1428 (DU HAIBIN /2009/CHN) พลังแผ่นดิน

อย่าบอกว่าชีวิตคุณบัดซบจนกว่าจะได้ดูหนังสารคดีจีน และถ้าบัดซบไม่พอ นี่คือสารคดีว่าด้วยความชิบหายของผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในจีน คนจนจริงเจ็บจริงซวยจริง หนังเรื่องนี้จะทำให้ AFTERSHOCK เป็นของปลอมมากๆ ตอแหลมากๆ

สารคดีว่าด้วยแผ่นดินไหวใหญ่ในจีที่มณฑล Sichuan เมื่อปี2008 ตึกพังไปค่อนเมือง คนเป็นล้านไร้ที่อยู่ อาศัยนอนในเตนท์ของรัฐ และผู้กำกับเดินทางไปถ่ายทำสารคดี ตั้งแต่10วันหลังแผ่นดินไหวกลับไปอีกทีเมื่อสองร้อยวันผ่านไป และนี่คือภาพที่เขาได้มา

อย่าได้หวังจะดูชมความดราม่าพ่อตายลูกหายหาลูกแบบหนัง Aftershockเพราะนี่คือการกวาดกล้องเก็บภาพชีวิตจริงคนจริงของจริง อย่างไรก็ตามหนังเบามือพอที่จะไม่ไปสุดทางแบบดูไปร้องให้ไปสามชั่วโมงแบบPetiton ของZhaol Liang (ที่ขึ้นแท่นสารคดีที่โหดสัสที่สุดในชีวิตที่ได้ดู) มันเป็นสารคดีที่จิกกัดรัฐ ติดตามชีวิตคน ฮา เศร้า ขมขื่น และเจ็บปวดในปริมาณเหมาะพอที่จะพีค

หนังเปิดซีนแรกเป็นชาวบ้านที่นั่งหนาวอยู่ระหว่างทาง เพราะ เหวินเจียเป่าจะมาเยี่ยมผู้ประสบภัย ทางการเลยสั่งผิดถนน จะรถยนต์หรือเดินเท้าก็ห้ามเข้า ฟ้าก็มืดลงเรื่อยๆ ประชาชนที่รอเข้าหมู่บ้านของตัวเอง (ที่รัฐจะไปเยี่ยมนั่นแหละ) ก็ต้องนั่งข้างทางด่าทหาร (พี่ทหารว่า โธ่เฮีย เขาก็สั่งผมมาน่ะ)ไปพลางทอดอาลัยไปพลางเพราะไม่รู้จะทำอะไรดี

แล้วหนังก็ฉายภาพผู้นำหลายๆคนมาเยี่ยมผู้ประสบภัย มีซีนเด็ดคือท่านเดินไปเจอะไอ้หนุ่มกำลังก่อไฟต้มอะไรอยู่หน้าเตนท์ถามไปมาว่าอ๋อนี่ต้มเนื้อ ผมเบื่อมาม่า (ที่ท่านบริจาคมานั่นแหละ) เลยขี่มอไซค์ไปซื้อเนื้อมาต้ม นี่ถ้าไม่มีท่านๆของพรรคมาช่วยผมคงไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ท่านก็จับไม้จับมือประชาชนกล่าวสรรเสริญความกล้าหาญของการลุกขึ้นสู้  แล้วขบวนท่านก็เดินข้ามหัวหม้อต้มนั่นไป เกือบจะหกแน่ะ !

หนังติดตามตัวละครอย่าง แม่ลูกที่บ้านพังหมดเลยต้องไปอยู่เตนท์แล้วไม่รู้จะสร้างบ้านยังไง ชาวนาที่ขายหมูที่เหลือมาเลี้ยงตัวยังงงๆว่าจะเอายังไง เพราะทางการจะให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นมีอพาร์ทเมนต์ให้ ประเด็นคือเขาทำการเกษตร ไปอยู่อพาร์ทเมนต์ใกล้เมืองได้อดตายกันหมดครัวพอดี หรือติดตามคนบ้าประจำหมู่บ้าน ที่อาศัยอยู่กับพ่อแก่เฒ่า  ลูกชายคนรองของบ้านเป็นคนขายหมู แวะเวียนมาดูพ่อกับพี่ชายเพี้ยนๆเป็นระยะ แต่ก็ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำเหมือนกัน

ถ้าจะเอาความดราม่า หนังมีแค่สองฉากสั้นๆแต่จัดเต็มอยู่หมัดกว่าหนังทั้งเรื่อง ซีนแรกเป็นการตามเจ๊สองคนไปซักผ้า เจ๊บ่นว่าต้องมาซักผ้าไกลมาก เพราะต้องข้ามกองภูเขาหินดินทรายที่ถล่มลงมา มาหาน้ำ และซักโดยไม่มีแฟ้บ ไม่มีแปรง ไม่มีอะไรสักอย่าง เจ๊บอกว่าเนี่ย น้องชายกับเมียตายในแผ่นดินไหว เจ๊เมาท์ๆ แล้วเจ๊ก็หอบผ้าไปตาก เจ๊ทำกับข้าให้ผัวแล้วเจ๊ก็บอกว่า เจ๊กินไม่ลง นอนไม่หลับเลย คิดถึงคนตายทุกวี่ทุกวัน เรื่องมันไม่เป็นอย่างนี้ถ้าน้องเจ๊ไม่ดันขึ้นไปนอนชั้นสองในคืนนั้น  เรื่องมันเป็นเพราะขึ้นไปนอนชั้นสองแท้ๆ เจ๊เช็ดน้ำตาป้อยๆไปทำกับข้าวหน้าเตนท์ไป

