นารีสัญจร บุรุษอยู่เหย้า :การมองของข้าพเจ้า การมองของท่าน

หมายเหตุ : โปรแกรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลหนังทดลองกรุงเทพ ครั้งที่6

เด็กสาวให้อาหารไก่สีขาว งานวันเกิดปีที่หกของเด็กชายชาวสิงคโปร์ คุณพ่อพาหมาไปเดินเล่น ซุ้มประตูโค้ง เรือหรูหราเอียงกะเท่เร่บนหาดทราย หญิงสาวนั่งรถเมล์ไปทำงาน เด็กชายและผองเพื่อนเล่นกีตาร์ปลอมๆ เหล่านี้คือบรรดาช่วงฉากของชีวิตที่ปราปฏอย่างไม่ปะติดปะต่อ จากหนังบ้านของสามัญชนคนธรรมดาที่อาจจะไม่ได้เป็นผู้กำกับที่โด่งดัง แต่ในอดีตนั้นอยู่ในตำแหน่งที่พอจะหสซื้อกล้องถ่ายหนังมาบันทึกชีวิตประจำ วัน หรือเหตุการณ์สำคัญๆของคนภายในบ้านได้

แทบไร้ซึ่งชั้นเชิงในการตัดต่อ  ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไรมากไปกว่าการละเล่น การบันทึกความทรงจำในประวัติศาสตร์ส่วนบุคคล เป็นเพียงของส่วนตัว จวบจนกระทั่งเวลาล่วงผ่าน ความทรงจำกลายเป็นภาพบันทึกเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งได้จดจำเอาบรรยากาศ สถาปัตยกรรม สถานที่ และผู้คนลงในแผ่นฟิล์ม การย้อนมองซ้ำนำไปสู่ความหมายใหม่ ความหมายซ่อนเร้น ยิ่งเมื่อผู้มองเปลี่ยนจากเจ้าตัว คนในภาพบันทึก หรือญาติมิตรพี่น้องไปสุ่ผู้ชมแปลกหน้า เปลี่ยนยุคสมัย โดยไม่ได้ตั้งใจความงามบางประการจึงล่องไหลในภาพบัทึกไร้เดียงสาเหล่านั้น

ภาพยนตร์ชุด นารีสัญจร บุรุษอยู่เหย้า เป็นโปรแกรมฉายภาพยนตร์ในกลุ่มหนังบ้านถ่ายเองดูเองจากสมัยต้นถึงกลางศตวรรษ จากหลายแหล่งขุเดค้นทั่วโลก Mark Williams ภัณฑทารักษ์ชาวนิวซีแลนด์ ขุดค้นหนังบ้านจากต้นศตวรรษ ผ่านทางงานศึกษาวิจัยของ Kathy Dudding นักทำหนัและหนังอนุรักษ์ภาพยนตร์ผู้ล่วงลับ  ผู้ซึ่งตั้งสมมติฐานผ่านทางความแพร่หลายของกล้อง16 มม.ขนาดเบาที่ออกแบบมาโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงชั้นกลาง(ค่อนไปทางสูง) ที่มีกำลังซื้อ

ด้วยสายตาของสตรีต้นศตวรรษ ซึ่งเพิ่งได้ก้าวออกจากก้นครัว หรือพื้นที่จำกัดจำเขี่ยในบ้าน การท่องไปของพวกนางได้รับการบันทึกผ่านสายตาสตรีซึ่งเป็นทั้งโลกใหม่ต่อนาง เอง และสายตาใหม่ต่อสายตาทางภาพยนตร์ของเพศชาย ในบทความของ Dudding และคำบรรยายเพิ่มเติมของMarkที่บรรยายพร้อมฉายคลิปเหล่านั้นในโปรแกรม ช่วยคลี่ให้เราเห็นถึงสายตาที่ต่างออกไป ความลุ่มหลงในซุ้มประตูโค้งของเจ้าของภาพชุดหนึ่ งหรือภาพชีวิตในไร่ของเจ้าของภาพอีกชุดหนึ่ง ความแปลกใหม่ไหลหลงในโลกที่เหล่าสตรีเพิ่งได้ออกมาเยี่ยมเยือนด้วยความช่วย เหลือของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมโดยแท้

