THE DAY HE ARRIVES (HONG SANG SOO /2011/ST KR) การลากเส้นจากจุด


ผู้กำกับตกอับที่เลิกทำหนังแล้วไปเป็นอาจารย์ที่มหาลัยบ้านนอก เดินทางกลับเข้ากรุงโซลเพื่อเยี่ยมเพื่อนสนิท  ระหว่างรอเพื่อนพบสาวนักแสดงที่ตอนนี้เป็นอาจารย์เหมือนกัน ทำท่าจะชวนไปนั่งร้านกาแฟแต่ก็เปล่า เขาไปนั่งกินเหล้ารอเพื่อนในบาร์ ไปเจอพวกเด็กหนุ่มๆชวนกินเหล้ากัน เด็กพวกนี้เป็นนักเรียนหนัง แต่จำผู้กำกับไม่ได้ หนังเขาก็ไม่เคยดู พอกรึ่มได้ที่เขาก็ชวนเด็กหนุ่มๆไปดื่มต่อ ไปได้ครึ่งทางก็หัวเสียไล่พวกเด็กๆกลับหาว่ามาก๊อปท่าทางเขา จากนั้นเขาไปหาแฟนเก่าที่เขาทิ้งไป ร้องให้ฟูมฟายตีอกชกหัว ผมรู้แล้วว่าชีวิตนี้ขาดคุณไม่ได้ ฟูมฟายได้ที่ก็ได้กัน พอตอนเช้าก็บอกว่าเราจะไม่พบกันอีก แบบนี้ดีที่สุด

แล้วเขาก็เจอเพื่อนก่อนเจอเพื่อนก็เจอสาวนักแสดงคนเดิมอีก เพื่อนพาสาวมาด้วย เป็นอาจารย์เหมือนกันเลยไปกินดื่มกัน เพื่อนท่าจะชอบอาจารย์ แต่ยายอาจารย์ท่าจะชอบเขา พวกเขาไปนั่งในผับชื่อนิยาย นางเจ้าของร้านโอ๊ยหน้าเหมือนแฟนเก่า  เขาเลยปักใจจะไปร้านนี้ทุกวัน วันต่อมาเพื่อนพาไปพบอดีตพระเอกของเขาที่ตอนนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์เป็นนักธุรกิจ ก็ไปกินดื่มกันอีกไอ้พระเอกด่าเขาเห็นแก่ตัวแต่ก็ไม่ได้ต่อยกัน พวกเขาไปกินร้านนิยายอีก เพื่อตามอาจารย์สาวอีก เขาแอบชอบเจ้าของร้่านหน้าเหมือนแฟนเก่าอีกแอบจูบกันด้วยกินกันจนเช้า

วันต่อมาเขาก็เจอนักแสดงอีก นัดเพื่อนอีก แล้วเพื่อก็พาอาจารย์มาอีก เขาก็ไปกินร้านเดิมอีก  เล่นเปียโนอีก แล้วแอบจีบจ้าของร้านอีก แล้วก็คราวนี้ก็สมหวัง เขาได้กับเจ้าของร้าน ฟูมฟายอบกผมรักคุณเหลือเกิน แฟนเก่าส่งข้อความมาก็ไม่แคร์ (บอกแล้วว่าอย่าติดต่อกันอีก) พอตอนเช้าเสร็จสมอารมณ์หมายก็บอกเจ้าของร้านว่าเราอย่าเจอกันอีกเลย แบบนี้ล่ะดีที่สุด

เขาโทรหาเพื่อนอีก แต่เพื่อนไม่ว่างเหมือนกันกับวันแรก เขาเดินไปเจอนักแสดงสาวอีก แล้วก็ผ่านไปอีก เหตุการณ์วนซ้ำไปมาไม่เปลี่ยนคนไม่เปลี่ยนที่ แต่มันก็เหมือนกับทุกคนเป็นปลาทอง วนซ้ำกันไปนับตั้งแต่วันที่เขามาถึง

