MARATHON DIARY 1

ความจริงแล้ว… คือผมเอง (คณิตชา อภิอมรกานต์) 7 (A)

หนังประเภท ฉันคือใคร  ตามหาตัวเองและพบชายแปลกหน้า ถ่ายง่ายๆในห้องตัวเอง เน้นการตัดต่อ  แน่นอนว่าหนังไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่เราชอบที่จะได้ดูเด็กวัยรุ่นอึดอัดคับข้องใจในชีวิตของตัวเอง ดูเหมือนธีมนี้จะเป็นธีมหลักในหนังสั้นทุกปี แต่ปีนี้รู้สึกได้เป็นพิเศษ เราควรเรียกหนังธีมนี้ว่า ‘ความคับข้องใจของลูกหลานคนชั้นกลาง’

ความจริงที่…ไม่มีใคร(อยาก)รู้ (เอกพจน์ แจ้งกิจกุล) 22 (A+/A)

หนังเปืดเรื่องด้วยฉากอนิเมชั่นผู้ชายเอาดอกไม้ไปให้ผู้หญิง แรกทีเดียวเธอไม่ยอมรับต่อมาเธอก็ยอมรับ ต่อมาเธอไปเมืองนอก ต่อมาเธอกลับมาและผู้ชายที่รอมีความลับที่ไม่อาจบอกทั้งกับเธอปละกับเพื่อน

ในทางหนึ่งหนังอาจจะชวนงวยงงสงสัยว่าอะไรของมัน ทำไปทำไม เพราะไม่มีอะไรได้รับการคลี่คลายในหนัง คนดูไม่รู้ว่าความลับที่ว่าคืออะไร และไม่เข้าใจการตัดสินใจของตัวเอก แต่มันทำให้เราพอใจมาก เพราะนี้คือหนังที่ตัดส่วนสำคัญออกไป แล้วทิ้งผู้ชมไว้กับความคับข้องใจว่าอะไรเป็นอะไร หนังมุ่งถ่ายทอดความอึดอัดคับข้องของตัวละครว่าด้วยความลับที่บอกใครไม่ได้ (กระทั่งผู้ชม) แม้เราจะรู้สึกว่ามันยังไม่เต็มร้อยแต่มันน่าสนใจดี ที่มีหนังที่ไม่เล่าส่วนที่ต้องเล่า แบบนี้

ความต่างในความเหมือน (วิทยา ปู่สวัสดิ์ และณวรรณ พิบูลนรเศรษฐ์) 10 (A-)
หนังว่าด้วยเรื่องของเด็กหูหนวกกับโรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ แรกทีเดียวเหมือนจะเป็นหนังการเมือง  ไปๆมาๆ กลายเป็นหนังเพื่อคนพิการ  การแสดงแบบแข็งๆ และเรื่องเล่าแบบโฆษณา ไทยประกันชีวิต ทำให้เราไม่ได้คล้อยตามมากนัก แม้เด็กๆจะเล่นได้น่ารักดี

ความทรงจำในม่านตาของเธอ (พราวมาลี สองเมือง) 19 (A++)

ช่วงแรกของหนังดูท่าทางจะเป็นหนังอกหักรักคุดของเด็กสาวแฟนทิ้งเหงาๆหลอนๆ อีกเรื่องหนึ่ง แต่อยู่ดีๆหนังก็ค่อยๆแสดงให้เห็นถึงการไหลทบของความทรงจำของตัวละคร การซ้อนเรื่องของหมาแปลกหน้า เวลาที่หยุดเดิน การเอากาวติดสิ่งต่างๆให้อยู่กับที่  หยุดเวลา การพร่ำเพ้อฟูมฟาย ไปจนถึงหญิงลึกลับที่มาสูบบหี่ไม่มีเหตุผล เด็กผู้หญิงร้องให้ ทั้งหมดถูกตัดเข้ามาอย่างดูเหมือนสะเปะสะปะ แต่สร้างห้วงไหลทบของความทรงจำที่ไม่ปะติดปะต่อ ทั้งวัยเด็กอันเศร้าสร้อย และปัจจุบันที่หดหู่