Markปิดภาพฉายหนังบ้านของเขาด้วยหนังสั้นชื่อHold Still (Rachel Shearer/2006)ในหนังเรื่องนี้ผู้กำกับที่เป็นนักดนตรี และเป็นสตรี ได้นำเอาภาพจากหนังบ้านมาร้อยต่อเข้าด้วยกัน ภาพการมองผ่านสายตาสตรีสอดประสานกับดนตรีแต่งใหม่ที่ฉายภาพความหลอกหลอนอัน แสนงามของการนั่งชมสิ่งซึ่งตายดับลับสูญไปแล้ว ทั้งผู้ถ่าย ผู้ถูกถ่าย หรือแม้แต่สถานที่ในนั้น

ภาพประทับเข้มข้นขึ้นในส่วนที่สอง บุรุษอยู่เหย้าที่กลับไปหาสายตาของเพศชายที่กวาดมองไปรอบตัว เราอาจจะพูดให้เก๋ไก๋ว่าสอดสายตาในพื้นที่ของเพศหญิงอย่างเช่นบ้านของตนเอง และครอบครัวของตนเอง  George Clark นำสเนอหนังบ้านสองชิ้น วางประทับกับสารคดีข่าวของทางการอีกหนึ่งชิ้น หนังบ้านทั้งสองเรื่องเป็นฝีมือของ Zhuang Lingตากล้อง นักทำสารคดี ศิลปินอิสระจากไต้หวัน ที่เขาถ่ายสมาชิกในบ้านของตนเอง Life Continued(1966) จับจ้องกิจวัตรประจำวันของภรรยา  ในขณะที่ My Newborn Baby (1967) จับจ้องการถือกำเนิดขอบุตรชายของเขาเอง  โดยก่อนหน้าที่George จะฉายหนังสองเรื่องนั้น เขาแถมหนังไม่บ้านเรื่องหนึ่งที่เป็นหนังข่าวแสดงภาพความรุ่งเรืองของ ไต้หวัน ทั้งตึกรามใหญ่โตโอ่อ่า แถวทางของรถบัสเอี่ยมอ่องและบรรดาพนักงานในชุดยูนิฟอร์มเรี่ยมเร้เรไร  ภาพชีวิตที่มีแต่มวลชนตัดข้ามกับภาพชีวิตส่วนบุคคลในหนังบ้านสองเรื่องที่ เหลือ ซึ่งเราจะกลับมาพูดคุยถึงมันอีกครั้ง

ปิดท้ายโปรแกรมด้วยการยักย้ายถ่ายเทการมองจากสตรีเพศ บุุษจ้องมองสตรีเพศ มาสู่สายตาของบุรุษโดยสมบูรณ์ด้วยหนังบ้านสามเรื่องของ Charles Ong ตากล้องสมัครเล่นชาวสิงคโปร์ ที่ถ่ายทำงานวันเกิดครบหกขวบและแปดขวบของVincent ลูกชาย  งานคริสมาสต์ประจำบ้าน Richard Mcdonall ผู้นำเสนอโปรแกรม อธิบายถึงการถ่ายภาพเด็กๆในละแวกพื้นที่จำกัดของบ้านแบบสิงคโปร์ ด้วยสายตาแบบเด็กๆของผู้ถ่ายเองที่ทำให้ลูกชายกลายเป็นแบบจำลองของเขาเสีย เอง

ก่อนที่เราจะกลับไปหาหนังบ้านที่ค่อยๆกลายเป็นหนังเล่าเรื่องอย่างงดงาม และคมคายที่สุดของZhuang Ling เราขอกลับมายังหนังต้นและหนังท้ายโปรแกรม หนังสายตาสตรีเนตรวิถีบุรุษคู่นี้เสียก่อน

หนังบ้านทั้งสองชุดนี้ล้วนเป็นภาพของผู้อื่น เป็นสิ่งที่ผู้อื่นถ่ายโดยจงใจให้ผู้อื่นเป็นผู้ชม กล่าวถึงที่สุด นี่คือโลกซึ่งปิดตายจากผู้ชมในความหมายของผู้ชมภาพยนตร์ที่เป็นมวลชนคนอื่นๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ร่วมในเรื่องเล่าเหล่านั้น  ภาพไม่ประสงค์สื่อสารประเด็นอื่นใดเลยพ้นไปจากความบันทึก เราจะเรียกการจ้องมองภาพเหล่านี้ว่าอะไร ระหว่างการจ้องมองในฐานะภาพยนตร์บริสุทธิ์ กับการสาระแนถ้ำมองไปในภาพเคลื่อนไหวไร้เดียงสา