หนังใม่ของฮองซางซูก็เหมือนวนซ้ำนะ พลอตเรื่องก็คล้ายๆของเดิม ตัวละคร็เป็นพวกผู้กำกับำม่เอาไหน ขี้เหล้าขี้เอาเหมือนเดิม ทั้งเรื่องก็มีแค่การกินดื่ม พุดคุย มีเซกส์เหมือนเดิม ตัวละครเหมือนเดิมวนซ้ำไปมา หนังกี่เรื่องๆก็เหมือนเดิมเหมือนเดินวนไปเจอคนเดิมๆแล้วก็ทำเป็นเหมือนเจอกันครั้งแรกทุกทีนั่นแหละ

แต่มันก็แสบไส้ไปถึงทรวงเหมือนที่ตาผู้กำกับในเรื่องนี้โพล่งปรัชญามาจีบหญิงกลางเรื่องนั่นแหละ จริงๆแล้วแต่ละเหตุการณ์มันก็เป็นเหมือนจุดจุดหนึ่ง จุดกระจายกันเปรอะไปหมด แล้วเราก็หาทางเชื่อมโยงจุดพวกนั้นเข้าด้วกัน ลากเส้นจนจุดพวกนั้นมันกลายเป็นรูปขึ้นมา แต่เหตุบังเอิน่ะ มันไม่ใช่อะไรหรอก แเราแค่ลากจากจุดนึงไปเจจุดอื่นที่เหมือนๆกันแล้วเรก็คิดไปเองว่านี่มันเกิดซ้ำนี่นา มันต้องมีความหมายอะไรสักอย่างแน่ๆ เหตุบังเอิญนี่ต้องเป็นโชคชะตาสิ หรืออะไรสักอย่างแหละมันต้องมีควาหมาย ทั้งๆที่มันมีจุดเต็มหน้าไปหมดต่างหาก

หนังเรื่องนี้ก็ดำเนินตามแนวทางนี้แหละ มันตบหน้าเราด้วยการเล่นเหตุการณ์ซ้ำๆ เราผู้ชมในฐานะนกัจ้องมองจุดก็คิดเชื่อมโยงกันไปสิว่มันต้องมีอะไรสักอย่าง การพบเจอกันซ้ำๆต้องซ่อนความหมายยิ่งใหญ่ เหมือนทฤษฎีบ้าๆบอๆที่ทำให้หนังเป็นหนังว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังต้องมีความหมาย ทุกฉากเกิดขึ้นโดยมีเป้าประสงค์ ราวกับหนังเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากสิ่งตายซากที่ต้องออกแบบให้มีเหตุผลและคาดเดาได้สิ เธอเจอกันซ้ำสองครั้งมันต้องมีความหมายอะไรสักอย่าง จะให้ดี ต้องไม่เหมือนเดิม ต้องมีการพัฒนาความสัมพันธ์

แต่มนุษย์เป็นสัตว์ไร้เหตุผล การพบเจอเหตุการณ์ซ้ำๆก็เป็นแค่เหตุการณ์ซ้ำๆ คนหน้าเหมือนกันในหนังไม่ต้องเป็นฝาแฝดกันก็ได้ เรานั่งกินร้านเดิมซ้ำๆคุยกันเรื่องเดิมๆก็ได้ เราทำบ่อยไป แล้วทำไมมันจะอยุ่บนจอไม่ได้ สิ่งที่เห็นไม่จำเป็นจะต้องเป็นแบบนี้แบบนั้นสักหน่อย ไม่ต้องมีควาหมายอะไรก็ได้

หนังตีเราตั้แงต่โปสเตอร์แล้ว ดูจากโปสเตอ์เราคิดว่าตัวละครตัวหนึ่งจะเป็นไอ้้ห้าว อีตัวจะเป็นไอ้ติ๋ม ประเด็นคือถ้าจะมีไอ้ห้าวหรือไอ้ติ๋มมันก็สลับตำแหน่งกันนะ โปสเตอร์มันแค่จับภาพตอนสองคนนี้กำลังเดินมาเท่านั้น ภาพบอกเรื่องไม่ได้เลยสักนิด มันตรงกัยข้ามก็ได้ หรือถ้าจะให้ดี ก็ไม่ได่้จะสื่อความอะไรอย่างที่เราคิดกันไปเลย แค่จุดของการเดินลากมาเจอกับจุดลั่นชัตเตอร์เกมือนตอนจบของหนังที่มีสาวโผล่เข้ามาอีกคน มาถ่ายรูปเฉยๆ ไม่มีอะไร