หนังเต็มไปด้วยตัวละครหญิงแรงๆ เช่นตัวนางเอก หรือเพื่อนนางเอกที่หน้าตาคล้ายๆกัน(จนชวนงง)   ไปจนถึงผู้หญิงลึกลับที่ออกมายืนสูบบุหรี่ และเต็มไปด้วยฉากเหวอๆ เช่นการอ้วกออกมาเป็นเป็นหมา หรือการเดินฝ่าฝนไปเจอกล่องผีเสื้อ โดยรวมหนังให้ความรู้สึกเฮี้ยนๆในระดับเดียวกับ ‘ต้อม’ ในปีที่แล้ว

ความทรงจำของเศษดาว (ธีรนิติ์ เสียงเสนาะ) 24 (A+++++++++++++++++++++++)

หนังอุทิศแด่ Derek Jarman (หนังมีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Last Of Thailand ล้อตามชื่อหนัง The Last  Of England ของจาร์แมน) หนังเล่าเรื่องของโลกอนาคตที่ผู้คนพากันล้มหายตายจากไป ชายคนหนึ่งปูเสื่อนอนเดียวดายในห้องกรงบยอดตึกร้าง เฝ้าฝันถึงพ่อ  มองดูต้นไม้ที่งอกในซอกตึก และพยายามอย่างยิ่งที่จะมีชีวิตสืบต่อ หนังเปิดด้วยฉากกลางคืนที่จำกัดการมองไว้เพียงขอบเขตของแสงไฟฉาย สร้างบบรรยากาศโลกหลังวันสิ้นโลกได้น่าสนใจ แม้เอาเข้าจริงหนังจะแค่อาศัยหลังคาตึกโทรมๆในการถ่าย แต่หนังก็เนรมิตอารมณืไซไฟขึ้นมาได้

แต่สิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจมากๆ คือการตัดต่อที่ทรงพลัง การสลับเอาภาพนั่นนี่มาปะติดปะต่อกัน การซูมภาพเข้าออกอย่างหมาศาล (จนไม่เหลืออะไรให้เห็น) การถ่ายภาพเบลอๆของแสงไฟวอมแวม หรือภาพหลอดไฟฉายที่ล่องลอยเหมือนจานบินลึกลับ อารมณ์เลื่อนไหลแบบกวี การถ่ายทำในสถานที่รกร้างว่างเปล่าแล้วอุปโลกน์เป็นโลกใหม่  ให้เสน่ห์ที่พิลึกพิลั่น ชวนให้ประหวัดไปถึงหนังพันธุ์พิเศษ ของไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ และหนังบางเรื่องของทาร์คอฟสกี้ ชอบอารมณ์ของหนังมาก และเราอาจแทนค่าโลกหลังการแพร่ระบาดของไวรัสไปเป็นสิ่งอื่นได้อีกร้อยแปดพันเก้า นี่คือหนังไฮไลท์เรื่องหนึ่งประจำเทศกาลมาราธอนปีนี้

ความทรงจำดีดีในหน้าหนาว (ธนัทภัณ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา) 14(A+)

