WHITE MATERIAL (CLAIRE DENIS/2009/FR) ของของคนขาว

WHITE MATERIALเล่าเรื่องของไร่กาแฟในคาเมรูนที่กำลังจะต้องพินาศลงเพราะสงครามกลางเมือง มารีเป็นเจ้าของไร่ คนงานเธอหนีไปหมด เธอเลยต้องออกไปหาคนงานใหม่โดยใช้เงินหว่าน เพราะกาแฟกำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว สามีของเธอ ผูกสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อหวังจะหนีออกจากเมืองโดยใช้เงนทั้ง หมดของเขากับ เธอแลกเปลี่ยน พ่อเธอ (หรือพ่อสามีของเธอ ) เป็นเจ้าของไร่ตัวจริงและกำลังป่วยไข้ ลูกชายของเธอเป็นเด็กไม่เอาไหน แล้วสามีเธอก็มีลูกติดเป็นเด็กลูกครึ่งผิวสี แถมหัวหน้าคณะปฏิวัติก็หนีมาหลบในไร่ของเธอ พวกมาเฟียก็คอยตามรังควานอีก พลอตซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่นี่มันหนังของเดอนีส์ พลอตแบบที่ควรจะเล่าให้ระทึกขวัญเลยออกมาเป็นรูปแบบเฉพาะ ของเดอนีส์ อันประกอบด้วยความไม่ต่อเนื่องปะติดปะต่อ ความไม่รู้ ความสะพรึงที่ครอบคลุมหนังทั้งเรื่องในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไปราวกับเวลา ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง

จะว่าไปหนังเป็นเหมือนภาคต่อกลายๆ ของChocolate หนังปี1988 ของเธอเอง ซึ่งเล่าเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเด็กหญิงผิวขาวกับคนรับใช้ผิวสีของเธอในช่วงเวลาลาล่าอาณานิคมในแอฟริกา ความสัมพันธ์ที่ถึงอย่างไรก็เข้ากันไม่ได้ของเจ้านายกับข้าทาส เจ้าอาณานิคมและคนพื้นเมือง  ลองคิดเอาว่าเด็กใน Chocolate โตมาเป็นตัวเอกในหนังเรื่องนี้  ในขณะที่ Michele Subor ได้บทคนแก่อันตรายที่ป่วยหนักแบบเดียวกับบทที่ เขาได้รับใน THE INTRUDER ไหนจะ ISSAC DE BANKOLE ที่เคยเป็นทาสให้เด็กหญิงใน Chocolate ก็กลายมาเป็นนักปฏิวัติ(เป็นไปได้ไหมว่าเขาก็คือลูกหลานของคนรับใช้ของเด็ก หญิงในChocolate นั่นแหละ )
ใน ขณะที่Chocolate เป็นหนังอัตชีวประวัติของDenis กลายๆ พูดถึงสมัยอาณานิคม การเป็นเจ้าอาณานิคม ความอยากเป็นคนขาวของคนผิวสี และความไม่สามารถประสานกันได้ของคนคนละเชื้อชาติ ความเป็นนายและบ่าว การครอบครองดินแดนเถื่อนถ้ำและความโหดร้ายทารุณของมัน

WHITE MATERIAL ในหนังน่าจะหมายถึงพวกข้าวของของคนขาว สิ่งที่คนขาวครอบครอง (สิ่งแรกที่ปรากฏในหนังคือไฟแชค) จริงๆถ้าพูดเช่นนี้ คนดำในอดีต ข้าทาสบริวารล้วนเป็น WHITE MATERIAL จากมุมมองของคนขาวทั้งสิ้น แต่ในโลกปัจจุบันหนังก็กลับความหมายของข้าวของของคนขาวให้กลายเป็นคำเรียกเห ยียดๆที่คนพื้นเมืองมี เป็นคำที่สิบเนื่องมาจากความเกลียดชังและการต่อต้านคนขาวที่สูบกินเอาจาแผ่น ดินของเขา

