JOURNEY ON THE PLAIN (BELA TARR/1995/HUNGARY)

A++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

หลังจากเบื่อๆกันไปกับMAN FROM LONDON เรากลับมาญาติดีอย่างลึกซึ้งกับเบล่า ทาร์ อีกครั้งและคราวนี้เป็นไปอย่างลึกซึ้งสวยงาม ด้วยงานเล็กๆที่ทาร์ทำให้ทีวี งานวีดีโอเล็กๆทีไม่มีเรื่องราวอะไรเลย หนังไม่มีเรื่องอะไรนอกจากถ่ายภาพ ชายหนุ่ม (ซึ่งจริงๆเป็นคนทำเพลงให้กับหนังเรื่องอื่นๆของทาร์) เดินทางไปยังดินแดนรกร้าง เขาเดินเล่นในบ้านร้างเก่าโทรม เข้าไปในหอที่ไม่มีหลังคา โรงละครเก่า ถนนร้างๆ ท้องทุ่งแห้งๆ โดยระกว่างนั้นเขาก็บ่นพร่ำบทกวีเกี่ยวกับชีวิต ความรัก และความตาย ตลอดทั้งสามสิบห้านาที มีเพียงฉากเหล่านี้ไหลต่อเนื่องกันไปโดยไม่มีเรื่องเล่าใดๆ

หนังเรื่องนี้อาจจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่วิถีภาพคืบเคลื่อนเนิ่นช้าแบบทาร์ และบทกวีสวยเศร้าของชายผู้ดูเหมือนจะเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่จำเป้นต้องไป โดยไม่มีจุดหมายอะไรมากไปกว่าเดินผ่านไปทางนั้น ทัศนียภาพ บทกวี และการเคลื่อนกล้องขับเน้นความเวิ้งว้างว่างเปล่าของชีวิต ทั้งของตัวละคร(ถ้าหากจะมีอยู่)ในหนัง และกับผู้ชม ภาพซึ่งปรากฏอย่างเรียบเรื่อยด้วยการเคลื่อนกล้องที่ไม่นำไปสู่สิ่งใด

หนังคงภาพสายต้าการจ้องมองที่เคลือบความชั่วร้ายและเศร้าสร้อยของทาร์ไว้ครบถ้วน ยิ่งในช่วงท้ายของหนังก็ยิ่งทรงพลังถึงขีดสุด ด้วยภาพของชายหนุ่มนั่งเล่นคีย์บอร์ดอยู่บนหลังรถกะบะที่คืบเคลื่อนไปในทัศนียภาพป่ารกร้างกลางแสงตะวันยามเย็น เสียงคอร์ดซ้ำๆไม่กี่คอร์ดที่เสมือนแต่ละตัวโน้ตต่างดำรงคงอยู่ชั่วนิรันดร์ ในแสงตะวันยามโพล้เพล้ กลายเป็นบทกวีเศร้าสร้อยซึ่งใช้ดนตรีแทนถ้อยคำได้อย่างหมดจด (ฉากนี้ทำให้คิดถึงMOBILE MENของพี่เจ้ยมากๆ)  ตามมาด้วยฉากในห้องมืดๆ ชายแก่เปลือยครึ่งท่อนนั่งปอกมันฝรั่งอยู่ในความมืด กลางเสียงการไอและเสียงสำลัก ายหนุ่มนั่งสูบบุหรี่ในส่วนลึกสุดของห้องรำพันบทกวีของชีวิตและความตาย
ฉากสุดท้ายของหนังชายหนุ่มเดินไปในปราสาทโบราณกลางผนังอิฐที่ลอกล่อน พร่ำบทกวีที่ว่าด้วยชีวิตซึ่งเป็นดั่งทะเลของโลหิตเหนียวข้น ช่วงท้ายของบทกวีมีเสียงเหล็กเอียดออดแทรกขึ้นมาเขาเดินออจาสกปราสาทหายลับไปในดงไม้ แทนที่ด้วยภาพของแหล่งกำเนิดเสียงซึ่งคึอเด็กน้อยโ,้ชิงช้าที่ทำจากเหล็ก เสียงจังหวะเิีิียดออดของชิงช้า และภาพภาพนั้นถึงกับสร้างบทกวีขึ้นมาด้วยตัวมันเองผ่านการจ้องมองจังหวะของชิงช้่า การลงจากมันและเดินลับไป

โดยส่วนตัวที่คือหนังสั้นที่งดงาม เศร้าสร้อย และดูมีแง่งามที่สุดเรื่องหนึ่งของทาร์ มีแง่งามในแง่ที่ว่าอย่างน้อยเขาก็ถอยออกมาจากโลกซีดเศร้ามืดชั่วมัวหมอง เขายืนมองมันไกลๆในภาพสี และครุ้นคำนึงถึงมันอย่างเศร้าๆเท่านั้นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s