เข้ามาไม่ทันช่วงแรกของหนัง แต่ก็ยังรู้สึกอินกับช่วงหลังๆของหนัง หนังเล่าเรื่องการเดินทางไปเวียดนามของครอบครัวซึ่งคุณตาอพยพมาจากที่นั่น และไม่สามารถกลับไปได้เนื่องจากติดสถานะคนต่างด้าว หนังสร้างจากเรื่องจริง(เข้าใจว่าของผู้กำกับเอง)  จริงๆตัวหนังเหมือนโฆษณาดราม่าทั่วไป  แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบฉากที่คุณตาร้องให้มากๆ ปกติเราไม่ค่อยเห็นคนแก่ผู้ชายร้องให้ในหนัง เพราะการร้องให้ทำลายความสุขุมนุ่มนวล แบบคนแก่ (อย่างมากก็นั่งน้ำตาซึมซึ้งๆ) พอเห็นฉากคุณตาปล่อยโฮตอนท้ายๆเรื่องเลยรู้สึกอินขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  เนื้อเรื่องของหนังชวนให้คิดถึงเรื่องของพ่อของอนันดา ในสบายดีหลวงพระบาง ซึ่งทำให้เราชอบสบายดีหลวงพระบางมากๆ เพราะพลอตเรื่องรักที่ลอยลับนี้มันซึ้งมากๆ

ความทรงจำสังเคราะห์แห่งความรู้สึกโหยหารากเหง้าของตัวตน(นรชาย กัจฉปานนท์) 10 (A-)

หนังทดลองที่ว่าด้วยชายพันหน้าแต่งตัวแบบนักธุรกิจแต่ไม่สวมกางเกงเดินหลงทางกลางป่า สลับกับtextเล่าเรื่องความอึดอัดคับข้องใจ  ที่ลงเอยด้วยเรื่องของการเมือง  น่าเสียดายที่หลายฉากตอนชวนให้นึกถึง สัตว์ประหลาด! ในฉบับที่ดูตั้งอกตั้งใจหลอนมากกว่าแต่ประสิทธิภาพน้อยกว่า

ความฝัน (ภูมิรพี แซ่ตั้ง) 5 (A+)
เล่นง่ายๆเล่าง่ายๆว่าด้วยเรื่องของปลาทองในถุง แต่ก็เอาอยู่เหมือนกัน รู้สึกว่าเป็นหนังง่ายๆที่ได้พลลัพธ์สมตัว ชอบทั้งช่วงต้นที่ถ่ายร้านขายปลา และช่วงไคลแมกซ์ของการ ‘เข้าถุง’ มากๆ  แต่การวางซับในหนังดูจงใจเก๋ไปหน่อย

ความพยายามอันน่าชื่นชมของเด็กหญิงวรรณษา (เอกราช มอญวัฒ) 8 (A+)
หนังใช้รูปแบบว่ามันเป็นรายงานส่งครูเรื่องความรุนแรงของเด็กหญิงวรรณษา ซึ่งแทนที่เธอจะบันทึกภาพก็หันไปใช้เสียง(บนจอดำ)แทน หนังเล่นกับทั้งส่วนของเสียง (ไม่แน่ใจว่าเป็นมิกซ์ใหม่ หรือเป็นของจริง ถ้าเป็นของจริงก็นับว่ามีจังหวะจะโคนที่น่าสนใจมากๆ  โดยเฉพาะส่วนของการย้ำคำ แต่ละคำ ) และข้อความ ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนของที่มาที่ไป วัตถุประสงค์ของโครงการ  ซึ่งนับว่าเป็นการเสียดสีที่เอาเรื่องใช้ได้แม้โดยส่วนตัวรู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้อีกนิดนึงก็ตาม

ความมืดสีขาว (อรรคพรรษ อินทุประภา) 18 (A)
หนังขาวดำสลับสีว่าด้วยชายหนุ่มคนหนึ่งในห้องที่ต้องเผชิญกับความดีและความชั่วในใจ อันเนื่องมาจากหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งหนังเก็บรายละเอียดไว้หักมุม จริงๆพลอตหลักของหนังถือว่าน่าสนใจดี แต่ การที่หนังเล่ากับอารมณ์สับสนวกวนวุ่นวาย โดยใช้มุกเดิมๆ ตัดต่อไปมา ใช้เสียงเอกโค่ ชายปริศนาสวมชุดสองสีพูดคำไม่ปะติดปะต่อ มันเลยทำให้หนังดูทำมากได้น้อยไปโดยไม่ตั้งใจ

