AN ESCALATOR IN WORLD ORDER( KIM KYUNG-MAN/2011/ST KR) บนบันไดเลื่อนประวัติศาสตร์โลก

หนังเรื่องนี้จะฉายในงานเทศกาลหนังทดลองกรุงเทพครั้งที่6ในวันที่ 28 มกราคม เวลา 12.00 น. ที่หอศิลป์กรุงทเพครับ รายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ ครับ

 

เริ่มจากภาพข่าวเก่าๆของสงครามเกาหลี บรรดาหญิงชาวบ้านในชุดประจำชาติหอบลูกจูงหลานหนีภัยสงคราม  ภาพเส้นขนานที่38 องศาเหนือ  ภาพรางรถไฟ ก่อนจะตัดไปหาภาพเครื่องบินรบทิ้งระเบิด และภาพสำคัญ ดอกไม้พิษนิวเคลียร์ !

ไม่ ว่าจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ ภาพยังคืบคลานไปสู่เกาลีใต้นาวอะเดย์  ภาพงานฉลองครบรอบหกสิบปียุติสงครามเกาหลี เวทีคอนเสริ์ต การสวนสนามของทหาร ถ้อยแถลงของคริสต์ศาสนิกชนที่อ้อนวอนร้องขอให้เกาหลีเหนือยุติโครงการ นิวเคลียร์ เพื่อที่จะได้อยู่กันอย่างสันติ พระเจ้าจงเป็นพยาน ทั้งที่คนเกาหลีเหนือจะอดตาย พวกเขากลับพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์!

เกือบทั้งหมดเป็นการประกอบขึ้นจากภาพของหนังข่าว หนังสารคดี ข้ามช่วงเวลา ข้ามชาติ ข้ามเส้นแบ่งเขตแดน การเสียดแทรกของเสียงจากภาพชุดหนึ่งเข้าไปในภาพชุดใหม่ๆ ภาพที่พึงประสงค์ ตัดสลับกับภาพที่ไม่พึงประสงค์  กล่าวให้ถึงที่สุด นี่คือหนังที่ให้อารมณ์อกไหม้ไส้ขมต่อโฆษณาชวนเชื่อที่ทั้งหมดคือการเรียงลำดับใหม่ของมวลมหาโฆษณาชวนเชื่อ!

แปลชื่อหนังอย่างทื่อมะลื่อกำปั้นทุบดิน ว่าบันไดเลื่อนของระเบียบโลก ก็จะได้ภาพที่แสบไส้ในทำนองที่ว่า สำหรับโลกนี้แล้วสงครามเกาหลีที่ดูเหมือนเป็นสงครามกลางเมืองของพี่น้องร่วมชาตินั้นที่แท้คือภาพแทนสมรภูมิจำลองของสงครามเย็นแบบเล่นจริงเจ็บจริง ด้วยการที่ฟากฝั่งเกาหลีเหนือได้รับการสนับสนุนจากโซเวียตและจีน ในขณะที่เกาหลีใต้ได้รับการสนุบสนุนทั้งเงินและทหารจากอเมริกาในฐานะหัวหอก ของโลกเสรีประชาธิปไตย ฉะนั้น แบบจำลองในความตึงเครียดของคาบสมุดทรเกาหลีก็คือแบบจำลองระเบียบของโลกในยุคสงครามเย็นนั่นเอง!

อย่างไรก็ดี ภาพที่เราจะได้ชมไม่ใช่หนังโฆษณาชวนเชื่อฝั่งเกาหลีเหนือกราบกรานคิมอิลซุง ภาพที่เราได้เห็นมาจากฝั่งเกาหลีใต้ล้วนๆ กล่าวให้ถูกต้องคือหนังรวบรวมจากหนังโฆษณาชวนเชื่อที่อเมริกาทำขึ้นเพื่อฉายภาพของคัวอเมริกาเองในฐานะมิตรประเทศผู้ยิ่งใหญ่ และเื้ออารีต่อประเทศเล็กๆอย่างสุดจิตสุดใจ สงครามเกาหลีนั้นจบลงในสามปี แต่ดังเช่นที่เรารู้เกาหลียังคงแบ่งประเทศตราบจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ภาพของหนังทั้งหมดจึงมาจากช่วงเวลายาวนานหลายสิบปี ตั้งแต่ยุคสงครามจนถึงถ้อยแถลงร่วมสมัยของชาวเกาหลีใต้ที่ขอร้องให้อเมริการอย่าได้ถอนกำลังออกจากประเทศนี้เลย

