ปล้นนะยะ 2 อั๊ยย่ะ(พจน์ อานนท์/2012/ไทย) ประวัติศาสตร์มโนสาเร่

มิชชั่น พจน์ อานนท์ ผ่านมาหลายปียังไม่มีที่สิ้นสุด ยังหาประเด็นจังหวะ หรือแนวทางไม่ลงตัวสักที เอาล่ะ เรามจดโน๊ตไว้ก่อนต่อดีกว่า

1. ในฐานะหนังqueer เควียร์ของพจน์ อานนท์ คือการสำรวจโลกของเกย์ หรือการสร้างการยอมรับของสังคมต่อเกย์หรือเปล่า อันนี้น่าสนใจมากๆ ในแง่ที่ว่า เอาเข้าจริงในหนังเรื่องนี้ (รวมเรื่องก่อนๆไปด้วยก็ได้) มันเป็นโลกที่ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไป ผู้หญิงในหนังของพจน์มีบทบาทน้อยมากๆ หรืออาจจะแทบไม่มีเลย ถ้าเป็นตัวนำก็จะเป็นแค่ไม้ประดับ เท่านั้น (ดูอย่างกรณ๊ ตั๊ก บงกช ในเรื่องนี้ ) หนังชุด เควียร์ของพจน์ (เซตแต๋วทั้งหมด รวมถึงBKK LOVE STORY ) ผู้หญิงเป็นเพียงสิ่งของสำหรับเติมเต็มเพศชาย ทำไมน่ะหรือ เพราะในโลกของพจน์ queer ไม่มีเพศ

เว้นแต่อีแพนเค้กในหอแต๋วแตก 3 เควียร์ของพจ์ เป็นภาพฝันร่วมๆหลอนๆ ที่ให้กระเทยไทยได้เป็นนางโชว์บนจอ การเป็นนางโชว์ในหนังของพจน์ คือการแสดงตัวของกระทเยไหทยหรือเปล่า หรือมันคือการแสดงให้เห็นว่าฉันมีอยู่ในสังคม แสดงGAYPOWERหรือไม่?

มันน่าสนใจเพราะเกย์ในหนังพจน์ ล่วนเล่นโดยดาราตลก หรือคนดังทีไม่ไ้ประกาศตัวเป็นเกย์ เกย์ของพจน์ เป็นเกย์แบบสิ่งมีชีวิตไร้เพศ กล่าวคือ ไม่มีเกย์ในหนังพจน์ได้ผัวเป็นตัวเป็นตนในหนัง พวกเขาไร้เพศ เชื่อมต่อกับผู้ชมในฐานะเดีย วกับตลกตามพระในหนังสิบหก ทำในสิ่งที่ผู้ชมอยากทำ คือโพล่งอะไรออกมาก็ได้ ทำอะไรออกมาก็ได้ ไม่เคยต้องตาย และไม่เคยเสียอกเสียใจอะไรมาก

เควียร์ แบบเต็รูปแบบในหนังพจน์ จึงอาจมีส่วนในการตอกย้ำ ความเข้าใจเกย์ในประเทสนี้ ที่ได้ชื่อว่ายอมรับเกย์เป็นอันดับต้นๆ นั่นคือยู่ในฐานะของสิ่งมีชี วิตที่ตลก แต่งตัวจัด หมกมุ่นเรื่องเพศ แต่ไม่คุกคามผู้คน กล่าวให้ถูกต้อง พวกเขาไร้เพศ เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ตลก น่าคบหา ไร้พิษสง เกย์แบบที่ประเทศนี้อยมรับคือตัวตลก เราถึงเห็นกระเทยเต็มจอ ในฐานะตัวตลก ยิ่งแต่งแฟนซียิ่งดี เธอไม่ได้ประกาศเกย์ พาวเวอร์ เธอตอกย้ำ representation ของเกย์

(หอแต๋วแตก ภาคหน้ากำลังมา มีตัวอย่างแปะหัวด้วย มิชชั่นของกูยังไม่จบ)

2. อย่างไรก็ดีจากข้อ1 เราอาจจะบอกได้ว่า พจน์ (และอาจจะรวมยุทธเลิศ และบรรดาตลกทำหนัง) คืเสียสะท้อนที่ยังหลงเหลือของหนังไทยยุค 16มม.ซึ่งคุณโดมให้คำจำกัดความที่น่าทึ่งว่า มันคือพื้นที่ของการสมมติ ตัวละครล่วนสมมติแสร้งว่า ‘ว่าความตามท้องเรื่อง’ กติกาล่องหนนี้ตกลงกันอย่างลับๆขกับผู้ชมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ก่อนเข้าโรงแล้ว พวกเราจะไปดูหนัง กระเทยปล้นบ้าน นนะ โอเค๊ ทีนี้ ไม่ว่าความไม่สมจริงอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฉากการผ่าตัดที่ทุเรศทุรัง หรือคณะตำรวจแต๋วไร้น้ำยา หรือโจรโง่ๆ หรือการโผล่มาหลังจากหนังฉายไปชั่วโมงนึง ของตั๊ก บงกช และซับพลอตที่ไม่จำเป็นอีกล้านอย่างก็ไม่ได้มีความหมายอีกแล้ว ข้อตกลงลับๆนี้บอกว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ น้องปอยจะร่วมขบวนการ ยอมแต่งเป็นกระเทยแต่งหญิงแม้นางจะไปเฉาะมาแล้ว ใครขึ้นจอก็เลือกข้างได้เลย ตัวละครอาจจะทำโง่ๆ เช่นนั่งรถตู้พร้อมอาวุธครบมือไปปล่นบ้าน หรีอ ทะเลาะตบตีกันในโรงพยาบาลที่มีการจับตัวประกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ เด็กที่จะเป็นตายราวกับโดนยิงที่หัวใจ หายสนิททันทีที่ผ่ากระสุนออก ผู้ชมยอมรับ