ความสุข (จิณณะ รุจิเสนีย์) 9 (A+/A)
เราชอบที่จะพูดถึงพลอตของหนังมากๆ เพราะนี่คือหนังที่ว่าด้วย ‘การตามถ่ายหมาตัวหนึ่งที่ชอบขึ้นไปนอนหลับบนสะพานลอย’ หนังเปิดด้วยภาพ dog eye’s view ก่อนจะตามติดด้วยการเฝ้ามองหมาตัวหนึ่งนอนหลับบนสะพานลอยซ้ำไปซ้ำมา หนังอาจจะไม่ได้มีอะไรมาก แต่เราชอบมากที่มีคนทำหนังแบบนี้ออกมา แค่เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ดูเหมือนไร้สาระ แต่ไม่มีใครมีข้ออ้างที่จะบอกว่าเราทำแบบนี้ไม่ได้!

ความสุขของโบว์โบว์ (โรมรัน โจงจาบ) 10(A+)
หนังฮาๆว่าด้วยน้องโบว์ กับบีบีผีสิง  หนังย้อมสีแบบโลโม่ ละเดินไปด้วยมุกตลกหน้าตายห่ามๆ เสียดายที่มุกตลกปรระดามีในหนังมันยังตลกมากกว่านั้นได้อีก มันสามารถไปได้ไกลกว่านั้นได้อีกเยอะ แต่ไม่รู้ว่าด้วยอะไรทำให้หนังมันไปได้ไม่สุดทาง กลายเป็นหนังตลกที่น่าจะยาวกว่านี้ และสนุกกว่านี้ได้

อย่างไรก็ตามชอบการเล่นประเด็นบีบีในหนังมากๆ นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าหนังสั้นในรอบมาราธอนคือภาพแสดงของชีพจรสังคมโดยแท้

ฉากที่ชอบในหนัง

1.ฉากโบว์ได้บีบีจากเทพารักษ์ หลังจากหกล้ม จากนั้นเธอมานั่งแชทหาเพื่อนตัดไปภาพเข่าเลือดออก

2.ฉากความตายของโบว์ เอิ่ม เธอถูกรถไฟทับตอนไปซื้อกะทิ!

ความหวังหลังพินิจ (วรรณิศา วงแหวน) 12 (A-)
สารคดีแบบสกูปข่าวท้องถิ่น ที่พาเราไปสถานพินิจ แต่ไม่เห็นสถานพินิจ เห็นแต่ท่านหัวกน้ามาพูดพล่ามเรื่องความดีงามของสถานพินิจ สัมภาษณ์เด็กสองคน(หันหลัง)  ทุกอย่างยกเว้นรูปปั้นแรดดูเฟคแบบราชการโดยสิ้นเชิง เป็นสารคดีแบบที่เหมาะจะออกอากาศ เพราะไม่มีใครได้อะไรและไม่มีใครเชื่อที่ใครพูดในหนังทั้งสิ้น

คอย (ปวีณ กิตติโกวิท) 4 (A+/A)
หนังสั้นๆว่าด้วยหนุ่มคอยสาวในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ หนังสวยแบบหนังโฆษรา และมีตอนจบแบบหนังโฆษณา (มี text บอกอุณหภูมิแบบหนังโฆษณาด้วย) แต่อย่างไรก็ตามเราชอบบรรยากาศของการรอคอยที่ค่อยๆสิ้นหวังลงเรื่อยๆ เสียดายที่มันสั้นไปหน่อย