หรือที่โหดที่สุดคือผู้กำกับไปเจอครอบครัวหนึ่งโดยบังเอิญดินอยู่ในหอพักของโรงเรียนที่ทั้งนักเรียนทั้งครูสาบสูญในแผ่นดินไหวทั้งหมด พวกเขามาตามหาห้องของลูกคนเล็กที่ตอนนี้ยังหาไม่พบ เดินไปตามทางเดินอีเหละเขละขละของงหอพัก เปิดดูทีละห้อง จนไปเจอ แม่จำได้ว่านี่เป็นผ้าห่มของลูก เสื้อของลูก พ่อรื้อเจอแว่นของลูก นั่งร้องให้กันในหอพักร้าง แม่บอกว่าเอาเสื้อกลับบ้านนะ ลูกชายว่าเอาไปทำไมไม่มีประโยชน์แล้ว เอาไปเก็บไว้สิจะได้จำน้องได้  แลัวพ่อแม่ลูกก็ขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสามจากไป ไม่มีใครเจอใครโดยบังเอิญ ญาติพี่น้องตายแล้วสูญดับ

ทำไมถึงไม่ค่อยเห็นความเศร้าในหนัง เพราะว่าบรรดาชาวบ้านมันจนเกินกว่าที่จะเศร้าน่ะสิ ! พอแผ่นดินไหวบ้านพังที่พวกเขาทำคือ ไปรื้อเศษเหล็กเศษปูนมาขายหาเงิน พวกคนที่พอมีฐานะก็ไปยืนเฝ้าบ้านตัวเอง ยืนแม่งกลางกองเศษดินนั่นแหละ เพราะกลัวคนอื่นจะมาเก็บของไปขาย หนังมีฉากพีคๆแบบอาเจ๊คนหนึ่งแบกเศษเหล็กเส้นเดินเร่ขาย แล้วก็ตัดใจขายถูกๆเพราะมันหนักมาก พอแกปลดลงจากหลัง คนหนุ่มสองคนยกไม่ขึ้นเพราะมันหนักมาก หรือการที่รถแบคโฮมาไถหมู่บ้าน พอยกแขนยักษ์รื้อเศษปูน คนก็กรูเข้าไปรื้อเศษเหล็ก แล้ววิ่งหลบรถกันเอง

บางคนก็เห็นผู้กำกับเป็นนักข่าว เลยเดินมาด่ากันหน้ากล้อง อาอี๊ว่า เนี่ยฉันรรักพรรค (หนังแสบมากเพราะทุกคนที่พูดหน้ากล้องจะสรรเสริญนโยบายพรรคเสมอ แต่อย่าไปแอบถ่ายตอนนิทานะ มันอีกเรื่อง) แต่เนี่ยไม่มีจะแดกแล้ว แค่ผ้าห่มไฟฟ้า ลูกมันยังไม่ซื้อให้เลยอาอี๊ปรี๊ดแตกหน้ากล้อง

หนังติดตามต่อไปจนถึง 210วันหลังแผ่นดินไหว การณ์กลายเป็นว่า หมู่บ้านที่แผ่นดินถล่มจะถูกรื้อถอนทั้งหมดไม่ว่าพังหรือไม่พัง แล้วให้ไปอยู่ในอพาร์ทเมนท์ของรัฐ ที่จัดแบบหรูไว้ให้พวกมีเงิน และโลว์เกรดห่างไกลให้คนจนๆ ไอ้หมู่บ้านที่ดินถล่มนี่ ส่วนหนึ่งจะถูกแปรสภาพไปเป็น โรงงานซีเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน คนในหมู่บ้านก็ทำอะไรไม่ได้ แม้เขาจะเป็นคนปลูกผักเลี้ยงหมูก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี หรือที่โหดกว่านั้นคือทางการดันรายงานว่าโอ๊ยไม่มีใครอยู่เตนท์แล้วครับท่าน พอท่านจะมาตรวจจริงๆ เลยสั่งรื้อเตนท์ชาวบ้านแมร่งซะเลย

หนังฉายภาพคนที่ไม่เหลืออะไรจากแผ่นดินไหว คนที่ได้ประโยชน์จากแผ่นดินไหว (คู่พอลูกที่ลุกเป็นบ้า) ได้ผ้าห่ม เงินสนับสนุนจากรัฐ พวกเขาอาศัยอยุ่ในซากบ้านโย้เย้ที่ที่จริงตอนยังไม่แผ่นดินไหวก็อยู่กันอย่างนั้นแหละ พูดให้ถูกแผ่นดินไหวทำให้ชีวิตสบายขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ได้ผ้าห่มฟรี มีเงินนิดๆหน่อย

บางคนก็แต่งงานกันหลังแผ่นดินไหว เจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งกันในกองซากแผ่นดินนั่นแหละ แล้วไปฮันนีมูนที่อพาร์ทเมนท์ใหม่ ที่ฮามากคือเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวแล้วเข้าห้องหอไม่ได้ เพราะประตูมันล๊อค บรรดาญาติพี่น้องเลยมาช่วยกันถีบประตู เพราะแม่เจ้าสาวสั่งมา แม่จ้าว!

