THE TRIAL OF JOAN OF ARC ( ROBERT BRESSON/1962/FR)

A++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มนุษย์ ของBRESSON นั้นถูกจองจำโดยสิ้นเชิง ทั้งต่อโชคชะตา ระบบ ชะตากรรม เรื่องไปจนถึงกล้อง การจ้องมอง และผู้กำกับ หนังของBRESSON คือการถ่ายทอดการถูกจองจำอย่างทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกภาพยนตร์

หนังอาจจะดูเหมือนง่ายเพราะถ่ายแต่ฉากการไต่สวนโจน ออฟอาร์ค ถ้ามองผาดเผินก็บอกได้เลยว่าแค่เอาคนแต่งตัวโบราณมายืนพูดเฉยๆก็ได้ แต่ถ้ามองดีๆ เราจะพบว่าเบรสซงควบคุมทุกอย่างในหนังไว้หมดเลย ทุกฉากเป็นเหมือนผืนผ้าใบของเขาจริงๆ การกำหนดตัวละครให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกล้อมกรอบ ตำแหน่งที่ต่ำกว่า ถูกจ้องมอง ถูกลอบมอง ตลอดเวลา ที่วิเศษคือเขาไม่เปิดเผยตัวเองว่าดูสิฉันกำลังถ่ายให้เหมือนการจ้องมองอยู่ ทำให้หนังมันแนบเนียนมากขึ้นไปอีก

ในเชิงศาสนา นี่คือหนังที่เต็มไปด้วยศรัทธาแรงกล้าในพระเจ้า แต่กล้าที่จะวิพากษ์วิจารณืศาสนจักรที่ใช้พระเจ้าเป็นเครื่องมือ (ตรงจุดนี้ทำให้เปรียบเทียบกส.ศิวรักษ์ ได้สบายๆ) ฌาน ไม่ได้ตายเพราะเธอศรัทธาพระเจ้า(นั่นเป็นหนังต่อต้านศาสนา ) แต่เธอตายเพราธอถูกตัดสินในฐานะตัวละครทางการเมือง แต่อำนาจของเพศชาย ซึ่งเธอท้าทายโดยการสวมบทเป็นผู้ชาย ใส่เครื่องแต่งกายของผู้ชายย หากเครื่องแตงกาย และความเป็นหญิงไม่ได้ช่วยให้เธอกลับเป็นธรรมดา แต่ทำให้เธอถูกกดขี่มากขึ้นไปอีก

ตัวฌานในหนังถูกจองจำโดยศาสนจักร เช่นเดียวกับตัวเอกในA MAN ESCAPED ที่ติดคุกเหมือนกัน และในอีกทางก็เป็นตัวละครแบบเดียวกับBALTHAZAR ที่เป็นพระผู้ไถ่จนนาทีสุดท้ายของชวิต

ในทางจิตวิญญาณตัวละคร ตัวละครของเบรสซงล้วนถูกจองจำ ตัวละครเอกใน DEVIL, PROBABLY กับ PICKPOCKETถูกจองจำด้วยตัวเอง (ความหมกมุ่นต่อดสรีภาพในคนแรก และอาชญากรรมในคนหลัง) ในขณะที่ ตัวละครในLArgent ก็ถูกจองจำด้วยเงิน

ทีนี้นอกจาก การจองจำในระดับเส้นเรื่อง มันยังสะท้อนไปยังวิธีที่เยรสซงกำกับด้วย การจองจำนักแสดง เพื่อรีดเค้นเอาความเหนื่อยล้า (มี่แต่ความเหนื่อยล้าเท่านั้นที่เราจะแสดงออกมาได้ต่อการถูกจองจำโดยที่เราไม่รู้ตัว) ความอ่อนล้าของนักแสดง(ผ่านทางการที่เยรสซงซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่าซึ่งได้ประโยชน์สองต่อ เพราะความแม่นยำในตำแหน่งสำคัญมาก แล้วยังให้แสดงสภาวะยอมจำ… See Moreนน ของมนุษยืได้อีกด้วย) และการกำกับโดยเลือกถ่ายแบบตัดท่อนตัวละคร (จำได้ว่ามีคนเคยรวบรวมภาพมือ ในหนังเบรสซง)ยิ่งทำให้ตัวละครทำหน้าที่เป็นแบบจำลองของการถูกจองจำทางวิญญาณมากขึ้นไปอีก

บนผืนผ้าใบของเบรสซง มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ถูกตีตรวน และมันอยู่ในกระบวนการทั้งหมดของการทำหนังเลยทีเดียว

ซีนนี้อยู่ฉากเปิดเรื่องแต่อธิบายตัวหนังทั้งเรื่อง(และหนังของเบรสซงได้เลย) มันคือซีนที่แม่ของฌาน มาอ่านคำร้องหรือประกาศอะไรสักอย่างเกี่ยวกับฌาน

ในซีนนี้แม่ของฌานซึ่งเป็นผู้หญิงหนึ่งในสามคนเท่านั้นที่ปรากฏในเรื่อง(คนแรกคือฌาน คนที่สองคือสาวใช้ที่มาตรวจความบริสุทธิ์ของฌาน) แม่ของฌานถูกถ่ายจากด้านหลัง อยู่ในผ้าคลุมที่ทิดชิด เพราะผู้หญิงต้องไม่มีตัวตน ในขณะเดียวกันเธอถูกควบคุมด้วยมือที่มองไม่เห็น สองข้าง อันน่าจะเป็นมือของพระ มือหนึ่งคร่ากุม (ข้างซ้าย) มือหนึ่งแตะสัมผัสปลอบโยน(ข้างขวา) นี่คือวธีที่ศาสนจักรกระทำต่อผู้คน ผู้ชายกระทำต่อผู้หญิง ภายใต้เครื่องทรง ซีนแรกของหนังเป็นเท้าของแม่ของฌาน ก่อนจะตัดมาเป็นฉากนี้ เท้าในหนังเรื่องนี้ก็สำคัญมาก เท่าที่เปล่าเปลืยอของฌานในตอนถูกเอาไปเผา แสดงภาพว่าเธอไม่ได้เป็นชายหรือหญิงแต่เป็นแม่มด เท้าคือการประกาศสถานภาพของคนสามัญ และมือคือการแสดงอำนาจของผู้อยู่สูงกว่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s