คันเบ็ดของคุณตา (อรรถกร มัชณันติกสมัย) 6(A+/A)
หนังที่คัลท์โดยไม่ได้ตั้งใจว่าด้วยเรื่องของเด็กน้อยไปตกปลา แล้วโดนเด็กเจ้าถิ่นแกล้ง จนต้องไปตามพายกจะไปตื้บเจ้าถิ่นร้อนจนถึงคุณตาต้องเข้ามาแก้สถาณการณ์ด้วยการสอนให้รู้รักสามัคคีผ่านคันเบ็ด หนังทำเองแบบประสาทุนน้อย น่าจะเล่นกันเองในหมู่คนรู้จักทุกอย่างจึงประดักประเดิดจนฮา ทั้งบทสนทนาที่ท่องออกอากาศกันทุกคน ตัวประกอบแรงๆเช่นผู้ชวยของเด็กเจ้าถิ่นที่ควรจะเป็นเด็กโข่ง แต่เล่นโดยเด็กผู้หญิงตัวใหญ่ และคุณคาที่เล่นโดย เอ่อ…ผู้หญิง

คาเฟอีน (สิทธิกร วงศ์วุฒิอนันต์) 19 (…)
mกอย่างในหนังเรื่องนี้ล่มอย่างช่วยเหลือไม่ได้ หนังเล่าเรื่องของไอ้หนุ่มบ้างานที่มีแฟนอยู่แล้ว แต่ดันไปแอบชอบสาวร้านกาแฟอีก ความสับสนใจของหนุ่มซึ่งเลือกไม่ได้ และไม่แน่ใจในรักถูกถ่ายทอดออกมาอย่างน่าเบื่อตามประสาหนังพร่ำเพ้อฟูมฟาย ที่ฮาคือหน้าตาไอ้หนุ่มที่น่าจะเป็นคนทำงานอนาคตไกล นั้นแสดงด้วยเด็กที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเลยมหาลัยปี2 และเด็กสาวๆที่แคสท์มาเป้ฯสองคนดันหน้าตาคล้ายกันโดยไม่ตั้งใจจนงงว่าตั้งใจหรือเปล่า

ปัญหาใหญ่ของหนังคือคนดูไม่รู้สึกร่วมอะไรกับความสับสนของเจ้าหนุ่มเลย เป็นแค่หนังถ่ายสวย โปรดักชั่นดี แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

ค่ายธรรมะ (ศุภกิติ์ เสกสุวรรณ) 24 (A+++)

ศุภกิต์ เสกสุวรรณ ยังทำให้เราประหลาดใจได้เสมอ ในหนังใหม่ของเขา เขายังคงใช้ความกล้าหาญในการสังเกตมาสร้างหนังที่มีอารมณ์ประหลาดพิลึกพิลั่นเหมือนเคย คราวนี้เขาติดตามครอบครัวไปเข้าค่ายธรรมะ ลอบสังเกต และทำสัมภาษณ์ เด็กๆที่มาร่วมค่าย ตั้งคำถามพื้นๆที่ให้คำตอบและได้คำตอบแกนๆที่ให้อารมณ์พิลึกพิลั่น ตัดแทรกด้วยภาพของการสวดในโบสถ์คริสต์!

เราไม่รู้จะอธิบายหนังเรื่องนี้อย่างไร แต่เราชอบสิ่งละอันพันละน้อยที่เขาจ้องมองมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามเด็กเล็กๆที่ดูท่าจะไม่มีทางทำสมาธิหรืออะไรได้ จึงเอาแต่วิ่งเล่นไปมา (ฉากหนึ่งเด็กคนนี้ปะทะกับกับเด็กเข็นต้นไม้สองคน ซึ่งเคยอยู่ในหนังเรื่องก่อนหน้าของเขา ที่เป็นหนังว่าด้วยการเดินตามเด็กๆสองคนนี้ไปเรื่อยๆรอบๆวัด) หรือภาพของต้นไม้ใบหญ้า โถงทางเดินกลางคืน มันเป็นการจ้องมองที่ไม่ได้จะสร้างบรรยากาศแปลกประหลาด แต่เหมือนกล้องเสไปจากสิ่งที่ต้องการถ่ายไปพบโดยบังเอิญ ซึ่งมันเพิ่มมิติอื่นๆมากกว่าจะเป็นหนังทื่อๆ