โดยแน่นอน บุคคล พื้นที่ วันเวลา บรรยากาศ ล้วนเป็นจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ที่่ร่องรอยของมันซึ่งเหลือทิ้งไว้ ล้วนนำพาเราไปสู่การเข้าใจยุคสมัยที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง  ตึกที่ก่อสร้างในขณะนั้นอาจถูกทำลายลงไปแล้วในขณะนี้ ทรงผมเสื้อผ้าในสมัยนั้นอาจล้มหายไปแล้วย้อนมาใหม่อีกครั้งในขณะนี้ เหตุการร์ที่หนังอาจจะไม่ได้จงใจเป็นนัยให้สอบสวนแต่็ทำหน้าที่นั้นโดยไม่ ได้ตั้งใจ ภาของบ้านไร่ปลายนาของต้นศตวรรษ หรือห้องเล็กแคบและเครื่องบบมุสลิมในร่างของอาตี๋น้อย

แต่สิ่งที่สะกิดใจที่สุดคือการจ้องมองภาพเหล่านั้นในฐานะการเคลื่อนไหว ของเวลาที่ตายไปแล้ว เมื่อผู้ถ่ายมองผู้ถูกถ่าย และผู้ถูกถ่ายมองตัวเองบนจอ การมองคนรู้จักคิกคักด้วยเสียงซ่อนเร้นที่รู้กันภายใน ทั้งหมดลบเลือนไปเมื่อมวลชนแปลกหน้าเปลี่ยนตัวเองจากผู้ไม่เกี่ยวข้องไปกลาย เป็นผู้มองกับเขาบ้าง การที่เด็กน้อยในขณะนั้นที่อาจชราภาพในขณะนี้ได้เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าคน แปลกหน้าอีกครั้งหนึ่ง ผู้คนข้ามยุคสมัย ข้ามวัฒนธรรมก้าวล่วงเข้าไปในชีวิตของผู้อื่น  ในจุดที่เลยพ้นไปจากหลักฐานทางประวัติศาสตรืหรือการเมือง นี่คือการปะทะกันของเวลาสองแบบ เหมือนการเดินทางย้อนอดีต (ซึ่งอันที่จริงการจ้องมองดวงดาวแสนไกล แสงซึ่งเป็นของล้านปีที่แล้วก็คือรูปแบบหนึ่งของการจ้องมองนี้เพียงแต่ใน ระยะเวลาที่สั้นกว่า)

ภาพยนตร์กลายเป็นสื่อบันทึกเวลา ที่หมดจดกว่าความทรงจำ รูปรอยซึ่งแข็งตรึงในเฟรมภาพนั้น อาจบรรจุความทรงจำรูปแบบอื่นๆของผู้ชมซึ่งเป็นเจ้าของภาพนั้นเอง แต่กลับผู้ชมอื่นๆ ภาพอันแข็งเกร็งในกรอบมิดชิดที่เคลื่อนไหวในห้องมืด ไม่ได้ปลุกบรรยากาศแบบเดียวกันขึ้นมา มันกลับปลุกเร้าจินตนาการหลากลายถึงอากาศในขณะนั้น ซึ่งในผู้ชมแต่ละคนไม่มีวันที่เหมือนกัน เธออาจสนใจทางเดินไม้ทอดยาวขณะที่ข้าพเจ้าสนใจเรือขนาดมหึมาที่เกยก่ายบน ชายหาด  การปะทะที่แตกต่างกันนี้ ทำให้ภาพเก่าของอดีตเรื่อเรืองในฐานะเรื่องเล่าส่วนบุคคล  ต่างไปจากหนังเล่าเรื่องที่ผู้ชมถูกชักพาไปในทางเดียวกัน การสูดหายใจในอากาศเวลาเดียวกันที่ถูกจัดแต่งมาแล้ว แม้เราจะเข้าใจว่าไม่เหมือนกันก็ตาม