เราจะด้เห็นภาพของพ่อแม่พี่น้องชาวเกาหลีในอดีตอพยพย้ายถิ่นฐาน เสียงบรรยาภาษาอังกฤษบอกว่าอเมริกาให้การช่วยเหลือชาวเกาหลีในการอพยพเป็นอย่างดีทั้งนี้โยตัดสลับไปยังภาพของทหารอมริกันถือปืนยืนคุมบรรดาชาวเกาหลีที่นั่งกับพื้นยกมือกุมหัวอย่างยอมจำนน  ภาพถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเกาหลีที่ซาบซึ่งในน้ำใจของอเมริกา ภาพการไปเยือนอเมริกาของประธานาธิบดีเกาหลี ภาพประธานาธิบดีเรแกนมาเยือนเกาหลี  ชื่นมื่นเบิกบานด้วยขบวนแห่ที่มีภาพของปรธานาธิบดีสองประเทศขนาดยักษ์อยู่เคียงคู่กัน ประดุจคิมอิลซุงเคียงคู่คิมจองอิล ภาพของสตรีหมายเลขหนึ่งของแต่ละประเทศพูคุดยหยอกล้อ  แม้แต่ภาพของท่านประธานาธิบดีโทรหาลูกที่เกาหลีบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน  ภาพไล่เรื่อยไปจนถึงการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคที่กรุงโซล หรือภาพเด็กสาวชาวเกาหลีกับที่เดินทางไปรับเพื่อนทางจดหมายชาวอเมิรกันของเธอที่มาเยี่ยมเยือนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศ และแน่นอน นานๆครั้งจะมีการตัดสลับภาพการเดินขบวนของนักศึกษา เหตุการร์สังหารหมู่ในปี 1980 ที่เมืองกวางจู  สอดแทรกในจังหวะที่เหมาะเจาะเมื่อเสียงนั้นต่างพูโถึงความรุ่งเรืองของเมืองเกาหลี!

ด้วยลีลาของการใช้ภาพข่าวร้อยเรียงเข้าหากัน หนังเรื่องนี้ชวนให้นึกถึงหนังที่เป็นเสมือนคู่แฝดในทางตรงกันข้ามอย่างTHE AUTOBIOGRAPHICAL OF NICOLAE CEAUCESSCU (ANDRIE UJICA/2010)หนังที่ร้อยเอาเฉาพะความรุ่งโรจน์ของ นิโคไล เชาเชสกูผู้นำผเด็จการสังคมนิยมของโรมาเนียตลอดยุคสงครามเย็น หนังทั้งเรื่องประกอบขึ้นจากฟุตเตจหนังข่าวเช่นกันหากคัดเอาเฉพาะแต่ภาพโฆษณาชวนเชื่อโหมประโคมความยิ่งใหญ่ของเชาเขสกู เว้นก็เพียงฉากเปิดและฉากจบ ที่ได้มาจากการสอบสวนเชสเชสกูก่อนสังหารโหด!

ใน AONC นั้นภาพและเสียงมุ่งตรงไปยังประเด็นเดียวคือการแสดงภาพของนิโคไลอันรุ่งเรือง ยิ่งหนังแสดงภาพฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมมากเท่าไร ยิ่งมีขบวนประชาชนหรือผู้นำสำคัญต้อนรับเขามากเท่าไร เรายิ่งเข้าใจประโยคสุดท้ายในชีวิตเขา ในฐานะของผู้ไม่เคยเข้าใจว่าเขาทำผิดตรงไหนมาตลอดชีวิต