การตัดภาพโบสถ์คริสต์เข้ามาอาจเป้นความจงใจเปรียบเทียบสองศาสนา แต่การที่มันอยู่ในที่ในจังหวะที่แปลกประหลาด ทำให้เกิดทั้งความรู้สึกทั้งยั่วล้อเสียดสีศาสนา ในขณะเดียวกันก็ปนอยู่กับความรู้สึกตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาไม่เดียงสาพอจะปั้นแต่งให้เป็นคำถามที่งดงาม เราชอบความไร้เดียงสา(ไม่ใช่ในเชิงลบ)ในหนังของศุภกิต์มาตลอด และยังตื่นเต้นที่มันยังมีอารมณ์แบบนี้อยู่ในหนังของเขา (ไม่ว่าเขาจะต้องการหรือไม่ )


คาราโอเกะเพลงแผ่เมตตา (ฉาก22) 5 รอบ 2


คำพิพากษาของความรัก (วชร กัณหา) 25 (A+++++++++++++++++++)
หนังสั้นอันงดงามและแปลกประหลาดเรื่องนี้เล่าเรื่องค่ำคืนจนย่ำรุ่งของชายคนหนึ่งที่พลังมือฆ่าชายคนรักของตัวเองตาย เขานำศพไปทิ้ง และบังเอิญฤฆ่าอีกคนโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาเรียรู้ความรัก ความเกลียดชังในคืนมิดมิดยาวนานซึ่งเขาเกลียด แต่เมื่อยามเช้ามาถึงเขาก็ชังแสงสว่างด้วยขณะรถเคลื่อนจากที่อำพรงศพพร้อมความทรงจำถึงคนรัก

หนี่คือหนังที่เล่าเรื่องซึ่งจริงๆไม่ได้ใหม่อะไร แต่กลับสร้างบรรยากาศผิดพิลึกที่ทั้งน่าขนลุกขนพองและน่าหลงไหล เริ่มจากช่วงต้นเรื่องที่สามัญ(แต่ยังไม่วายมีฉากหมุนตัวสามตลบ)  ดิ่งลึกลงในจิตใจของฆาตกร และสร้างสถาณการณ์ป่วงเปลี่ยว เมื่อเขาติดอยู่ในรถที่สตาร์ทไม่ตดและเปิดประตูไม่ได้ ในขณะที่ช่วงสุดท้ายของหนังดำเนินไปในความมืด ซึ่งชวนสั่นไหวใจ และเมื่อรุ่งอรุณอันสว่างอย่างทึมทึบมาถึงทุกอย่างก็ค่อยๆจบลงอย่างเศร้าๆ

หนังมีบรรยากาศประหลาดซึ่งพบได้ไม่บ่อยนักในหนังสั้นไทย และความไม่คลี่คลายเหตุการณืของหนังยังผลให้ทุกอย่างขึ้นถึงจุดสูงสุดเพาะนี่ไม่ใช่หนังฆาตกรรมสำนึกบาป หากเป็นหนังว่าด้วยคนซึ่งเรียนรู้จิตใจตนเองผ่านทางการฆ่าคนรักต่างหาก
คำพิพากษาของซาตาน (เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง) 20(A+++++++++++++++++++++++++++++++)
นี่อาจจะเป็นหนึ่งในหนังสั้นที่ชอบที่สุดในเทศกาล และในปีนี้ หนังเรื่องใหม่ของเฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง ผู้กำกับ PERU TIME และ ฆาตรกรรมสวาท ประหลาดน่านฟ้าทำให้คนหายตัวไป หนังสั้นสุดพิลึกที่ได้รับการกล่าวขวัญในปีที่แล้ว  ปียนี้ เฉลิมเกียตริกลับมากับหนังใหม่ ชื่อไทยดูได้ข้างบน แต่ชื่อภาษาอังกฤษสิสุดแซ่บ เพราะนี่คือหนังที่มีชื่อภาษาปะกิตว่า Chay,Gayvah-rar ‘n’ the Machupicchu