แต่ฮองซางซุไมไ่ด้แค่จะกวนตีนหรือพิสูจน์ทฤษฎีตัวละครอะไรอย่างเดียว การพบกันพวกนั้นมันน่าสนใจไม่ใช่ในแง่ความหมายแต่ในแง่ที่ว่าไปๆมาๆเวลามันก็เลือนไปจนหมด เราเห็นตัวละครพูดซ้ำทำซ้ำ แต่เดี๋ยวก็มีหิมะตก เดี๋ยวก็มีแดดออก พอตัวละครมันเจอกันเรื่อยๆทำเรื่องเดิมๆเรื่อยๆ เหมือนแนะนำนตัวกันเรื่อยๆเพราะลืมไปว่าแนะนำกันแล้ว มันก็เหมือนกับว่าหรือเวลามันผ่านไปเป็นปีแล้ววะ เคยเป็นไหม เราทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาจนบางทีมันก็วนกลับมาที่เดิมเวลาเคลื่อนไปงั้นแหละ เราเลี้ยวตรงนี้เจอคนนั้น แล้วก็เจออีก ไม่ค่อยรู้จักันก็ทักทายกันคล้่ายๆเดิมไม่ได้สานต่ออะไร  เจอกันบ่อยๆ ก็เหมือนเพิ่งเจอทุกที กับบางคนเราเหมือนรู้จักมานาน แต่ไม่ได้มีความหมายอะไร ฉากที่แสบไส้มากคือฉากที่ตัวผู้กำกับกิ๊กกับสาวเจ้าของร้าน เขามองเธอลึกซึ่งเหมือนคนรัก เธออาจจะยอมนอนกับเขาเพราะเห็นว่าเขามองเะธอในแบบที่ไม่มีใครมองเธอมาก่อนก็ได้ แต่ันที่จริงเขามองเธอแบบนั้นเพราะเธอหน้าเหมือนแฟนเก่าน่ะ เธอไม่รู้หรอก เขาก็ไม่รู้ว่าเขามองแฟนเก่าตอนมองเธอ ไอ้ความรัก หรืออาการขาดเธอไม่ได้ มันเป้นข้ออ้างในการเอากันนั่นแหละ ความรู้สึกตอนนั้นมันจริงหมด แต่พอพระอาทิตย์ขึ้นวันใหม่ ชีิวิตอื่นๆก็มาหา แล้วเราก็เลิกรักกันอะไรง่ายๆแบบนั้น ได้กันแล้วหนิ

ความเหมือนเดิมของฮองซางซูก็มีอะไรใหม่ๆ หนังมีทั้งสาวที่ได้เอา สาวที่อยากเอาแต่ไม่ได่้เอา และสาวที่ไม่ถูกเอาในเรื่อง ผู้ชายของเขายังคงเหยาะแหยะเหลวไหลไม่ได้เรื่องเหตุการณ์ก็คล้ายๆเดิมแต่ตอนจบของมันก็แสดงภาพที่น่าทึ่ง เมื่อตาผู้กำกับเดินไปเจอคนสี่คน โปรดิวเซอรื คนทำดนตรี คนเขียนบท แล้วก็ตากล้อง  ที่ตลกคือมันเหมือนกับเรื่องที่ยายอาจารย์เล่าว่าเพื่อนผู้กำกับของเธอเคยเดินไปเจอคนสี่คนที่อยู่ในวงการหนัง มันเกิดซ้ำตามปากคำ มันมีเหตุผลไหม หรือมันบังเอิญ หรือเป็นเรื่องตลก แต่หนังไม่ได้สนใจหรอกว่าทำไมมันเกิดว้ำ เพราะที่หนังสนใจคือปฏิกริยาของแต่ละคนที่ได้เจอผู้กำกับต่างหาก บางคนก็ไม่อยากคุย บางคนก็ยังเคารพ บางคนก็เฉยๆ นั่นแหละเหตุการณ์มันเกิดซ้ำได้ไม่รุ้จบแต่ที่เราสนใจคือมันเกิดิะไรกับเรายังไงต่างหาก

แล้สเราก็เหมือนคนนั่งดูจุด ลากเส้นกันจนหนังจบลุกไปแล้วหาหนังเรื่องื่นมาดู สร้างเส้นใหม่ๆ จากจุดมากมาย พยายามหาความเชื่อมโยง ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีอยู่ไหม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s