ด้วยวิธีการเดียวกันนั้นเอง ESCALATOR ได้เปิดเผยให้เห็นอำนาจของอเมิรกาที่แผ่อยู่เหนือเกาหลีใต้ ที่น่าขันก็คือในขณะที่AONC นั้นทำจากฟุตเตจของฝั่งคอมมิวนิสต์ ที่ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นภาพแทนของการโฆษณาชวนเชื่อกล่มอประสาทผู้คน เรากลับพบว่าภาพข่าวในESCALATOR นั้นกลับทรงประสิทธิภาพไม่แพ้กันในการกล่อมขวัญผู้คน ในการทำให้เชื่อถึงภัยคอมมิวนิสต์ เชื่อในความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิอเมริกา (ในนามของมิตรประเทศ)  เราได้เห็นแสนยานุภาพของอเมิรกา ในรุปแบบของปืนรบ เครื่องบิน  หรือแม้แต่จรวดมิไซล์ และ ปรมาณู(คำบรรยายคือ นี่คือหัวรบมิสไซลส์ แสงเรืองรองของความหวังแห่งเสรีภาพ!) หรือแม้แต่ขบวนทหาร ในขณะเดียวกันภาพของเกาหลีใต้ตลอดทั้งเรื่อง (หรือถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องคือสเมอไปในหนังข่าวโฆาณาชวนเชื่อ) คือภาพของความอ่อนโยนวัฒนธรรมโบราณรุ่มรวย ลักษณะที่ต้องปกป้องเอาไว้ เป็นเหยื่อ เป็นสิ่งที่ต้องการการช่วยเหลือ โดยไม่รู้ตัวคุณค่าความงามใดๆกลายเป็นเพียงภาพร่างแบบที่ทีความเป็นหญิง เหยื่อที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และรอการคุ้มครองจากอเมริกา ด้วยความปรีดาอารี (กล่าวในแง่นี้ ชุดประจำชาติของเกาหลีที่ปรากฏอยู่รื่อยไปจึงเน้นที่ชุดของสตรี ในขณะเดียวกันภาพจำที่เราเ็นคือการแสดงของเด็กและสตรี ทั้งเด็กๆแต่งตัวเป็นทหารร้องเพลงต้อนรับประธานาธิบดี ไล่ไปจนถึงฉากสำคัญที่บรรดานางรำในชุดประจำชาติร่วมร้องเพลงGod Bless America!

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงการร้อยเรียงภาพตามลำดับเวลา หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะของการลำดับประวัติศาสตร์ของการโฆษณาชวนเชื่อแบบทื่อมะลื่อ การเสียดแทรกอารมณ์ขื่นขันเข้าไปในหนังถูกใช้ผ่านารลำดับภาพที่ชวนขัดแย้งขัดแข้งขัดขากันเองการโยกเสียงหนึ่งมาอยุ่ในภาพหนึ่ง ดังเช่นการปล่อยให้เสียงของชาวคริสต์ที่ร้องหาอเมริกา เสะเทือนก้องไปในภาพข่าวโบราณที่แสดงการยาตราทัพของอเมิรกาเอง หรือเสียงยินดีปรีดาในหนังข่าวที่คลอไปกับภาพของการประท้วงของนักศึกษาที่โดนปราบปรามอย่างรุนแรง

ในขณะเดียวกันการใส่ภาพข่าวอย่างเช่น การส่งทหารเกาหลีไปรบที่เวียดนามเพื่อจะได้ึกยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับเกาหลีเหนือ หรือการเสไปเอาภาพจากสารคดีท่องเที่ยวเกาหลีที่พูดเรื่องความดีงามหวานเยิ้มหยดย้อยผ่านทางเรื่องเล่าของสองสาวเพนเฟรนดส์ ก็ทำให้ความขึงขังของการเป็นภาพข่าวต่อเนื่องยาวนานลดทอนลงไปสู่การเสียดเย้ยที่สุดแสนกระอักกระอ่วนในฐานะของการย้อนมองกลับจากปีปัจจุบัน

เราอาจจะกล่าวได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นเหมือนการขึ้นบันไดเลื่อน ซึ่งไม่ทราบว่าเลื่อนขึ้นเลื่อนลง เคลื่อนไปข้างหน้าหรือถอยหลัง ภพาข่าวแต่ละชื้นประกอบกันในลักษณะของทิวทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เคลื่อนผ่านเราไป ภาพร่างของสงครามเย็นในประเทศที่ทำหน้าที่สงครามตัวแทนซึ่งเวลาได้ทำให้มันช่างขบจันและขมขื่นในเมื่อตอนนี่โซเวียตแตก จีนเปิดประเทศ เวียดนามรวมชาติ และอเมริกาอ่อนกำลังลง แต่สถาณการณ์ของเกาหลีสองฟากกลับไม่ได้มีทีท่าที่แตกต่างกันเลยแม้แต่้อย ระเบียบของโลกใหม่กำลังเคลื่อนไปต่อหน้า และเรายืนมองจากตรงนี้ในฐานะของคนบนบันไดเลื่อนที่ไม่สามารถแม้แต่จะขยับขาองได้ด้วยซ้ำ เพียงรอให้มันเลื่อนเคลื่อนไปก็เท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s