การสอดส่องเข้าไปในชีวิตผู้อื่นตรงหว่างกลางของเหตุการณ์ก็เป็นเช่นนี้ มันได้ให้โอกาสในการหลงทางแก่เรา เราคลำเอาจากความทรงจำของเราเองเพื่อจะหาชิ้นส่วนที่ปะติดเข้ากันได้เหมือน จิ๊กซอว์ที่คล้ายแต่ไม่พอดี ผิดสีแต่ถูกร่องรอยเพื่อปะติดเป็นภาพอีกแบบหนึ่งขึ้นมา และหนั่นคือวิธีที่หนังบ้านทำงานกับเรา กัับจินตนาการกระพร่องกระแพร่งที่ภูติผีข้ามเวลามาปรากฏบนจอ

การสวมสายตาของผู้ชมจึงไม่สามารถเข้าไปกะเกณฑ์จัดวาง ตีความตอบสนองในฐานะสาส์นซ่อนเร้นต่อมวลชนได้อีกต่อไป หนังบ้านเป็นการก้าวล่วงเข้าปในพื้นที่ส่วนตังว เป็นการแอบฟังหลังประตูที่เปิดแง้ม การพยายามแทนที่ผู้ถ่ายให้ความหมายคล้ายๆกับการคลำหาทางในความมืด

ด้วยอาการดังที่ได้กล่าวไปนี้เอง ทำให้เราต้องย้อนกลับมายังหนังกึ่งหนังบ้านอย่างLife Continued และ My Newborn Baby ของZhuang ling  อีกครั้งหนึ่ง หนังสองเรื่องนี้ประกอบขึ้นจากองค์ประกอบคล้ายคลึงกัน ั่นคือภาพถ่ายชีวิตประจำวันของครอบครัว ภาพของแม่รดน้ำต้นไม้ พ่อจูงหมาไปเดินเล่น ภรรยาออกไปรอรถ  หรือภาพถ่ายลูกที่เพิ่งเกิดมา ภาพนิ่งของทารก ภาพการพาลุกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน ดูวัดดูวัง เที่ยวสวนสนุก หรือแม้แต่งานวันเกิด

ใน Life Continued ฉากช่วงชีวิตของภรรยาในหนึ่งวันของเธอ ดูเหมือนจะเป็นเพียงภาพฉายทั่วๆไปไร้เหตุไร้ผลในการปรากฏบนจอเยี่ยงหนังเล่า เรื่องทั่วไป มีเพียงการตัดต่อเอาภาพการตื่นลืมตาของเธอในยามเช้า จ้องมองเพดาน มองนาฬิกา และการที่เมื่อกลับบ้าน ล้มตัวลงนอน จ้องมองโปสเตอร์นางละครเก่าขาด เพดานว่างเปล่า วาดฝันอะไรสักอย่างที่หนังไม่ยอมบอกนั้นเองที่เราพอจะตระหนักได้ว่าเป็นการ ตั้งใจถ่ายขึ้นแล้วตัดแทรกจากภาพทั่วไป ภาพระยะประขิดตัดรับใบหน้าสายตาและสิ่งที่มอง ต่างจากสายตากล้องที่จ้องมองจากระยะกลางไปทางไกล ดูเหตุการณ์ในภาพกว้างท่าทางกึ่งแอบถ่ายกึ่งรู้ตัว

นี่คือรูปแบบประกอบสร้างเอาภาพชีิวตสามัญให้ออกมาเป็นการเล่าเรื่องชีวิต สามัญวันหนึ่งของเด็กสาวได้หมดจดงดงาม จนทำให้นึกถึงหนังสารคดีที่อาศัยเพียงการจ้องมองภาพสามัญสุดแสนพิเศษ พิสุทธิ์ของ Artavazd Peleschian ผู้กำกับชาว อาร์เมเนียที่จ้องมองภาพของคนบนถไฟ ชาวบ้านเลี้ยงแกะ หรือแม่ที่กำลังจะคลอดลุกแล้วถ่ายภาพสามัญนั้นออกมาอย่างทรงพลัง Life Continued ก็เป็นแบบนั้น ในการบอกว่าชีิวิตสามัญนั้นทรงพลังได้อย่างไรโดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่ง เรื่องราวให้รุ่มรวยรุงรัง (นอกเหนือไปจากนี้การฉายภาพของปัจเจกในหนังเรื่องนี้ยังตัดข้ามทำลายล้างและ แสดงให้เห็นอิทธฤทธิ์ของหนังบ้านที่หันกลับไปสะท้อนภาพข่าวความรุ่งเรืองไม่ เห็นหัวคนของไต้หวันในหนังข่าว ภาพหมดจดที่หนังข่าวสร้างคืนถูกบ่อนเซาะด้วยำภาพชีวิตเรื่อยเฉื่อยค่อนไปทาง เหนื่อยลำบากของครอบครัวชาวบ้านสามัญนั้นเอง)