ตอนหลัง เหวินเจียเป่าก็มาเยี่ยมอีก(ทำให้ต้องรื้อเตนท์นั่นแหละ) เหมือนเดิมชาวบ้านต้องออกมาทำความสะอาด เตนท์ต้องรื้อ แล้วต้องไปยืนกลางอากาศหนาวรอท่านผู้นำนั่งรถผ่านแล้วโบกมือให้ ไอ้คนบางคนก็สงสัยว่าอีห่าก็คนเหมือนกันทำไมต้องรอ แม่เลยด่าว่าเขาเป็นท่านผู้นำนะโว้ย ใช้คนธรรมดาเสียที่ไหน

เหวินเจียเป่ามาเยี่ยมรับปีใหม่ ผู้ว่าได้ไปออกทีวีในเมืองหลวง หนังจบในวันปีใหม่ ชาวบ้านอุดอู้กันอยู่ในเตนท์ ในซากบ้าน ทางการห้ามจุดประทัด เพราะเดี๋ยวไฟจะไหม้ พวกเขานั่งดูสารคดีว่า โอ๊ยชาวบ้านแผ่นดินไหวฟื้นตัวแล้วมีความสุขแล้วขอบคุณทางการและท่านผู้ว่านะคะ ยังไม่ทันดูจบไฟก็ดับรับปีใหม่ ไอ้บ้านที่ไฟไม่ได้ดับดูแล้วก็งงว่ากูฟื้นแล้วตรงไหน ชาวบ้านไปรุมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าว่านี่มันปีใหม่นะโว้ยกูไม่มีบ้านแล้วยังไม่มีไฟอีก ภาพสุดท้ายของคืนนั้นก็คือเสียงประทัดจุดรับปีใหม่ที่ต้องแอบจุดแอบขายเพราะทางการห้าม เสียงประทัดปีใหม่และแสงวูบวาบ เปิดปีแห่งความหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นในความมืดสนิทสิ้นไร้ !

อย่างไรก็ดีส่วนที่หนักที่สุดคือฉากจบของหนัง เพราะหนังจบลงตรงที่ เมืองที่พังทลายจากแผ่นดินไหวนี้ในที่สุด กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว! หนังจบด้วยภาพบรรดาผู้คนเอาซีดีแผ่นดินไหว หนังสือรวมภาพแผ่นดินไหวมาแบกะดินขายกลางทาง มีการแสดงภาพถ่ายประกอบที่จริงให้เห็นว่า ตรงนั้นมีคนตาย ตรงนู้นก็มีคนตาย นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวดู เมืองแผ่นดินไหวก็ฮือฮือฮาฮา กับการบรรยายอย่างรุนแรง แน่ะซื้อแผ่นกลับไปดูที่บ้านอีก!

จบด้วยไอ้หนุ่มน้อยนายหนึ่งที่มาขายซีดี ทำนองหากินกับคนตาย เขาหันมาผเชิญหน้ากล้องตรงๆ แล้วบอกว่า โอ๊ย ผมก็เคยเรียนที่นี่นะ คนที่ตายก็เพื่อนผมหลายคน แต่ทำไงได้วะพี่ คนที่ตายก็ตายไปแล้ว คนที่อยู่ก็ต้องอยู่ต่อไปว่ะ -แล้วก็ไปขายซีดีต่อ !

สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม อะไรต่อมิอะไรภัยพิบัติธรรมชาติในประเทศโลกที่สามก็เลื่อนไหลอยู่ในแพทเทริ์นของหนังเรื่องนี้นี่แหละ การช่วยของรัฐแบบลูบหน้าปะจมูกไม่เห็นหัวคน การต่อสู้ดิ้นรนของคนสิ้นไร้ไม้ตอก การฟื้นตัวแบบ ก็ช่วยไม่ได้กูไม่มีอะไรจะเสีย หรือการกลายเป็นอื่นทางภูมิศาสตร์จากหมู่บ้านไปสู่แหล่งท่องเที่ยว รูปแบบการเลื่อนไหลไปอันน่าเศร้าสร้อยง่อยเปลี้ยเสียขา และเจ็บปวดนี้ถูกเก็บกวาด ถ่ายทอดออกมาได้หมดจดมากๆในหนังเรื่องนี้

One thought on “1428 (DU HAIBIN /2009/CHN) พลังแผ่นดิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s