หนังเปิดเรื่องด้วยภาพของทุ่หงญ้าบนที่ร้างพร้อมtext อุปโลกน์ ละตินอเมริกา! ใครสักคนไม่ใส่เสื้อวิ่งหนีใครอีกคน อนุมานว่าผู้หนีน่าจะคือเช เกย์ วาแรร์! พลันไอ้หนุ่มไม่สวมเสื้อโดนยิงล้มคว่ำ พร้อมเสียงเพลง ‘เขาพระวิหาร’ของสุรพล สมบัตเจริญ!  ตามด้วย text แสดงความเห็นทางการเมืองจากใครต่อใครในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ช่วงที่สองของหนัง เด็กสาวและชายหนุ่มเข้ามาในห้องของโรงแรมเดก็สาวเปิดทีวี ในนั้นฉายหนังเรื่องสัตว์ประหลาด! เด็กหนุ่มนอนเขลงบนเตียงอ่านหนังสือ เช กูวาราบนจอทีวีฉายฉากที่เหล่าทหารค้นพบศพชายแปลกหน้าพวกเขาเข้าไปรุมถ่ายรูป ก่อนจะแบกชายแปลกหน้าตัดข้ามทุ่งหญ้า และจีบสาวทางวิทยุสื่อสาร

เด็สาวออกไปสูบบุหรี่ เราเห้นเธอจากกระจก เธอเข้ามา เด็กหนุ่มออกไปมั่ง เห็นเขาจากกระจก  จากนั้นทั้งคู่ปิดทีวีและออกจากห้อง ตัดไปยังภาพของคนงานที่กำลังรีดผ้าปูโต๊ะ หรือผ้าปูที่นอนอย่างไม่รู้จบ วางผ้า กดทีรีด ยกขึ้น ขยับผ้า กดที่รีด ตลอดสองช่วงนี้text ขึ้นรายการชื่อของสัตว์ซึ่งตอนนี้สูญพันธ์ หรือใกล้สูญพันธ์ไปแล้ว

ความตายของนักปฏิวัติ การสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า ทหาร การเมือง คนงาน หนุ่มสาวคนชั้นกลาง และคดีเขาพระวิหาร ถูกจับมัดรวมกันอย่างน่าทึ่งในหนังหนังเรื่องนี้ ซึ่งประสมระดมสรรพกำลังทั้งภาพ เสียงข้อความอันไม่ประสานสอดคล้องก่อร่างสร้างความหมายใหม่ๆ

