LES AMANTS du PONT – NEUF ( LEO CARAX /1991 / FR) ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน

เขาล้มลงกลิ้งเกลือกกับพื้นสะพาน ปงเนิฟต์ เมื่อเห็นขอความเขียนด้วยดินสอถ่านบนราวสะพาน

คลานเชื่องช้าหยิบปืนออกมาจากช่องเหล็กสำหรับเก็บสวิตช์

-ไม่มีใครสอนให้ฉันลืมได้!-

เขาพูดพลางลั่นไก ระเบิดนิ้วนางข้างซ้ายของตน!

……………………………………………..

ฉากนี้ปรากฏอยู่ในช่วงท้ายของหนัง les amants du pont-neuf ของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ลีโอ การากซ์ (Leos Carax) ฉากเล็กๆที่สามารถ อธิบาย บรรยากาศ เรื่องราว และอารมณ์ของหนังเรื่องนี้ได้ครบสมบูรณ์ เพราะนี่คือหนังรักที่เล่าเรื่องราว ของอเล็กซ์ (Denise Lavant ) คนจรหมอนหมิ่นแห่งสะพานปงเนิฟต์ ประกอบสัมมาอาชีพเป็น นักแสดงโชว์การพ่นไฟริมถนน และประกอบมิจฉาชีพด้วยการไปขโมยของนิดๆหน่อยๆมาประทังชีวิตและไม่เคยนอนหลับหาไกม่ได้- ยาฝันดี- จากฮานส์ เพื่อนสนิท ชายชราผู้ซึ่งเป็นยามมาแล้วทั่วกรุงปารีสและเก็บกุญแจของสถานที่ทุกแห่งในเมืองไว้ในกระเป๋า

ค่ำคืนหนึ่ง อเลกซ์เกิดจิตหลุดและเมามาย เขาเร่ร่อนไปตามถนน ล้มลงกลิ้งเกลือกกับพื้นก่อนจะสลบไสลไปพลันรถคันหนึ่งพุ่งเข้าบดขยี้ข้อเท้าเขาแหลกละเอียดโดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่องราว และคืนนั้นเองที่เขาได้พบ มิเชลล์ (juliet binoche) หญิงสาวนักวาดภาพที่ตากำลังจะมืดบอด เธอจดจำและวาดภาพใบหน้าของอเล็กซ์ในค่ำคืนนั้นไว้

หลังออกจากโรงพยาบาล อเล็กซ์พบมิเชลล์ (ครั้งแรกสำหรับเขาแต่ครั้งที่สองสำหรับเธอ ) และแอบเห็นภาพวาดนั้น เขาขอเป็นแบบให้เธอวาด และตกหลุมรักเธออย่างบ้าคลั่งจนพร้อมจะทำ -ทุกสิ่งทุกอย่าง – เพื่อความรัก ไม่เว้นกระทั่งการเผาตัวเองจนมอดไหม้

………………………………………………………

ภายใต้เรื่องราว การากำกับที่เป็นรูปแบบเฉพาะของลีโอ การากซ์ ผู้กำกับที่ได้ชื่อว่าเป็น นิวเวฟของฝรั่งเศสในยุค 80 การตัดต่อฉับไว การจัมพ์คัต เลือกถ่ายเจาะ ตัดภาพ สลับแช่ภาพ ดนตรีประกอบเร้าอารมณ์ ความวิจิตรบรรจงของบทพูด การเคลื่อนไหวของตัวละครที่บ่อยครั้งถูกจัดวางราวเป็นอุปรากร(ว่ากันว่า หวังกาเหว่ย ได้รับอิทธิพลของการากซ์มาไม่น้อยเลยทีเดียว ) และโดยเฉพาะตัวของ อเล็กซ์ ซึ่ง รับบทโดย denise lavant ถึงกับเป็นตัวแทน ของ ลีโอ การากซ์เลยทีเดียว เพราะ เดนิส เป็นดาราคู่บุญในหนังของเขา และได้รับบทอเล็กซ์ในหนัง สามเรื่อง ตั้งแต่ boys meet girls , mauvias sang (ซึ่งเล่นคู่กับ จูเลียต บินอช และจูลี เดลพี ) และในเรื่องนี้ บุคลิกของหนุ่มขบถจิตหลุด ที่หลงรักอย่างหัวปักหัวปำ และไม่เคยได้สมหวัง (ใน boys meet girls เขาหลงรักเพื่อนสาวและผิดหวัง , ใน mauvias sang เขาหลงรักผู้หญิงของเจ้านายที่ไม่เคยรักเขาตอบกระทั่งจบชีวิต ) ดังนั้นหากจะว่าไปแล้ว ในไตรภาครักบริสุทธิ์ (ที่ไม่ได้หมายความว่าต้องสวยงาม) les amants du pont neuf ดูจะมีบทจบที่เป็นสุขที่สุดแล้ว

ในหนังเรื่องนี้ความรักของคนจรขาเป๋ กับจิตรกรตาบอด (ที่ฟังชวนหดหู่) ถูกเล่าราวกับเป็นเทพนิยายของเจ้าหญิง กับ อัศวินหนุ่ม ในดินแดนโพ้นไกล (แม้ในเรื่องมันอาจเป็นแค่สะพาน ปงต์ เนิฟ สพานที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศสที่กำลังปิดซ่อม) มิเชลล์ เป็นลูกนายพล ที่พลัดหลงมาเป็นคนจรเพราะไม่อาจทนรับการสูญเสียดวงตาและคำอำลาของคนรักเก่า อเล็กซ์รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับมิเชลล์ เขาบุกไปบ้านเธอค้นข้าวของเธอสงสัยใน -รักแรก- ของเธอ และสงสัยว่าเธอจะเป็น -รักแรก- ของเขา