ถ้าคนรุ่น Michel Subor เป็นตัวแทนของการเดินทางเข้าไปครอบครองแผ่นดินด้วยสถานะเจ้าอาณานิคม (เราขยายภาพความเป็นเจ้าอาณานิคมของตัวละครตัว นี้ได้เลยด้วยTHE INTURDER) กดขี่คนงานทำงานในไร่ในสถานะทาส คนรุ่นMaria และสามีของเธอ คือคนรุ่นต่อมา คนรุ่นหลังจากอาณานิคมล่มสลาย ประเทศอาณานิคมประกาศเอกราช และวุ่นวายอยู่กัยสงครามภายใน การล่าอาณานิคมแบบใหม่เป็นไปผ่านระบบทุน การเป็นนายจ้างลูกจ้างที่หว่านกันด้วยเงน ในขณะเดียวกันก็เลบ่นเส้นสายกับผู้บริหารประเทศระดับสูง ร่วมมือกันกินรวบจนบังเกิดชนชั้นกลางใหม่ที่ร่ำรวยจากการคยค้ากับฝรั่งและ กดขี่ชนชั้นล่างเช่นเดิม โมเดลของแอฟริกานั้นชัดเจนด้วยตัวของมันเอง นำมาสู่สงครามกลางเมือง เมื่อประชาชนจับปืนขึ้นปฏิวัติตัวรัฐเอง (โดยคนขาวยังได้ประโยชน์จากไร่กาแฟ และสายสัมพันธ์อันแนบแน่นจนเกิดสิทธ์พิเศษ) ในขณะที่คนรุ่น MANUEL ลูกชายของMARIA ไม่ได้สนใจอะไรเรื่องกิจการของพ่อแม่ เด็กเหลาะแหละเหลวไหลที่ในวันหนึ่งก็ได้เรียนรู้ฤทธิ์เดชของการปฏิวัติ เรียนรู้การสูบเลือดเนื้อของคนรุ่นพ่อแม่ และตัดสินใจโกนหัวปวารณาตัวเข้าเป็นนักปฏิวัติกับเขาด้วย

แต่การ ปฏิวัติตายแล้วไม่ก็เป็นแค่นกเจ็บรอวันตาย เหมือน THE BOXER หัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ถูกยิงจนมาหลบอยู่ในไร่คนขาวและไม่มีบทบาทอะไร เหลือเพียงทหารฟันน้ำนม สงครามที่ดำเนินไปโดยทหารเด็กซึ่งไม่ได้มีอุดมการณ์ปลดแอกอะไรอีก ทั้งหมดเป็นความโกลาหลของโจรสองกลุ่มที่มีปืนและอำนาจ

โดย ที่เธอไม่รู้ตัว คนอย่างMARIE เข้าใจว่าเธอเห็นอกเห็นใจคนพื้นเมือง เธอให้งานพวกเขาทำ จ่ายเงินให้ดูแลทุกข์สุข เธอเป็นนายจ้างที่ดี แต่เธอไม่มีทางเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขาได้หรอก เพราะถึงที่สุดเธอปล่อยให้พวกเขานอนในห้องเก็บของโสโครก ขณะที่เธอนอนในบ้าน หรือกักตุนอาหารไว้ในขณะที่คนงานของเธอหิวโหย เธอเพียงตีสองหน้าปลอบตัวเองว่าอย่างน้อยเธอก็ เป็นมิตรกับคนเหล่านี้ ในขณะที่ MANUEL พยายามจะเป็นส่วนหนึ่งกับคนเหล่านั้น หลังจากเกือบเสียชีวิต ถูกทื้งให้เปลือยเปล่าคลุฝุ่นจนผิวเผิอดเปื้อนดินจนดูคล้ายคนดำ แต่เขาไม่ใช่คนดำไม่มีวัน แม้เขาจะเปิดประตูห้องเก็บของของแม่ให้พวกทหารเด็กเอาอาหารมากิน เอายามาเสพให้เคลิ้มลอย ถึงที่สุดเขาก็ไม่ได้เป็นคนดำ เช่นเดียวกับที่คนดำยากจนจะไม่มีวันได้เสวยสุข เมื่อทหารมาไล่ฆ่าแก๊งทหารเด็กอย่างเหี้ยมโหดขณะพวกเขาหลับอุตุอยู่ในบ้าน ‘ของคนขาว’

ดูเหมือนสิ่งตกค้างของลัทธิอาณานิคมจะดำเนินอยู่ต่อไป ไม่สิ้นสุดลงง่าย และDenis เลือกหยิบประเด็นมาเล่าได้อย่างหนักแน่นเข้มข้นและใช้พลังของภาพยนตร์อธิบาย ประเด็นออกมาอย่างหมดจด โดยแอบแนบอิงอยู่กับสถาณการณ์แห่งปัจจุบันขณะและยังคงรูปแบบภาพยนตร์อันเป็น เอกลักษณ์ของเธอไว้เหนียวแน่นและน่าทึ่ง!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s