ดูเหมือนหนังการเมืองของเฉลิมเกียรติไปไกลกว่าหนังการเมืองร่วมรุ่น เมื่อเขายกตัวเช กูวารา มาเล่นเล่าใหม่ในฐานะของ นักปฏิวัติ หรือสัตว์ ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ความตายของชายไม่สวมเสื้อ(เช?)ในต้อนเรื่องสอดพ้องต้องกันกับความตายของตัวสมัน ในtext ครึ่งหลัง ขณะเดียวกันก็ยังไปรับกับ ความเป็นตัวประหลาด และความตายของชายแปลกหน้าในสัตว์ประหลาดต้นเรื่อง  ที่เหลือค้างในความทรงจำคือการทวงคืนเขาพระวิหาร (มาชูปิกชู ?)  ดูเหมือนมาชูปิกชูอันเป็นสัญลักษณ์ของคนอินเดียนผู้ถูกกดขี่ในละตินอเมริกา กลายเป็นเรื่องทางการเมืองและข้อพิพาทข้ามชาติในประเทศไทย  ขณะเดียวกันสองซีกส่วนที่เหลือของหนังคือภาพของคนชั้นกลาง ในห้องโรงแรม ซึ่งมีสภาพเฉกสัตว์ที่ติดอยู่ในกรง ทั้งสภาพของห้อง หรือการสะท้อนตัวละครผ่านกระจกที่มีลักษณะของกรอบซ้อนกรอบชัดเจน(แถมยังมีรอยมุ้งลวดคั่น ทหารถือครองอำนาจในจอทีวีเก็บศพเชไปแล้ว ขณะเดียวกันเด็กกนุ่มก็ได้แค่ฝันหวานถึงการปฏิวัตผ่านหนังสือเรื่องของเช  ไกลออกไป คุณป้าคนงานโรงแรมยังคงใช้แรงงานจากค่ำยันเช้า รีดผ้าปูราวเป็นชิ้นส่วนเครื่องจักร ไม่อินังกับtext การสูญพันธ์ของสมัน หรือช้าง ติดอยู่ในบ่วงแห่งการงานไม่สิ้น หรือความตายของนัปฏิวัติ สัตว์สูญพันธ์ และกรงขังของคนชั้นกลาง การงานของคนชั่นล่างคือคำพิพากษาของซาตาน !

เฉลิมเกียรติยังคงคมคายและกล้าหาญไม่แพ้เมื่อครั้งทำ ฆาตรกรรมสวาท เขาปล่อยชุดสัญลักษณ์ลงในหนังอย่างไม่บันยะบันยังทิ้งช่องการตีความให้เป็นของผู้ชม และนี่คือประสปการณ์ทางภาพยนตร์ครั้งหนึ่งของปี !
คือคำสอน (ศศิทร รุนกระโทก / ศิริพงษ์ โสวัณณะ) 5 (A-)
คือดวงอาทิตย์ (ศิริพงษ์ โสวัณณะ) 4 (A-)
คือภารกิจ (ศิริพงษ์ โสวัณณะ) 5(A-)

มาทีเดียวเป็นแพคสามเรื่องควบด้วยนักแสดงชุดเดียวกัน  เป็นหนังสั้นสักสามถึงห้านาที เล่าเรื่องสอนศีลธรรมแบบตรงไปตรงมา ด้วยการแสดงง่ายๆ แบบเอาเด็กแถวบ้านมาเล่น บางตอนก็เป็นเรื่องคำสอนของพ่อที่ตายไปลแว้ บางตอนก็เป็นการแข่งกันว่าพระอาทิตย์อยู่ข้างใคร บางตอนก็ไปแอบทำลายวงเหล้าเพราะการดื่มเหล้ามันไม่ดี  แม้หนังจะไม่มีอะไรใหม่ และสั่งสอนศีลธรรมอัดประป๋องตรงไปตรงมา แต่เรารับหนังทั้งสามเรื่องนี้ได้เดพราะมันเป็นหนังจริงใจง่ายๆตรงไปตรงมา ไม่มีนอกในอะไรมากกว่านั้น

คุณแม่อยากไปคาร์ฟูร์ (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์) 6 รอบสอง
คู่หูป๊อดปอด ภาค3 (ศรัทธา ทาไชย) 18 (A+)
ไม่เคยดูสองภาคแรก แต่พอดูภาคนี้รู้สึกว่ามันไปได้สุดทางมาก นี่คือหนังแอคชั่นแบบทำเองก็ได้ง่ายจังที่ทุกคน ทำท่าว่าจริงจังอย่างยิ่งในโปรดักชั่นกระจอกอย่างยิ่ง มันเลยสนุกอย่างยิ่งและไม่จต้องบันยะบันยังอะไรกันอีกแล้ว เราหัวเราะสนุกสนานตลอดสิบแปดนาทีของหนังและเชื่อว่านี่คือคู่แข่งที่น่ากลัวของยอดเซียนซักแห้ง ฮา!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s