การไล่ไปตามเยนื้อผ้าโดยไม่แคร์โลกนอกหนังซึ่งเป็นโลกจริง เป็นคุณสมบัติเหนือจริงแบบมหรสพไทย เข้ากันได้ดีกับสุนทรียะแบบกระเจิดกระเจิง ที่ผู้ชมอาจจะดูไปเมาท์ไป ดูไปรีดผ้าไป หรือกินถั่วต้มไป พลอตตายตัวไม่ซับซ้อน ขึ้นต้นลงท้ายไคลแมกซืไม่ยากเกินคาดเดา และตัวหนังไม่สนใจการต่อต้านพลอตแบบนั้น หนังเดินตามอย่างเรียบร้อย เพื่อจะเปิดโอกาศให้ผู้ชมสนุกกับรายละเอียดจำนวนมาก ในซีนต่อซีน ทั้งหมดเป็นจิ๊กซอวืจากคนละรุป ต่อไม่ติดเป็นแผ่นเดียวกัน แต่ผู้ชมไม่ได้สนใจจะต่อมัน เพราะหยิบชิ้นส่วนมาก็รู้ล้วว่ารูปจริงเป็นอย่างไร เราแค่เล่นสนุกก็เท่านั้น

นี่เป็นรูปแบบแบบหนังสิบหก ซึ่งทำลายตรรกกะทุกอย่างในการเขียนบทพื้นฐาน ความเละเทะมั่วซั่วของมันคือสิ่งที่ผู้ชมชนชั้นกลางทียกให้หนังเป็นศิลปะชั้นสูงต่อต้าน ในขณะเดียวกันมันก็ฟอร์มตัวของมันเองเป็นสุนทรียะอีกแบบด้วย

3.หนังพจน์ ยังคงบันทึสังคมไว้อย่างละเอียดลออเหมือนเดิม ในคราวนี มันคือ คดีบ้าปลัดที่เจอเงินร้อยล้านในบ้าน เงินสดๆเต็บมบ้านถูกปล้นชิงตอนน้ำท่วมทำให้ผู้คนสนใจที่มาของเงิน รวมไปถึงคดีวัยรุ่นยิงถล่มรถเมลล์ที่คนขับติดอยุ่ในรถด้วย (เอามาดัดแปลงเป็นเรื่องของเต๋า) และรวมไปถึงการเกากระแสดรารดังช่องสาม ด้วยการให้ ออย แทนตัวว่าณเดชน์ กับลุกน้องชื่อหมาก หรือลุกสาวปลัดชื่อคิมเบอร์ลีย์ ไปจนถึงตำรวจชื่อพอร์ช อะไรแบบนั้น ที่แสบโดยมไ่ได้ตังใจคือหล่อตกรุ่นอย่างเต๋าสมชาย ออยธนา หรือ แทค ภรัญญู อาจจะต้องเออออห่อหมกยอมเล่นมุกพวกหล่อนรุ่นใหม่นี้ด้วย (ฉากออยธนาสวมหน้ากาก ณเดชฯ์ จึงironic อย่างยิ่ง)

คำถามคือหนังพจน์บันทึกอะไร มันไม่ได้บันทึกเหตุบ้านการเมืองสำคัญ มันบันมึกข่าวชาวบ้านมโนสาเร่ แบบคดีสองคดีที่ว่าไป หรือไม่ก็การใช้คนดังในหนัง ก็เป็ฯเซเลบแบบตลกฉาบฉวยฉาวโฉ่ นี่คือสิ่งที่พจน์ บันทึกไว้ และโดยแน่นอน คนพวกนี้ เรื่องพวกนี้ถูกลบหายไปจากปวศ. เร็วมาก แต่หรังพวกนี้จะยังอยุ่ มันคงตลกดีว่าถ้าอีกสิบปีมาเปิดดูเราคงงงว่าอีโซเฟีย ลา หรือลีน่า จังคือใคร ( หมายถึงในกรณีหอแต๋วแตก) ที่ฮามากคือหนังก็แอบกัดการเมืองเหมือนเคย และก็เหมือนเคย และก็เป็นการกัดแบบมโนสาเร่เหมือนเคย กล่าวคือการให้ น้องปอย เป็นคุณหมอชื่อยิ่งลักษณ์ หรือให้ตั๊ก บงกชรับบท อีปู ที่โดนผัวตามล่า โดยมีเพื่อนชื่ออีมาร์คที่ตายไปตอนกลางเรื่องพร้อมกับประโยค มาร์คเละแล้ว มันช่างเข้ากันดีกับ ปวศ.มโนสาเร่ที่เขาบันทึกเอาไว้อย่างมาก

กล่าวถึงที่สุดเรายังคงสนใจพจน์ อานนท์มากๆอยู่ดี และหวังอย่างยิ่งว่าจะมีคนวิเคราะห์หนังของเขาแบบจริงๆจังๆในอนาคต มันจะเป็นประโยชนมากๆๆๆๆ

รอหอแต๋วแตก สี่ ต่อไป ปลายปี

ปล. หนังแม่งไปเกาหลีอีกแล้ว มึงจะอะไรกันนักกันหนา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s