละคนมีต่อหมอนกนั่นเอง

ในทางนี้หมอนกจึงไม่ได้ต่างจากคนที่ตายในหกตุลา คนที่ตายในสงคราม คนตายที่เราไม่รู้จัก คนตายที่เรารู้จัก คนที่เรารัก คนที่เราเกลียด คนตายแล้วดับสูญมีแต่ความทรงจำของเราเองที่สร้างเขาและเธอขึ้นมาใหม่ คนตายไม่ได้ผูกยึดกับร่างเดิม คนเดิมก่อนตายอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งใหม่ที่เราสร้างขึ้นจากความรับรู้ของเราที่มีต่อตัวคนตาย

ผีหมอนกที่หลอกหมอบี หลอกตรี หลอกพยาบาล แม้แต่หลอกคนไข้ จึงเป็นผีหมอนกทีแต่ละคน ‘คิดถึง’ ไปเอง ไม่ใช่แค่หมอธนาเท่านั้นที่สร้างผีหมอนกขึ้น แต่ทุกคนร่วมกันสร้างผีหมอนกขึ้นมาใหม่ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า เป็นตำนาน เรื่องกาแฟสองแก้วของหมอธนา หรือผีหมอนกในลิฟต์  ไม่ต่างจากรูปแบบการเลือกจดจำที่เรามีต่อเหตุการณ์ต่างๆประวัติศาสตร์ต่างๆ

ในที่นี้ผีหมอนก จึงไม่ใช่รูปแบบของผีที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่จิตวิญญาณแรงกล้าที่ยังมีห่วงไปไหนไม่ได้ หรือสิ่งชั่วร้ายที่ต้องกำจัดให้สิ้่นซาก ผีหมอนก ไม่สามารถกำจัดด้วยการจัดการเรื่องที่ค้างใจของผีแบบที่ตกเป็นเหยื่อ(ในหนังผีร่วมสมัย ผีเปลี่ยนจากผู้กระทำในเชิงความชั่วร้ายของอดีตที่ไม่ประสานกันแบบผีปอบต้านอำนาจรัฐอะไรแบบนั้น ไปสู่รูปแบบของการตกเป็นเหยื่อแม้ผีจะฆ่าคน ในฐานะผู้กระทำ แต่ผีถึงที่สุดคือรูปแบบของการเป็นเหยื่อ ชั้นที่หนึ่งเป็นเหยื่อของการถูกกระทำ การล้าแค้นของผีจึงเป็นไปในรูปของการเอาคืน เมื่อมีชีวิตไม่มีอำนาจ เมื่อตายไปจึงได้อำนาจมา ถึงที่สุดผีคือรูปแบบการทวงคืนของเหยื่อ ในอีกชั้นหนึ่งผีคือรูปแบบของการตกเป้นเหยื่อระบบคิดเหตุผล ผีในสมัยใหม่ไม่ผูกโยงกับเทพเจ้าบรรพกาล ไม่ใช่ผีที่จะใช้ไสยศาตร์ปราบ แต่เป็นผีที่ต้องใช้หลักเหตุผลในการปราบ ผีมีเหตุให้หลอกหลอน เมื่อหาเหตุพบ ผีก็จะเลิกหลอก กลับไปสู่ภพภูมิของผี)

ผีหมอนก คือรูปแบบของการตกค้างของความทรงจำ ที่น่าสนใจมากคือๆผีหมอนกนั้นตกเป็นเหยื่อ มากกว่าที่ผีในรูปแบบเหยื่อเคยตกเป็นเหยื่อ เพราะในหนังเรื่องนี้ ผีหมอนกถึงกับถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อนำมาใช่้ในสมรภูมิการแย่งชิงหมอธนา ในความคิดของหมอธนาผีหมอนกคือความสำนึกบาปที่โบยตี ในขณะที่ตรีสร้างผีหมอนกขึ้นมาในฐานะคู่แค้นคู่แข่ง เธอเอาประโยชน์จากผีหมอนก ด้วยการใช้ผีหมอนกบีบคั้นคู่แข่งคนอื่นๆ (เช่นการโทรศัพท์ปลอมเป็นหมอนกไปแกล้งหมอบี) แต่ที่ร้ายกาจสุดๆคือหมอบี ที่ใช้หมอนกเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับตัวหมอนกเอง

ฉากสุดท้ายของหนัง ผีหมอนกไม่ได้เป็นตัวแทนของหมอธนาอีกต่อไป ผีหมอนกเป็นการสร้างศัตรูขึ้นมาของหมอบีโดยตรง เพื่อที่จะแย่งหมอธนามาเป็นของตัวเอง หมอบีบอกว่า ถ้าหมอธนาเลือกหมอนก เธอก้สามารถสร้างผีหมอธนาขึ้นมาได้เหมือนกัน

บทสนทนาของหมอบีกับหมอนกในตอนท้ายเรื่องจึงกลายเป็นส่วนที่น่าสนใจและไปได้ไกลที่สุดของหนัง เมื่อการสร้างความทรงจำเป็นเรื่องที่ใครก็ทำได้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของความทรงจำแบบเดียวอีกแล้ว (เช่นเดียวกับที่หมอธนาไม่ได้เป็นเจ้าของความคิดถึงเดียวที่มีต่อหมอนก ) และเราอาจจดจำต่างกัน สร่้างความทรงจำสองฉบับเพื่อมาตอบโต้กันและกันได้ ความทรงจำของหมอธนาต่อหมอนก ความทรงจำของหมอบีต่อหมอนก ร้ายกาจที่สุดคือความทรงจำสร้างใหม่ที่หมอบีสร้างหมอธนาขึ้นามาใหม่

ที่ย้อนแย้งได้น่าสนใจมากคือการให้ตัวละครในเรื่องเป็นหมอันเสียเกือบทั้งหมด  บทสนทนาต้นเรื่องที่ถกเถียงเรื่องปาฏิหาริย์เป็นปัญหาเชิงหลักการที่เป็นการปะทะกันของศาสนา ความเชื่อถือโชคบาง ไสยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่   แต่ใช่หรือไม่ถึงที่สุดทั้งหมดเป็นเพียงการพูดไปเช่นนั้นเอง เพราะสงครามที่เกิดขึ้น ยืนอยู่บนหลักการของการเลือกเชื่อสิ่งที่อยากจะเชื่อ ซึ่งเป็นไสยศาสตร์ที่สุด  กล่าวให้สะใจ บรรดาหมอๆเจอผี จึงเป็นความย้อนแย้งที่ร้ายกาจมากๆ

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หนังการเมือง  อันที่จริงมันไม่ใช่หนังผีด้วยซ้ำ มันคือหนังที่พูดเรื่องการสร้างความทรงจำใหม่  การสร้างผีขึ้นมาใหม่ แต่ใช่หรือไม่ที่การสร้างผีในสมรภูมิความรักของหนังเรื่องนี้เข้ากันแนบสนิทกับกับการสร้างความทรงจำเชิงประวัติศาสตร์ประชาชาติในสังคม เพราะถึงที่สุดมนุษย์คือผู้สร้างความทรงจำขึ้นมา และไม่ว่ามันจะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างไรโครงสร้างของการเลือกจดจำก็ยังคงเหมือนเดิมอยู่นั้นเอง

มณฑล อารยางกูร ยังคงตำแหน่งหนึ่งในผู้กำกับหนังไทยที่ผู้เขียนนิยมชมชอบอย่างยิ่ง และเมื่อพิจารณาหนังเรื่องนี้ในฐานะหนังผีไตรภาคร่วมกับ ผีคนเป็น และบ้านผีสิง ก็ยิ่งตอกย้ำว่ามณฑลเป็นคนทำหนังผีที่น่าจับตาที่สุด และผู้เขียนหวังว่าจะได้มีโอกาสเขียนถึงหนังทั้งสามเรื่องนี้ในฐานะของหนังไทยผีไตรภาคที่น่าสนใจที่สุดชุดหนึ่ง(แม้จะไม่ได้ตั้งใจให้เป็นไตรภาคก็ตาม)

One thought on “รักฉันอย่าคิดถึงฉัน (มณฑล อารยางกูร /2012/ไทย) รักฉัน จงจดจำฉัน

  1. คิดว่าอีกสองแบบ จะออกมาแนวนี้รึป่าวครับ (ตามอ่านบทรีวิวพี่มาตั้งแต่อยู่เอ็กทีนแล้วครับฮี่ๆ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s