ที่เด็ดขาดและร้ายกาจไปกว่านั้นคือ My Newborn Baby ในการณ์นี้ ไม่มีการถ่ายใหม่ตัดเพิ่มอีกแล้ว หากมันคือเรื่องของการเลือกมุมมองโดยล้วนๆเพียวๆทั้งหมดที่เราได้เห็นเป็น ภาพจริง ภาพของลูกชายที่เกิดและเติบโตขึ้นด้วยการประคับประคองที่เลื่อนไหลไปถึงขั้น ประคบประหงมของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ภาพหนังบ้านในหนังหเรื่องนี้คือการบรรจงเลือกสรรภาพที่มีเด็กน้อยอยุ่ตรง กลางภาพ ดวงตาไร้เดียงสาจ้องมองกล้องต่อหน้ามือจำนวนมากที่ยื่นมา หยิบยื่นข้าวของให้ พิทักษ์ปกป้องจากภัยคุกคาม  ประคองเมื่อก้าวพลาด มือที่มองเห็น(และใบหน้าที่มองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง) ของ ‘ผู้ปกครอง’  ที่ทั้งจ้องมอง ระวังภัย และปกปิดเด็กน้อยจากทุกภยันตราย เด็กน้อยเป็นเด็กน้อยเสมอในกรอบการมองนั้น

ด้วยการเลือกสรรมุมภาพแบบนี้เองหนังบ้าสามัญของเด็กน้อยไปเที่ยว เด็กน้อยเดิน เด้กน้อยดูตึกสูงกับมารดา  เด็กน้อยที่เดินเองสองสามก้าวก็มีคนมาจับยึด กลายเป็นภาพแทนแบบไม้ซีกงัดไม้ซุงที่มีต่อการแสดงภาพอึดอัดของชีิวตใต้กฏ อัยการศึกของผู้ปกครองไต้หวันในขณะนั้นโดยเฉียบคมและเด็ดขาดโดยไม่ต้องแสดง ภาพซ่อนนัยชัดเจนโจ่งแจ้งให้เห็นแต่อย่างใด

ก็ด้วยอิทธิฤทธิ์ของปัจเจกในท่วงทำนองนี้นั่นเอง ที่หนังบ้านสามัญของประชาชนคนธรรมดาได้กลายเป็นเสี้ยหนามต่อภาพงามหรูของ หนังข่าวมหมดจดในแง่ที่ว่าชีวิตที่แท้ลุ่มๆดอนๆกว่านั้น และไม่น่าพึงพอใจอย่างที่รัฐจะให้พึงพอใจเช่นนั้น ทั้งนี้ก็เพราะมนุษย์เป็นปัจเจกที่แตกต่างไม่ใช่มวลชนเหมือนๆกันที่ท่ารถไฟ การพวกเขาจะไม่ได้สวยงามไปตามน้ำเนื้อของรัฐจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

แลเหล่านี้คือภาพประทับซึ่งทาบทับลงมาต่อหน้าข้าพเจ้า ผู้ซึ่งมีหนังบ้านเกี่ยวกับชีวิตตัวเองอยู่เหมือนกัน ม้วนหนังในหัวซึ่งไม่เคยได้ล้างอัดออกมาและถูกว่อนลึกเอาไว้จากการมองดูโดย ผู้อื่น การจ้องมองเวลาเหล่านั้นด้วยสายตาของคนแปลกหน้านี้เองทำให้ม้วนหนังของ ข้าพเจ้าเรืองรองอยุ่เงียบๆต่อหน้าม้วนหนังของผู้อื่นซึ่งข้าพเจ้าไม่อาจจะ เข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริงในทุกทิศทาง รสชาติของการเป็นผู้ชมแต่เพียงอย่างเดียวเป็นรสชาติเล่นนี้นี่เอง

One thought on “นารีสัญจร บุรุษอยู่เหย้า :การมองของข้าพเจ้า การมองของท่าน

  1. Pingback: FILMS(ICK) TOP LIST 2012 « FILMSICK

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s