– หากเรารักใครสักคน จงถาม ท้องฟ้าเป็นสีขาว และหากเขาตอบ แต่เมฆเป็นสีดำ นั่นล่ะคือการอยู่ร่วมกันของความรัก –

อเล็กซ์เขียนไว้ให้มิเชลล์ในคืนหนึ่ง (ก่อนที่เขาจะนำมาใช้ในตอนตะวันตกดินได้อย่างน่ารัก) ความรักของอเล็กซ์ ดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ ราวคนเถื่อนถ้ำออกจากสถานจำศีลแล้วตกหลุมรักสิ่งสวยงามสิ่งแรกที่เขามองเห็น รักอย่างไร้เหตุไร้ผล ไร้ความยับยั้งชั่งใจ รักอย่างไร้เดียงสา รักแบบที่มีพลังมหาศาล รัปแบบที่สามารถทั้งการรังสรรค์และทำลายล้างโลกทั้งใบลงได้ ในฉากหนึ่งหลังจากมิเชลล์เริ่มมองเห็นได้น้อยลง เธอขอให้อเล็กซ์เป็นดวงตาให้เธอ ห้ามทอดทิ้งเธอ และต้องทำให้เธอเห็นเขาชัดเจน พลันอเล็กซ ออกไปกระโดดโลดเต้นราวนักระบำ หากแต่ในอีกไม่กี่ฉากต่อมา เขาขัดขวางการตามหามิเชลล์ทุกวิถีทางกระทั่งเผาคนแปะโปสเตอร์

หลังจากเขามีรัก เขาไม่อาจขอ -ยาฝันดี-จาก ฮานส์ได้อีก และ เขานอนไม่หลับอีกได้แต่เฝ้ามอง มิเชลล์จากใต้สะพานรอจนอรุณรุ่งมาเยือน จนกระทั่งมิเชลล์กล่าว ฉันจะสอนให้เธอหลับ เอง

ที่จริงแล้ว ราวกับ ความรักของอเล็กซ์จะมีเพียงด้านมืดของการอยากครอบครองเป็นเจ้าของ หากแต่ สิ่งที่อเล็กซ์เป็น กลับไม่ได้พูดถึงเพียงด้านมืดของความรัก เพราะนี่คือการเปลือยความรักออกมาจนล่อนจ้อนให้เราเห็นทั้งด้านงดงาม อิ่มเอิบ (ในฉากการไปทะเล ที่ทั้งคู่วิ่งเปลือยกายริมชายหาด) และความเหี้ยมเกรียมของมัน (ในช่วงท้ายของหนัง)หากแต่นี่คือ ตัวตนแท้ๆของความรักที่ปราศจากการปรุงแต่งจากศีลธรรมจรรยา น่าเสียดายที่ความรักของเราไม่อาจเป็นเช่นนั้น ได้ เพราะความรักของเรา ไม่ได้สวยงามเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะเราไม่ได้รักอย่างไร้เดียงสาอีกแล้ว ความรักของเราจึงแกว่งไกวอยู่ระหว่างความดีงามของการให้อย่างไม่มีข้อจำกัด และการพยายามจะครอบครองเป็นเจ้าของ เราไม่ได้ทำทุกอย่างเพื่อความรักอีกแล้ว หากแต่เรากลับหาเหตุผลให้กับความเห็นแก่ตัวเองของเรา ยิ่งเหตุผลซับซ้อน ( เหตุผลแบบเดียวกับที่มิเชลล์พยายามจะใช้แต่พ่ายแพ้ ) เราก็ยิ่งรักกันน้อยลง

– ความรักน่ะหรือ ไม่มีสำหรับคนอย่างเราหรอก ความรักเป็นของคนมีเงินที่อยู่บนถนนนู่นต่างหาก – ฮันส์บอกอเล็กซ์

เลยพ้นไปจากเรื่องรัก หนังสอดประเด็นทางสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจ ในฉากแรก เราเห็นการตัดสลับระหว่างรถหรูคันหนึ่งกับภาพสะท้อนพร่าเลือน(ที่สะท้อนภาพของทั้งคู่)ในกระจกส่องหลัง รถพุ่งทะยานไปโดยคู่รักชนชั้นกลาง บดขยี้ข้อเท้าของอเล็กซ์ และเกือบฆ่ามิเชลล์ คนจรจัดไร้คุณค่าจนเจ้าของรถไม่หยุดมอง ขณะที่ฉากต่อมา แสดงภาพในสถานสังคมเสงเคราะห์ ที่ให้ภาพของคนไร้บ้านได้อย่างน่าขนลุก ไล่เรื่อยไปจนถึง อดีตของฮานส์ ที่เป็นเสมือนส่วนกลับของความรักระหว่างมิเชลล์ และอเล็กซ์ และเป็นการตอกย้ำความจริงของความรักอีกด้วย

หนังจบตัวเองลงอย่างเหนือจริง และสวยงาม หากอเล็กซ์เป็นไม้ขีดไฟ ที่เอาแต่เผาไหม้ตัวเอง ดอกทานตะวันอย่างมิเชลล์ ไม่ได้เพียงแค่หันมามอง กลับยินยอมมอดไหม้ไปกับเขา เพราะการมอดไหม้ด้วยไฟรักไม่ได้เป็นแค่โศกนาฏกรรม ตราบใดที่เรายังคงเชื่อมั่นในเทพนิยายเก่าแก่ ย้อนไปครั้งที่ผู้คนทำทุกอย่างได้เพื่อรัก ขอให้เราได้มอดไหม้เพื่อลิ้มรสมันสักครั้งเถิด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s